
มิชลินสตาร์ กับอาหารไทย
11 พ.ย. 2557
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : มิชลินสตาร์ กับอาหารไทย : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
4-5 ปี ที่ผ่านมา ผมโชคดีที่มีโอกาสได้รับประทานอาหาร ในร้านระดับ “มิชลินสตาร์” มาประมาณสัก 10 ร้านเห็นจะได้ ทั้งหมดเป็นร้านอาหารในต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดต้องขอบคุณบริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เป็นผู้จัดการให้ เพราะลำพังผมเองแม้จะมีเงินทองพอที่จะจ่ายเป็นค่าอาหารได้ แต่ขั้นตอนที่ยุ่งยากในการจองโต๊ะและกำหนดเวลาที่ลงตัวกัน ระหว่างผมกับร้านอาหารนั้นยากทีเดียว
จริงอยู่รสชาติอาหารเป็นเรื่องรสนิยมส่วนบุคคล จึงมีคนจำนวนหนึ่งที่บอกว่าเคยไปรับประทานอาหารในร้านชื่อดังทั้งหลายมาบ้างแล้ว แต่ไม่รู้สึกว่ารสชาติจะพิเศษหรืออร่อยถูกปากมากมายนัก ผมเองก็เช่นกันที่บางร้านของมิชลินสตาร์ ไม่ได้เป็นที่ติดอกติดใจอะไร
แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดถึงมากที่สุดคือ กระบวนการ “เสิร์ฟและบรรยายสรรพคุณก่อนกิน” ของร้านระดับมิชลินสตาร์ ด้วยว่าการไปนั่งรับประทานอาหารในร้านดังที่มีชื่อเสียงระดับโลกทั้งหลายนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ยกอาหารมาเสิร์ฟไว้ตรงหน้าแล้ว โดยมารยาทที่ถูกต้องเรายังไม่ควรที่จะรับประทานทันที ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ยกมาเสิร์ฟจนครบทุกคนทั้งโต๊ะที่ไปด้วยกันก่อน
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่หรือบางร้านอาจจะให้เชฟผู้ปรุงอาหาร เป็นผู้มายืนบรรยายถึงอาหารที่วางตรงหน้าว่า มีที่มาที่ไปอย่างไรใช้วัตถุดิบอะไรในการปรุงและวิธีการปรุงต้องทำอย่างไร ท้ายที่สุดยังต้องมาแนะนำว่าวิธีการรับประทานให้ได้รสชาติดีที่สุดจะต้องรับประทานอย่างไร หรือต้องรับประทานคู่กับอะไร ก่อนจะตบท้ายว่า “ขอให้ทุกท่านดื่มด่ำกับรสชาติของอาหารนะครับ”
กระบวนการทั้งหมดที่ผมเล่ามาให้ฟังนี้มีให้พบเห็นได้ทุกมื้อ เมื่อไปรับประทานในร้านซึ่งได้ดาวจากมิชลิน กระบวนการบรรยายสรรพคุณและแนะนำวิธีการรับประทาน จะยาวเยิ่นเย้อหรือก่อให้เกิด “ความอยากกิน และเชื่อในรสชาติตามคำบรรยายชวนเชื่อ” มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่มาบรรยาย แต่อย่างน้อยก็สร้างบรรยากาศและอารมณ์ให้ผู้ที่รับประทานรู้สึกว่า “ท่านเป็นคนพิเศษ” ที่กำลังจะได้รับประทานของที่ “เป็นพิเศษ” อย่างยิ่งนั่นเอง
อาหารไทยมีเครื่องปรุงสลับซับซ้อน และเป็นอาหารที่มีวิธีการกินยุ่งยากเอาการ เพราะนอกจากจะมีเครื่องเคียงแล้ว อาหารไทยจำนวนไม่น้อยยังต้องมี “น้ำจิ้ม” เอาไว้ใช้ชูรสชาติของอาหารให้โดดเด่นมากขึ้นอีกด้วย รวมถึงอาหารบางอย่างที่ “ต้องรับประทานคู่กัน” แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า “กระบวนการบรรยายสรรพคุณชวนเชื่อ” หรือขั้นตอนการเสิร์ฟของอาหารไทย กลับทำเพียงแค่เป็นการยกอาหารมาวางไว้ให้รับประทานเท่านั้น
หากเราฝึกปรือบุคลากรให้ทำหน้าที่เป็นเหมือนเช่นผู้บรรยายในร้านมิชลินสตาร์ได้ ชาวต่างชาติที่เพิ่งมีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารไทย รวมทั้งผู้ที่แม้จะเคยรับประทานมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่รู้วิธีการรับประทานแบบจับคู่ให้ถูกต้อง และยังไม่รู้ถึงสรรพคุณของอาหารไทย จะได้เกิดความรู้สึก “ทึ่ง” ก่อนที่จะได้ลงมือรับประทาน และเป็นการโน้มน้าวให้รู้สึกว่า อาหารไทย เป็นอาหารที่มีรสชาติและมีคุณค่าสูงมาก ถือเป็นการเพิ่มคุณค่าของอาหารและสร้างบรรยากาศ และมูลค่าเพิ่มไปได้อย่างง่ายๆ ด้วยครับ
--------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : มิชลินสตาร์ กับอาหารไทย : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



