ข่าว

ภูมิไทยสู่นวัตกรรมออกแบบแฟชั่น

ภูมิไทยสู่นวัตกรรมออกแบบแฟชั่น

11 พ.ย. 2557

ไลฟ์สไตล์ : ภูมิไทยสู่นวัตกรรมออกแบบแฟชั่น

 
                        ด้วยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ ได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สพว.) เป็นผู้ดำเนินกิจกรรมการจัดการประกวด "การออกแบบนวัตกรรมแฟชั่น" หรือ ไทยแลนด์ อินโนแฟชั่น อวอร์ด 2014 (Thailand INNOFASHION Awards 2014 : TIFA 2014) ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย โดยมี อาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธาน ที่บริเวณคริสตัลคอร์ท ชั้นเอ็ม สยามพารากอน เมื่อวันก่อน
 
                        ภายในงานหลังจากคณะกรรมการมอบรางวัลกิตติมศักดิ์แก่นักออกแบบที่สร้างสรรค์ผลงานออกแบบ ซึ่งเป็นแรงผลักดันหรือจุดประกายความคิดให้อุตสาหกรรมแฟชั่นทั้ง 3 สาขา ได้แก่ พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ สาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม สมชัย ส่งวัฒนา สาขาเครื่องหนังและรองเท้า อตินุช ตันติวิท สาขาอัญมณีและเครื่องประดับ จึงประกาศรางวัล TIFA 2014 ประเภทนักออกแบบรุ่นใหม่ โดยรางวัลชนะเลิศเป็นของ ทวีศักดิ์ จตุวัน เจ้าของงานชื่อ "ดินร้องไห้" ส่วนรางวัลนักออกแบบอาชีพ รางวัลชนะเลิศสาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เป็นของ จิรัฎร์ บุญทา เจ้าของผลงาน "หน้านาง" สาขาเครื่องหนังและรองเท้า เป็นของ รชภัค นิธิภาณุวัชร์ เจ้าของผลงาน "งามง่าย" ส่วนสาขาอัญมณีและเครื่องประดับตกเป็นของ ศรัณย์ อยู่คงดี เจ้าของผลงาน "มาลี"  
 
                        อาทิตย์ วุฒิคะโร เปิดเผยถึงโครงการประกวดครั้งนี้ ว่า จัดการประกวดภายใต้หัวข้อ "Thai Treasure : จากทุนปัญญาไทย สู่งานออกแบบนวัตกรรมแฟชั่น โดยกำหนดโจทย์ว่า "จากคุณค่าแห่งทุนปัญญาไทย ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต ฝีมือ ความประณีต เป็นต้นทุนทางความคิดมานำเสนอนวัตกรรมแฟชั่น" เพื่อเป็นเวทีให้นักออกแบบทั้งรุ่นใหม่และมืออาชีพหรือเจ้าของสินค้าแฟชั่น ได้แสดงศักยภาพในการนำเสนอผลงานการออกแบบอย่างสร้างสรรค์จากทุนปัญญาไทยที่มีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์และความโดดเด่นสู่งานออกแบบนวัตกรรมแฟชั่น สร้างคุณค่า เพิ่มมูลค่า และร่วมผลักดันให้สินค้าแฟชั่นไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับของสากลเพื่อสร้างให้เกิดความยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรม
 
                        หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน สมชัย ส่งวัฒนา ประธานบริหาร ฟลายนาว แสดงความเห็นว่า เท่าที่ดูผลงานของผู้เข้าประกวดครั้งนี้มีความหลากหลายดี เป็นการแสดงตัวตนของดีไซเนอร์ ซึ่งมีตั้งแต่ตีโจทย์แตก ตีโจทย์ไม่แตก และที่ตีโจทย์แตกแต่นำเสนอแบบหลุดโลกไปเลย ซึ่งครั้งนี้นับว่าไม่ยากสำหรับการให้คะแนน 
 
                        "จะเห็นได้ว่า คนเข้าใจโจทย์และทุ่มเทมากน้อยแค่ไหน สำหรับคนที่ได้รางวัลถือว่าทุ่มเทกับงานมาก และโดยส่วนตัวประทับใจในส่วนของการออกแบบเครื่องประดับ ที่เขารู้จักนำความเป็นไทยเข้ามาประยุกต์ ให้มีกลิ่นอายที่ดีพอเหมาะพอเจาะไม่มากเกินไป มีอัตลักษณ์ที่ดี ไม่ผูกติดกับความเป็นไทยมากเกินไป เพราะถือว่าเป็นการติดกับดัก ผลงานออกมาถือว่าสมศักดิ์ศรี การทำงานประกวดคือการเฟ้นหาคนรุ่นใหม่ให้ก้าวเข้ามาเติบโตในวงการแฟชั่น ดังนั้นผู้เข้าประกวดต้องเข้าใจโจทย์ให้ได้ก่อนแล้วค่อยตีโจทย์ จากนั้นเป็นเรื่องการนำเสนอความคิดให้ได้นวัตกรรมขึ้นมาให้เหมาะกับสังคมและเชิงพาณิชย์ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ" สมชัย กล่าว
 
                        ขณะที่เจ้าของรางวัลชนะเลิศในกลุ่มของเยาวชน ทวีศักดิ์ จตุวัน เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจว่า นำมาจาก ทุ่งกุลาร้องไห้ ที่เป็นบ้านเกิดของตัวเอง นำมาตีแผ่ผสมผสานกับลวดลายผืนดินแตกระแหงมาสรรค์สร้างลงบนผ้าทอมัดหมี่ เพื่อให้งานมีความเป็นสากลและร่วมสมัยมากขึ้น ส่วนเจ้าของรางวัลชนะเลิศรางวัลสาขาอัญมณีและเครื่องประดับ ศรัณย์ อยู่คงดี เล่าว่า แรงบันดาลใจครั้งนี้ มาจากความงามสง่าของสตรีไทยในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ผ่านดอกไม้อบโบราณและความงามแบบไทยแท้ สำหรับ รชภัค นิธิภาณุวัชร์ เจ้าของรางวัลชนะเลิศ สาขาเครื่องหนังและรองเท้า บอกว่า เลือกหยิบเสน่ห์จากการใช้ชีวิตเรียบง่ายของวิถีไทยแต่เก่าก่อนสู่ชีวิตเมืองในปัจจุบัน จากวัสดุรียูส เช่น ยางรถจักรยานยนต์สู่งานออกแบบรองเท้า สุดท้าย จิรัฏฐ์ บุญทา ผู้ชนะเลิศสาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม บอกว่า แรงบันดาลใจครั้งนี้มาจากการนุ่งผ้าแบบหน้านางไทย จึงนำผ้าผืนมาสวมเป็นเครื่องแต่งกายโดยไม่ตัดผ้าทิ้งเศษ ด้วยวิธีการพับจีบให้เกิดรูปทรงใหม่และไม่ลืมปรับลูกเล่นตรงจุดเชื่อมต่ออีกนิดหน่อย