
ศาลฟ้องชวนนท์หมิ่นสุรพงษ์ปมเขาพระวิหาร
10 พ.ย. 2557
ศาลอาญา สั่งรับฟ้อง ชวนนท์ โฆษก ปชป. แถลงข่าว หมิ่น สุรพงษ์ อดีต รมว.ตปท. สมยอมกัมพูชาเรื่องเขาพระวิหาร
วันที่ 10 พ.ย.57 เวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่ง คดีหมายเลขดำที่ อ.604/2556 ที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.ต่างประเทศ มอบอำนาจให้นายวิรัช ศรีอินทรสุทธิ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ , นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , พรรคประชาธิปัตย์ , บริษัทสี่พระยาการพิมพ์ จำกัด ผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และนายประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.เดลินิวส์ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 และ 332
ตามฟ้องโจทก์ เมื่อวันที่ 14 ก.พ.56 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 4-5 ม.ค.56 เวลากลางวัน จำเลยทั้งห้า ร่วมกันหมิ่นประมาท โดยการแถลงข่าวของจำเลยที่ 1 ทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่า โจทก์ซึ่งเป็น ส.ส. ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ อาศัยตำแหน่งหน้าที่ ไปทำการสมยอมกับกัมพูชาเรื่องปัญหาเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นความเท็จทำให้โจทก์ ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง และถูกดูหมิ่น จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และให้จำเลยร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ และห้ามจำเลยที่ 4-5 ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ด้วย
โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้ว รับฟังได้ว่า นายชวนนท์ จำเลยที่ 1 แถลงข่าวโดยไม่มีมูลความจริง และไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนตามการแถลงของจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์จึงมีมูล ให้ประทับรับฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 1
ส่วนนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ จำเลยที่ 2-3 นั้น พยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2-3 มีส่วนรู้เห็น หรือร่วมการแถลงข่าว จึงน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 2-3 ไม่มีส่วนกระทำการตามฟ้อง สำหรับ บ.สี่พระยาฯ และนายประภา จำเลยที่ 4-5 นั้น เห็นว่า ได้ทำหน้าที่สื่อในการเผยแพร่ข่าวรายวัน ขณะที่การเผยแพร่ข่าวดังกล่าวเป็นไปตามการแถลงของจำเลยที่ 1 จึงพิพากษาให้ยกฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 2-5
ทั้งนี้เมื่อศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีในส่วนของนายชวนนท์ จำเลยที่ 1 แล้ว จึงกำหนดนัดสอบคำให้การจำเลย ในวันที่ 26 ม.ค.58 เวลา 09.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการฟังคำสั่งในวันนี้ ฝ่ายจำเลยไม่ได้เดินทางมา คงมีเพียงทนายความและผู้แทนของโจทก์เท่านั้น ที่มาฟังคำสั่งแทน
ขณะที่ นอกจากคดีดังกล่าวแล้ว นายสุรพษ์ ยังได้ยื่นฟ้องนายชวนนท์อีกสำนวน คดีหมายเลขดำ อ.4990/2554 เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.54 ซึ่งสืบเนื่องจากกรณีวันที่ 24-25 ก.ย.54 นายชวนนท์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า นายสุรพงษ์ ขณะเป็นรมว.ต่างประเทศ ได้ให้นายอัษฎา ชัยนาม ออกจากประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (เจบีซี) และให้นายวีรชัย พลาศรัย ออกจาก กรรมาธิการเจบีซี เพื่อประโยชน์แก่กัมพูชา โดยศาลอาญา มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 ส.ค.57 ที่ผ่านมาให้จำคุกนายชวนนท์ เป็นเวลา 2 ปีและปรับ 100,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยต้องโทษคดีอาญามาก่อน จึงเห็นควรให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี



