ข่าว

โรงเรียนบ้านแหลมจัดหลักสูตรตามใจผู้เรียน

โรงเรียนบ้านแหลมจัดหลักสูตรตามใจผู้เรียน

10 พ.ย. 2557

โรงเรียนบ้านแหลมจัดหลักสูตรตามใจผู้เรียน มุ่งสร้างความสุข เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้จริง

            โรงเรียนบ้านแหลม จ.เพชรบุรี มุ่งสร้างความเข้มแข็งทางการศึกษา จัดการเรียนการสอนแบบตามใจผู้เรียน บูรณาการและสร้างการมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน บ้าน-วัด-โรงเรียน-ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น-อาชีพ จากโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่อันดับไกลๆ พลิกกลับมายืนอยู่อันดับต้นๆ ของ จ.เพชรบุรี พร้อมขยายเครือข่ายโรงเรียนในพื้นที่และคอยดูแลเป็นพี่เลี้ยงอีกกว่า 11 โรงเรียน

            นายอรุณ บุญเหิน ผู้รับผิดชอบโครงการการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน เพื่อสุขภาวะคนไทย (ปศท.3) กล่าวว่า โรงเรียนบ้านแหลมวิทยา อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี มีปัญหาเกี่ยวกับการศึกษา คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ นักเรียนบางคนอ่านหนังสือไม่ค่อยออก เขียนก็ไม่คล่อง ขณะที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างและทำประมง มีฐานะยากจน นักเรียนบางคนต้องทำงานเลี้ยนตนเองและครอบครัว ทำให้ขาดเรียนบ่อย เรียนไม่ทันเพื่อน ไม่สนใจติดตามผลการเรียนของตนเองเมื่อสอบไม่ผ่าน ไม่จบหลักสูตรมัธยมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทำให้เสียโอกาสทางการศึกษาและอาจสร้างปัญหาให้แก่สังคมไทยในอนาคต 

            โรงเรียนบ้านแหลมตระหนักถึงปัญหาและความจำเป็นในการสร้างความเข้มแข็งในการจัดการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น สถาบันศาสนา เอกชนและองค์กรเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรอื่นๆ ของประชาชน มีการสร้างชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ร่วมกันเติมเต็มและการจัดการศึกษา เพื่อนำไปสู่สุขภาวะของคนไทยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา

            จึงมีการจัดทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรม อย.น้อย กิจกรรมการสร้างเครือข่ายโรงเรียนในพื้นได้กว่า 11 โรงเรียน รวมทั้งโครงการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน เพื่อสุขภาวะคนไทย (ปศท.2) และโครงการเครือข่ายการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน เพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชน ด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลม โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

            โดยปีนี้ได้ทำโครงการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน เพื่อสุขภาวะคนไทย หรือ ปทศ.3 ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก สสส. เพื่อจัดทำหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและสังคมเพื่อสุขภาวะคนไทย เพื่อนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจากผู้เรียนสู่ครอบครัวและชุมชน และเพื่อให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

            โดยมีกิจกรรมที่แตกต่างไป 5 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมยกระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมเรียนรู้เรื่องอาชีพ เพื่อศึกษาอาชีพในชุมชน (ขนมหวานเมืองเพชร งานประดิษฐ์ภาพรีไซเคิล ผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารทะเล สบู่สมุนไพร งานประดิษฐ์หมอนฟักทอง) กิจกรรมส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและปลูกฝังค่านิยมความเป็นไทย มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตสาธารณะ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เพื่อส่งเสริมสุขอนามัยให้แก่นักเรียน (กีฬา แอโรบิก กิจกรรมการป้องกันสารเสพติด การดูแลสุขภาพ) และกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและทักษะพื้นฐานในการดำรงชีวิต เกี่ยวกับเกษตรพืช เกษตรสัตว์ และประมง

            ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวถึงผลสำเร็จที่เกิดขึ้นหลังจัดทำโครงการ ว่า จากการจัดการศึกษาดังกล่าวทำให้เกิดความสามัคคีกันขององค์กรในชุมชน ผู้บริหาร ครู และชุมชนร่วมใจ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกันแก้ปัญหา ทำให้ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุขเพราะได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียนรู้ เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามเป้าหมาย ทำให้มาตรฐานด้านต่างๆ มีผลการประเมินดีขึ้นและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าปีที่ผ่านมา อยู่ในอันดับต้นๆ ของ จ.เพชรบุรี และกิจกรรมแต่ละกิจกรรมยังสะท้อนวิถีชีวิตของชุมชนบ้านแหลมทางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อม ทำให้สถานศึกษาได้รับรางวัลสถานศึกษาพอเพียง

            ผศ.ดร.พิณสุดา สิริธรังศรี หัวหน้าโครงการติดตามและสนับสนุน ชุดโครงการการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน เพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชน กล่าวว่า การจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชนจะมีข้อกำหนดที่ทุกโครงการที่ทำจะต้องมี 8 หลักการ คือ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินการ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมติดตามผล และร่วมชื่นชม ซึ่งต่อเนื่องมาจากโครงการที่แล้ว เรามีข้อกำหนดว่า ทุกอย่างที่คุณจะจัดการศึกษา ต้องไปฟังเสียงประชาชนก่อน คือ ระดมความเห็น ร่วมเสนอความต้องการ เราต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทุกขั้นตอน 

            ครั้งแรกๆ ที่มีการประชุม เสนอทำโครงการ คุณครูยังไม่มีแนวทางการทำงานก็จะกังวลและเครียด แต่พอทำไปสักพักก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ภายใน 1 ปี เขาได้รางวัลเศรษฐกิจพอเพียง เพราะเขารู้ในทุกเรื่อง ครูก็หันมาเอาใจใส่เด็กๆ มากขึ้น ด้วยนโยบายการมีส่วนร่วม พ่อแม่ก็มาดูแลลูกหลานของตนเอง และมีปราชญ์ชุมชนมาช่วยสอนเรื่องวัฒนธรรม ประเพณี

            นอกจากนี้ในเด็กกลุ่มที่อ่อนในแต่ละด้านก็จะแยกออกมาจัดกิจกรรมให้ต่างหากในวันศุกร์ เด็กเรียนดีก็ไปทำกิจกรรมในวันพฤหัสบดี ขณะเดียวกันเด็กยากจนก็ทำกิจกรรมเกษตรพอเพียง เขาไม่ได้ให้ทุนเด็กฟรีๆ แต่ลงทุนเลี้ยงปลา ปลูกผักให้ แล้วให้เด็กทำ เป็นการฝึกฝนการสร้างงาน มีรายได้จากการทำงาน และนำเงินที่ขายปลา ขายผักได้ไปฝากในสหกรณ์

            ผลพลอยได้จากการทำกิจกรรมเหล่านี้ ส่งผลให้การเรียนของเด็กๆ ดีขึ้น เพราะมีพ่อแม่คอยดูแล ครูก็เอาใจใส่ โรงเรียนขาดเหลืออะไรเขาเข้ามาสนับสนุน

            นี่คือความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการทำงานแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชนที่อยากให้เกิดขึ้นกับทุกโรงเรียนในโครงการ