ข่าว

บ.ไอที‘หัวเว่ย’พร้อมหนุนไทยเป็น‘ไอทีฮับ’ระดับภูมิภาค

บ.ไอที‘หัวเว่ย’พร้อมหนุนไทยเป็น‘ไอทีฮับ’ระดับภูมิภาค

10 พ.ย. 2557

"นายกฯ"หารือบริษัทไอที"หัวเว่ย"พร้อมหนุนไทยเป็น"ไอทีฮับ"ระดับภูมิภาค

 
 
          วันที่ 10 พ.ย.57 เมื่อเวลา 07.45 น.(ตามเวลาท้องถิ่น)  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมหารือกับนายหยาง ฉู่ กรรมการผู้จัดการบริษัทหัวเว่ยเทคโนโลยีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จีน โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมหารือด้วย
 
          ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปผลการหารือว่า นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจ ที่ยึดหลักการค้าการลงทุนเสรี โดยรัฐบาลจะดำเนินมาตรการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน โดยเน้นแนวทางดังนี้ ส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนา ส่งเสริมการจ้างคนไทยตั้งแต่ระดับการปฎิบัติถึงระดับบริหาร สนับสนุนการสร้างห่วงโซ่กับ ผู้ประกอบการรายย่อยของไทยกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีการปรับสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาของไทย 
 
          ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่าอยากเห็นการลงทุนจากต่างประเทศที่กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อสร้างงาน ให้มีการกระจายรายได้ และส่งเสริมให้มีการใช้สินค้าและวัตถุติบภายในประเทศ โดยอุตสาหกรรมที่รัฐบาลให้การสนับสนุน อาทิ พลังงาน โทรคมนาคม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิตอล ในอนาคต ซึ่งทางบริษัท หัวเว่ย สนใจในการลงทุนการพัฒนา บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งนี้บริษัทหัวเว่ยมีความยินดีที่จะปรับนโยบายให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมด้านการวิจัยและพัฒนา พร้อมทั้งพัฒนาทักษะด้านบุคคลากร ทั้งนี้เชื่อว่าภายใต้การบริหารของรัฐบาลไทยสามารถพัฒนาสู่ความเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอทีฮับ) ของภูมิภาคได้




หารือ"นายกฯ ปาปัวนิวกินี"แลกเปลี่ยนการเยือนนักธุรกิจขยายการค้าการลงทุน
 
         พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หารือทวิภาคีกับนายปีเตอร์ โอนีล นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี ระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 22 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน  โดยหลังเสร็จสิ้นการหารือ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการหารือ ว่า นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้มีพระพลามัยสมบูรณ์แข็งแรง และยินดีที่ได้มีโอกาสเข้าพบหารือกับไทยในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนระหว่างกัน
 
         ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปผลการหารือ ว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณที่สนับสนุนไทยด้วยดีมาโดยตลอด ในฐานะปาปัวนิวกินีเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก และเป็นแหล่งทูน่าที่สำคัญ สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจนั้น ปาปัวนิวกินีอาจส่งคณะผู้แทนระดับสูงพร้อมนำคณะนักธุรกิจเยือนไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจ ด้านการค้า การลงทุน ประมง ไทยยังยินดีในโอกาสที่ปาปัวนิวกินีจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในปี 2018 ไทยพร้อมให้ความสนับสนุนด้วย ทั้งนี้สำหรับการท่องเที่ยว ไทยและปาปัวนิวกินีต่างป็นประเทศที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม ทั้งสองประเทศต่างมีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน 
 
 
 
 
 
‘นายกฯจีน’พร้อมเป็นกำลังใจ-สนับสนุนรบ.-ปชช.ไทย
 
          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีกับนายหลี่ เค่อเฉียง  (Mr. Li Keqiang) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2557  เวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น  ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 22    ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน หลังเสร็จสิ้นการหารือ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 
 
          นายกรัฐมนตรีจีนได้กล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีในโอกาสเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 22  โดยก่อนหน้านั้นได้มีโอกาสพบปะกันในการประชุมอาเซม ณ นครมิลานเมื่อเดือนที่ผ่านมา 
 
          นายกรัฐมนตรีจีนยังได้กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ไทย-จีนว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาความสัมพันธ์ไทยและจีนมีความลึกซึ้งและรอบด้าน โดยอาจกล่าวว่าเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมหามิตร นายกรัฐมนตรีจีนยังแสดงความเข้าใจสถานการณ์ภายในของไทย จีนพร้อมเป็นกำลังใจและสนับสนุนรัฐบาลและประชาชนไทย และในปี 2558 จะครบรอบ 40 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งสองประเทศต่างจะได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ด้วย 
 
          ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณและยืนยันความตั้งใจในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ในทุกมิติ  ทั้งนี้ ไทยและจีนยังได้เห็นพ้องร่วมกันในการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือไทย-จีน ใน 3 ด้าน สำคัญ ประกอบด้วย การเสริมสร้างความเชื่อมโยงไทย-จีน และภายในภูมิภาค  การส่งเสริมการค้าการลงทุน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรเพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกร และการส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชน-ประชาชน ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น   
 






"นายกฯ -ปธน.จีน" พร้อมพบชุมชนคนไทย
 
 
          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบปะชุมชนไทยในกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 22  พร้อมบุคคลระดับสูง ประกอบด้วยพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พลเอกฉัตรชัย  สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  นางอภิรดี ตันตราภรณ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ ห้อง Versailles 3 โรงแรม Legendale   สรุปสาระสำคัญ ดังนี้      
 
          นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบกับชุมชนไทยในจีน ทั้งที่เป็นนักธุรกิจที่เดินทางมาประกอบธุรกิจในกรุงปักกิ่ง และพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงครอบครัว หรือคนไทยที่มาทำงานกับบริษัทของไทย ที่มีสำนักงานที่นี่ นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนนักเรียนไทยที่เดินทางมาศึกษาที่กรุงปักกิ่ง และพื้นที่ใกล้เคียงด้วย
 
          นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงการพบปะหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีจีนและประธานาธิบดีจีน ในโอกาสเดินทางเยือนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมเอเปค 2014  ว่า ได้ชื่นชมความสัมพันธ์และอยากจะเดินทางมาประเทศไทย สำหรับความร่วมมือในด้านต่างๆ นั้น จีนพร้อมช่วยนำเข้าสินค้าเกษตรของไทย  ขณะที่ไทยในฐานะเป็นประเทศเกษตรกรรม ต้องส่งเสริมสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ส่งเสริมการบริโภคสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวไทย ที่มีคุณภาพและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย  ขณะเดียวกันต้องลดต้นทุนการผลิต  ค่าเช่านา  ค่าปุ๋ย อย่างไรก็ตามไทยไม่สามารถเดินหน้าพัฒนาประเทศได้ตามลำพัง จะต้องสร้างไทยเข้มแข็ง เพื่ออาเซียนเข้มแข็งและส่งเสริมความร่วมมืออาเซียน-จีน รวมทั้งการสร้างความเชื่อมโยง ไทยจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนในปีหน้า
 
          นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการศึกษา เน้นการพัฒนาศักยภาพของประชากร ให้นักเรียนนักศึกษาไทยเมื่อจบการศึกษาแล้ว สามารถประกอบอาชีพ โดยพัฒนาหลักสูตร เพิ่มทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน พัฒนาความสามารถด้านภาษา โดยเริ่มการพัฒนาตั้งแต่ระดับต้นจนถึงอุดมศึกษา รวมทั้งการพัฒนาสายอาชีพ อาชีวะ
 
          ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีขอให้คนไทยน้อมนำหลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักกิน รู้จักใช้ และการแบ่งปัน เช่นเดียวกับการขับเคลื่อนการบริหารประเทศด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา
 
 




"ประยุทธ์" แจงเหตุผลเข้าคุมอำนาจให้ทีมไทยแลนด์ทราบ
 
 
          เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2557 เวลา  18.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ  ทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง  สาธารณรัฐประชาชนจีน  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  ได้กล่าวต่อทีมไทยแลนด์  ซึ่งประกอบด้วย เอกอัครราชทูต  และข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่ง กงสุลใหญ่ไทยประจำเมืองต่างๆ ของสาธารณรัฐประชาชนจีน รวม 9 แห่ง โดยมีใจความสำคัญดังนี้
 
          นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่ประเทศไทยประสบภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไปได้ หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน กลไกทางเศรษฐกิจได้รับการผลักดัน การใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปี 2557 สามารถเดินหน้าต่อไปได้ รวมถึงมีการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 เป็นผลสำเร็จ
 
          นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าปัจจุบันการบริหารประเทศไทยใช้ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน โดยดูแลรักษาบ้านเมืองให้มีความสงบเรียบร้อย  มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการปฏิรูปในมิติต่างๆ
 
          นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเห็นความสำคัญของปัญหาการศึกษาไทย  ซึ่งต้องเตรียมการเพื่อความพร้อมของประชาชนในอนาคต โดยเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย  ทั้งนี้ได้มีการกำหนดค่านิยม 12 ประการ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของคนไทย ให้เยาวชนไทยยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ
 
          นายกรัฐมนตรี กล่าอีกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนในลักษณะไทยบวก 1 โดยสั่งการให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ  สนับสนุนการลงทุนภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่ภาคเอกชนแสดงความประสงค์ในการลงทุนที่มีความสอดคล้องกับความต้องการของไทย เพื่อสนับสนุนสิทธิประโยชน์ต่างๆ และรัฐบาลมีนโยบายในการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 จุดในปี 2557 และ 7 จุด ในปี 2558
 
          ทั้งนี้ ทีมไทยแลนด์จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการลงทุนตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลยังมีการส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวแบบ แพ็คเกจกลุ่ม เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยววัฒนธรรม เป็นต้น
 
 





 

"ประยุทธ์" พบรัฐวิสาหกิจและนักธุรกิจจีน
 
 
          ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการพบหารือระหว่าง พล.อ. ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนชั้นนำของจีน จำนวน 3 ราย ได้แก่ บริษัทเพาเวอร์ไชน่า บริษัท ZTE และกลุ่มนักธุรกิจจากมณฑลซานตง เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของจีนและองค์กรภาคธุรกิจจีนที่สนใจมาลงทุนในไทย ซึ่งรัฐบาลไทยมีนโยบายสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจในหลายมิติ อาทิ  นโยบายพลังงานทางเลือก โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตัล รวมท้ังแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา เพื่อเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย โดยมอบหมายให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ปรับปรุงสิทธิประโยชน์กับภาคเอกชนที่สนใจมาลงทุน ในอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับการพัฒนาของไทยทั้งนี้บริษัทเพาเวอร์ไชน่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า มีความสนใจที่จะเข้ามาขยายธุรกิจในประเทศไทย  ซึ่งบริษัทได้มีส่วนร่วมในแผนบริหารจัดการน้ำของไทยด้วย
 
          ด้าน บริษัท ZTE  เป็นรัฐวิสาหกิจที่เชี่ยวชาญในการวางเครือข่ายระบบอินเทอร์เน็ต สัญญาณ 4G และการให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต พร้อมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศของไทย
 
          ส่วนกลุ่มนักธุรกิจจากมณฑลซานตง มีความสนใจในการแปรรูปยางพารา โดยจะนำคณะผู้แทนจากบริษัทเอกชนจำนวน 50 คน มาเยือนไทยเพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงงานแปรรูปยางพารา โดยมีเป้าหมายใน 3 ประเทศ คือ เมียนมาอินโดนีเซีย และไทย ซึ่งไทยมีประสิทธิภาพในการลงทุนสูงสุด