ข่าว

‘ประยุทธ์’หารือ‘สี จิ้นผิง’รถไฟรางคู่

‘ประยุทธ์’หารือ‘สี จิ้นผิง’รถไฟรางคู่

09 พ.ย. 2557

‘ประยุทธ์’หารือ‘สี จิ้นผิง’รถไฟรางคู่ หนุนเงินหยวนเป็นสกุลเงินสากล

                เมื่อเวลา 15.30 น.(ตามเวลาท้องถิ่น) วันที่ 9 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ร่วมหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง (Mr. Xi Jinping) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 22 ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

                ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการหารือ ว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมยุทธศาสสตร์ของจีนในการพัฒนาเส้นทาง R3A เชื่อมต่อจากนครคุนหมิงมายังกรุงเทพ และการพัฒนาเส้นทางระบบรางมาถึงบริเวณชายแดน เพื่อเตรียมเชื่อมต่อไปถึงลาว ซึ่งไทยและจีนจะร่วมมือกันในการพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมในภูมิภาคให้เต็มศักยภาพ ซึ่งจีนได้มีความริเริ่มเส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเล รวมทั้งยังมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค

                ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือด้านรถไฟ ไทยยินดีที่จะร่วมมือกับจีนในการพัฒนารถไฟทางคู่เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงจีน ไทยและประเทศในภูมิภาค โดยอาจนำไปหารือให้มีผลเป็นรูปธรรมในกรอบการหารือไทย-จีน ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวขอบคุณจีนที่นำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลไม้ ข้าวหอมมะลิและยางพารา โดยทั้งสองฝ่ายจะหารือต่อไปเพื่อลดปัญหาและอุปสรรคด้านการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน

                “นายกรัฐมนตรี สนับสนุนนโยบายของจีนที่จะให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินสากล โดยเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการธุรกรรมระหว่างกันในรูปแบบเงินสกุลท้องถิ่น เพื่อลดความเสี่ยงและลดต้นทุนอัตราแลกเปลี่ยน และหวังว่าจะต่ออายุความตกลงทวิภาคีแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลหยวนและบาทที่จะหมดอายุในเดือนธันวาคมนี้ และลงนามความร่วมมือว่าด้วยการตั้งธนาคารชำระดุลเงินหยวนในประเทศไทยโดยเร็ว ส่วนด้านการศึกษา ไทยและจีนเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม เนื่องจากจีนมีความเจริญก้าวหน้าโดยอาจจัดเวทีให้นักวิทยาศาสตร์ได้พบปะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด รวมทั้งขอให้จีนช่วยสนับสนุนด้านการพัฒนาระบบอาชีวศึกษา” ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าว

                ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เชิญนายกรัฐมนตรีจีน เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (Great Mekong Subregion- GMS Summit) ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม GMS Summit ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคมนี้ โดยไทยจะผลักดันประเด็นเรื่องการพัฒนา ระเบียงเส้นทางการคมนาคม (Transport Corridors) ให้เป็น ระเบียงเศรษฐกิจ ( Economic Corridors) การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามพรมแดน การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการขนส่งและการป้องกันการลักลอบการค้ามนุษย์ด้วย
 

ปธน.จีนเผยวิสัยทัศน์"ความฝันเอเชีย-แปซิฟิก"

              ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ใช้เวทีการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ในกรุงปักกิ่ง เป็นที่แสดงวิสัยทัศน์ในการสร้างความร่วมมือกันระหว่างภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ท่ามกลางตัวแทน 21 ประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมการประชุมเอเปค ที่เป็นตัวแทนของประเทศที่มีประชากรรวมกันกว่า 40% ของประชากรโลก การค้าเกือบครึ่งหนึ่งของโลก และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) รวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก
    
              การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมการประชุมคนสำคัญอย่าง ประธานาธิบดีบารัก โอบามา และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซียรวมทั้งนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะแห่งญี่ปุ่นเข้าร่วมด้วย
    
              โดยเนื้อหาของการประชุมคือการที่จีนผลักดันให้เกิดการรวมตัวเป็นกลุ่มการค้าเสรีภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอฟทีเอเอพี) ขณะที่สหรัฐก็ใช้เวทีเดียวกันนี้เดินหน้าการเพิ่มจำนวนสมาชิกกลุ่มความร่วมมือทรานส์ แปซิฟิก (ทีพีพี)
    
              ทั้งนี้ ทีพีพี เป็นปัจจัยหนึ่งที่สหรัฐอเมริกาใช้เพิ่มความสำคัญในการมีบทบาทในภูมิภาคเอเชียมากขึ้นเพื่อสร้างความสมดุลกับจีน โดยมุ่งเป้าไปที่การนำ 12 ประเทศสมาชิกเอเปค เช่น ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลียเข้ารวมเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงทีพีพี โดยไม่ได้ยื่นข้อเสนอให้กับทางจีน
    
              ประธานาธิบดีสี กล่าวว่า สำหรับเอเชีย-แปซิฟิกและโลกทั้งใบ การพัฒนาของจีนจะส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งเป็นการเปิดโอกาส และประโยชน์ รวมทั้งให้เป้าหมายที่มั่นคงและคำสัญญาที่ไม่สิ้นสุด โดยความฝันเอเชีย-แปซิฟิกของนายสี ขึ้นอยู่กับการแบ่งปันจุดมุ่งหมายในด้านสันติภาพ การพัฒนาและผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างภูมิภาค
    
              นอกจากนั้นประธานาธิบดีสี ยังได้ทำความเข้าใจกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่น ที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอยู่ในภาวะตกต่ำอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากทั้งสองส่งเครื่องบิน และเรือรบรุกล้ำน่านฟ้าและน่านน้ำของอีกฝ่ายหนึ่งอยู่เสมอ  
    
              อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นระบุว่ามีการเตรียมถ้อยแถลงอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการยอมรับว่ารัฐบาลโตเกียวยอมรับการที่จีนอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนพิพาทในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งเป็นปมปัญหาระหว่างสองประเทศ