ข่าว

ใกล้วันสนช.ถกถอดถอน‘ปู’-‘โอ๊ค-พท.’ดิ้น

ใกล้วันสนช.ถกถอดถอน‘ปู’-‘โอ๊ค-พท.’ดิ้น

09 พ.ย. 2557

ใกล้วันสนช.ถกถอดถอน‘ปู’-‘โอ๊ค-พท.’ดิ้น วิปพร้อมขยายเวลายื่นเอกสารอีก15วัน

            9พ.ย.2557จากกรณีที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นัดประชุม สนช. เพื่อพิจารณาเรื่องถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตามคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นครั้งแรกในวันที่ 12 พ.ย. ซึ่งทีมทนายของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้แจ้งว่าจนถึงล่าสุดยังไม่ได้รับเอกสารจาก สนช.

            น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. บอกว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆก็สามารถผ่อนผันได้ โดยวันอังคารนี้ (11 พ.ย.) วิป สนช.จะประชุมเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากทีมทนายของนางสาวยิ่งลักษณ์ ทำเรื่องมาว่ายังไม่ได้รับเอกสาร ที่ประชุมวิปก็คงจะพิจารณาในข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร และถ้ามีเหตุมีผลก็สามารถที่จะเสนอต่อที่ประชุม สนช.วันที่ 12 พ.ย.ให้เลื่อนการพิจารณาเรื่องเพิ่มพยานและกำหนดวันแถลงเปิดคดีได้  แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุม สนช.ว่าจะเห็นอย่างไร

            "แต่การประชุม สนช.ในวันที่ 12 คงไม่สามารถเลื่อนได้ เพราะจะมีปัญหาเรื่องกรอบเวลา 30 วันที่ต้องประชุมครั้งแรกหลังได้รับเรื่องจาก ป.ป.ช." โฆษกวิป สนช.กล่าว และว่า "ความจริงในข้อบังคับการประชุม อนุญาตให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถมาตรวจดูหรือขอคัดสำเนาเอกสารได้ ซึ่งหากทีมทนายตั้งใจที่จะให้ได้เอกสารอย่างรวดเร็วจริงๆ ก็สามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว"

            ทั้งนี้ตามข้อบังคับการประชุม สนช. กำหนดให้ประธาน สนช.จัดส่งเอกสารให้ผู้ถูกกล่าวหา และ สมาชิก สนช.ศึกษาก่อนวันประชุมนัดแรกไม่น้อยกว่า 15 วัน และผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิขอให้มีการสอบพยานเพิ่ม โดยจะต้องแจ้งมาก่อนถึงวันประชุมนัดแรกไม่น้อยกว่า 5 วัน

            นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาทีมทนายคดีถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จนถึงล่าสุดนางสาวยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้รับเอกสารใดๆจาก สนช.อย่างไรก็ตาม ทางทีมทนายได้ส่งหนังสือทักท้วงไปยัง สนช.แล้ว ซึ่งนอกจากแจ้งเรื่องที่ยังไม่ได้รับเอกสาร ทีมทนายยังได้ทำหนังสือไปอีก 2 ฉบับ คือ 1.คัดค้านอำนาจการถอดถอนของ สนช. และ 2.ขอให้ประธาน สนช.กำชับให้ สนช.ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุม ข้อ 161 ที่ระบุว่า หลังจากมีการรับเรื่องถอดถอนไว้พิจารณาจนสิ้นสุดกระบวนการ สมาชิก สนช.จะต้องวางตัวเป็นกลางและเที่ยงธรรม

            นายพิชิต กล่าวว่า ในการประชุม สนช.วันที่ 12 พ.ย. ที่ประชุมควรจะนำคำร้องทั้ง 3 ฉบับของทีมทนายมาพิจารณา และควรจะดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม การที่ประธาน สนช.ยังไม่ได้ส่งเอกสารให้ผู้ถูกกล่าวหาศึกษาไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนประชุมนัดแรก แสดงว่าเป็นการกระทำที่ขัดข้อบังคับ

            "แค่เรื่องอำนาจถอดถอนของ สนช.เราก็เห็นว่าไม่ถูกต้องอยู่แล้ว ตอนนี้ยังจะดำเนินการขัดข้อบังคับการประชุมอีก" นายพิชิต กล่าว

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากในการประชุม สนช.วันที่ 12 พ.ย.ปรากฏว่า สนช.ยังไม่ได้ส่งเอกสารให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ผู้ถูกกล่าวหาจริง ที่ประชุมก็จะต้องนัดประชุมอีกรอบ เพื่อดำเนินการส่งเอกสารให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ แล้วจึงจะมาพิจารณาว่าจะให้เพิ่มเติมพยานหลักฐานในการพิจารณาหรือไม่ และจะกำหนดวันเริ่มแถลงเปิดสำนวนวันใด ซึ่งจะทำให้กระบวนการถอดถอนทอดยาวไปอีกอย่างน้อย 15 วัน


โอ๊คโวยหากการเมืองยังกดดันอีกฝ่ายหนึ่งบ้านเมืองสงบยาก

            ขณะเดียวกันบ่ายวันนี้นายพานทองเเท้ ชินวัตร โพสต์ข้อความทางเฟซบุ็คส่วนตัวหลังจากโพสต์ล่าสุดวันที่ 22 ต.ค.ว่า   เห็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึง กปปส. ดาหน้ากันออกมากดดัน ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ให้เอาผิดอาปูเรื่องจำนำข้าวแล้ว ผมว่าถ้ายังมีกลุ่มการเมืองประเภทนี้อยู่ ประเทศไทยของเราสงบยากครับ

            จริงอยู่ที่เชื้อโรค ไม่เคยทำอันตรายตัวที่เป็นพาหะแห่งโรค แต่คนพวกนี้ต้องแยกให้ออก ว่ากลุ่มบุคคลที่ถืออำนาจรัฐอยู่ในมือขณะนี้ เขามิได้ถือว่าตัวที่เป็นพาหะทำให้เกิดโรครัฐประหาร เป็นผู้ที่มีบุญคุณต่อเขา อยู่ๆจะมาบีบมากดดันให้ทำโน่นทำนี่ คงจะยาก

            คนเหล่านี้ควรจะสำนึกในบทเรียนครั้งก่อน ที่อยู่ๆหัวโจกก็ออกมาทวงค่าจัดม็อบ 1,400 ล้าน โดยอ้างว่าคุยไลน์กับทหาร วางแผมโค่นรัฐบาลอาปูมาด้วยกัน จนกระทั่งโดนทหารฮึ่มใส่ว่าไม่เคยคุย ทำให้เจ้าตัวต้องหนีไปบวช ยังไม่สึกจนกระทั่งทุกวันนี้

            ก่อนการกระทำรัฐประหาร ฝั่งเพื่อไทยมีจุดยืนต่อต้านรัฐประหารอย่างชัดเจนครับ แต่เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ จัดตั้งรัฐบาลอย่างถูกต้องแล้ว จะเห็นได้ว่าพรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตยแทบทุกพรรคฯ ต่างก็มีน้ำใจเป็นนักกีฬา เปิดโอกาสให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างสะดวก จะแก้จะทำอะไรก็รีบๆทำ เสร็จแล้วประชาชนเขาจะได้ใช้สิทธิ์ของตน ออกไปเลือกตั้ง เลือกผู้นำที่เขาชื่นชอบยอมรับ ประเทศไทยจะได้กลับมาเป็นประชาธิปไตยกับเขาเสียที

            แต่น้ำใจนักกีฬา ของฝ่ายประชาธิปไตยนี้ ก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกๆฝ่ายอย่างเท่าเทียมกันด้วยนะครับ หากยอมให้ใช้กระบวนการสองมาตรฐาน มาทำลายคู่แข่งทางการเมือง ดังเช่นที่เคยจัดตั้ง คตส.มาในอดีต หรือผู้กุมอำนาจไปบ้าจี้ทำตาม ที่พวกพาหะแห่งโรคออกมาโวยวาย บ้านเมืองก็จะกลับไปสู่วังวนแห่งความวุ่นวายอีกครั้ง เจอม็อบนู่นนี่นั่นไปตลอดไม่รู้จบสิ้นเสียที

            พวกพาหะเหล่านี้ ถ้ารักประเทศชาติจริง ทำไมไม่ออกมากดดัน ป.ป.ช.ให้หยิบคดีปรส. ที่กำลังจะหมดอายุความมาสั่งฟ้องละครับ จำนำข้าวบอกขาดทุน 6 แสนล้าน จริงๆเงินไม่ได้ขาดทุนไปไหน ก็ไปอยู่ในมือชาวนาเกวียนละหมื่นห้าไงครับ หลวงขาดทุนเท่าไหร่ ชาวนาก็กำไรเท่านั้น ชาวนาปลูกข้าวให้เรากินมาทั้งชีวิต ถึงเวลาตอบแทนกันได้ ก็ควรจะให้เขาลืมตาอ้าปากได้ครับ

            ลองมาดูคดีปรส.บ้างครับ ขาดทุน 8 แสนกว่าล้าน เงินไปอยู่ในมือต่างชาติ กับนักการเมืองหน้าซื่อใจโกงทั้งหมด ชาวบ้านไม่ได้อะไรแม้แต่บาทเดียว ทำไมไม่โวยให้ตรวจสอบกันหละครับ พี่น้องผู้ผูกขาดความรักชาติทั้งหลาย

            บ้านเมืองจะสงบได้ ต้องคืนความยุติธรรมให้ทุกฝ่ายเท่านั้น อย่าตกเป็นเครื่องมือให้พวกขี้แพ้ทางการเมือง มาเอาเปรียบคนอื่นเลยครับ


"เพื่อไทย"บี้"พล.อ.ประยุทธ์"ตรวจสอบคดีปรส.

            ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีสนช.เดินหน้าถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ว่า วันนี้ฝ่ายที่พยายามกล่าวหาโครงการรับจำนำข้าวทำให้ประเทศชาติเสียหาย ต้องใช้หนี้หลายแสนล้านบาทเป็นเวลานับสิบๆปี ในฐานะเคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การธนาคารและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ได้ติดตามตรวจสอบความเสียหายกรณีการกู้เงินไอเอ็มเอฟเพื่อไปใช้หนี้ปรส. ที่รัฐบาลต้องเอาเงินภาษีของประชาชนไปใช้หนี้ดอกเบี้ยทุกปี รวม 10 ปีทั้งเงินต้นและดอก รวมเป็นเงินเกือบล้านล้านบาท เสียหายมากกว่าโครงการรับจำนำข้าว ทุกวันนี้คนไทยยังช่วยกันแบกภาระใช้หนี้อยู่ แต่อีก 20 วันคดีนี้จะหมดอายุความ ยังไม่สามารถเอาผิดกับใครได้ ไม่เห็นมีผู้รักชาติทั้งหลายออกมาเรียกร้องให้สังคมได้รับรู้ถึงเหตุการณ์เช่นนี้กันบ้าง ฝากถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ว่า คนส่วนหนึ่งในสังคมไทยเป็นเสียแบบนี้ บ้านเมืองจึงไม่ก้าวความขัดแย้งไปได้

            นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ใครทำความผิดอะไรก็ต้องตรวจสอบตามหลักฐาน โดยข้อเท็จจริงสต็อกข้าวที่เสียหายเป็นของโครงการจากรัฐบาลไหน จากโครงการจำนำข้าวหรือโครงการประกัน โรงสีไหนทุจริต ก็ต้องเอาผิด ส่วนสถาบันหนึ่งที่ทำวิจัยโครงการรับจำนำข้าว ต้องมีหลักฐานการวิจัยที่ชัดเจน ไม่ใช่วิจัยโดยใช้ความคิด ความรู้สึกส่วนตัวชี้นำสังคมในเรื่องที่มีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ของบ้านเมือง จนเกิดความแตกแยกในสังคมไทย จึงขอฝากถึงนายกฯที่จิตใต้สำนึกของท่านเป็นคนตรงไปตรงมา จะสามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งและเห็นต่างในสังคมไทยได้ อยากให้นายกฯเชิญฝ่ายต่างๆที่พยายามทำลายล้างรัฐบาลยิ่งลักษณ์มาพูดคุยว่า ขอให้เพราๆกันได้แล้ว เลิกกันเสียกับขบวนการจ้องที่จะกำจัดกันให้สิ้นซาก จนทุกวันนี้กระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระทำงานกั้นบิดเบี้ยวไปหมด เชื่อว่านายกฯมองเห็นกระบวนการเหล่านี้ที่เกิดขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับตัวท่านว่าจะแก้ปัญหานี้ให้หมดไปหรือไม่


"เพื่อไทย"แนะ"หมอวรงค์-ทยา"หยุดกดดันอสส.

            นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอดีตสส.พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้นายวรงค์ เดชกิจวิกรม และนางทยา ทีปสุวรรณ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หยุดกดดันอัยการสูงสุดในคดีโครงการรับจำนำข้าว เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนได้เสียในฐานะเป็นพวกผู้กล่าวหา ขณะนี้หมดหน้าที่ของฝ่ายผู้กล่าวหาแล้วและไม่มีผู้กล่าวหาใด ประพฤติตนเช่นนี้ ควรเคารพอำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุดที่ทำหน้าที่ตามกฎหมาย อย่ากล่าวหาหรือดูหมิ่น ดูแคลน อัยการสูงสุด โดยไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าคดีนี้มีข้อไม่สมบูรณ์ในการฟ้องคดี ทำไมไม่ฟังข้อถ่วงติงของอัยการสูงสุด ป.ป.ช.และพรรคประชาธิปัตย์ควรจะมีสติในการคิดไม่ควรใช้อารมณ์ เพราะนับแต่อัยสูงสุดได้ท้วงติงถึงข้อไม่สมบูรณ์ของคดี หากป.ป.ช.ไม่มีทิฐิ ใช้เหตุใช้ผล การสอบพยานเพิ่มเติมก็ดำเนินเสร็จสิ้นแล้ว แต่เพราะป.ป.ช.มุ่งจะเอาชนะฝ่ายอัยการสูงสุดในลักษณะไม่ประนีประนอม ไม่สอบพยานเพิ่มแม้แต่ปากเดียว จึงทำให้เรื่องล่าช้า 

            “นายวรงค์และนางทยา หากจะกรุณาก็ช่วยบอกป.ป.ช.ให้ลดทิฐิลงบ้าง อย่าไปเชื่อนายวิชา มหาคุณ มากนัก และที่สำคัญนายวรงค์และนางทยา ควรไปช่วยตรวจสอบเรื่องของพรรคตัวเองที่ยังค้างอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น คดีปรส. 8 แสนล้านบาท ที่กำลังจะขาดอายุความและป.ป.ช.ไม่สามารถเอาผิดใครได้ คดีระบายข้าวของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรีและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คดีโรงพักทดแทนที่มีแต่เสารวมถึงคดีทุจริตอาชีวะที่ใช้เงินกู้ในโครงการไทยเข้มแข็ง เป็นต้น อย่ากล่าวหาแต่ความไม่ดีของคนอื่น โดยไม่ดูตัวเองหรือพรรคของตนเอง เพราะสำหรับนางทยา ก็ตกเป็นผู้ต้องหาอันดับที่ 44 ในคดีกบฏไม่ยอมไปขึ้นศาลกลับมาขอความเป็นธรรมต่ออสส.ไม่ให้ฟ้องตนเอง แต่พอเวลานี้กลับมากล่าวหาอสส.เขาอีก ซึ่งควรจะสำรวจมาตรฐานตัวเองก่อนเช่นกัน ” นายสุชาติกล่าว

            นายสุชาติ กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปตนจะชวนพรรคพวกค่อยติดตามคดีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกกล่าวหาและค้างอยู่ที่ป.ป.ช. จนกว่าป.ป.ช.จะเริ่มหยิบคดีของพรรคประชาธิปัตย์มาทำบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกประชาชนกล่าวหาได้ว่าป.ป.ช.ดำเนินการสองมาตรฐาน