
ชมปาฏิหารย์สันติวิธีทุบกำแพงเบอร์ลิน
นายกฯชมปาฏิหารย์สันติวิธีทุบกำแพงเบอร์ลิน
9พ.ย.2557 เพียงหนึ่งวันก่อนจะมีพิธีฉลองครบรอบ 25 ปีการทลายกำแพงเบอร์ลินที่แบ่งแยกเยอรมนีในยุคสงครามเย็นในวันนี้ นายกรัฐมนตรีอังแกลา แมร์เคิล กล่าวชื่นชมว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นปาฏิหารย์ที่ไม่ต้องใช้กระสุนแม้แต่นัดเดียว
ชาวเยอรมนีและนักท่องเที่ยวกว่าแสนคนรวมตัวกันในกรุงเบอร์ลินเมื่อวานเพื่อเตรียมร่วมงานฉลองครบรอบ 25 ปีของการทลายกำแพงเมื่อ 9 พ.ย.2532 โดยหลายคนร่วมเดินชมเส้นทางตลอดแนวกำแพงเดิมที่มีการประดับลูกโป่งเรืองแสง 8,000 ลูกเป็นแนวยาว 15 กม.และเตรียมปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าในวันนี้ เพื่อรำลึกถึงการปฏิวัติด้วยสันติวิธีที่นำไปสู่การเปิดพรมแดนและการรวมชาติในอีกหนึ่งปีต่อมาเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2533
และนายกรัฐมนตรีแมร์เคิล ที่เกิดในเยอรมนีตะวันออก จะเป็นประธานในพิธีฉลองที่จะจัดขึ้นใบริเวณประตูบรันเดนเบิร์กในวันนี้ เธอกล่าวก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ยกย่องชื่นชมความกล้าหาญของชาวเยอรมนีตะวันออกที่ลุกขึ้นเดินขบวนประท้วงต่อต้านเผด็จการคอมมิวนิสต์ และนำไปสู่การทลายกำแพงอย่างสันติ ซึ่งถือเป็นปาฏิหารย์ที่ไม่ต้องมีการยิงกระสุนแม้แต่นัดเดียว และทำให้เราได้รู้ว่า การแสวงหาเสรีภาพไม่อาจถูกกดขี่ข่มเหงได้ตลอดกาล
ช่วงหลายวันนี้ เธอเล่าว่า ในวันที่กำแพงถูกทลาย เธอออกจากซาวน่าและกำลังเดินกลับบ้าน และเห็นคนเดินมุ่งหน้าไปยังฝั่งตะวันตก เธอเลยเดินไปตามถนนบอร์นโฮลเมอร์และข้ามไปฝั่งเยอรมนีตะวันตกเพื่อร่วมฉลองกับคนแปลกหน้าเหล่านั้น มันเป็นความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความสุขอย่างเหลือเชื่อ และเป็นคืนที่เธอจะไม่มีวันลืม
แม้การทลายกำแพงสำเร็จลงได้โดยไม่สูญเสียเลือดเนื้อ แต่ตลอดระยะเวลานับตั้งแต่กำแพงถูกสร้างขึ้นในปี 2504 เพื่อสกัดไม่ให้ชาวเยอรมนีตะวันออกข้ามไปยังฝั่งตะวันตก มีคนเสียชีวิตจากการพยายามข้ามกำแพงไปอย่างน้อย 136 คนและอีกจำนวนมากถูกขังคุก
นายมิคาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำสหภาพโซเวียตคนสุดท้าย ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิรูปประเทศและเชื่อมสัมพันธ์กับชาติตะวันตกจนำไปสู่การทลายกำแพงที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของสงครามเย็น จะเป็นแขกสำคัญในพิธีฉลองในวันนี้ด้วย แต่กอร์บาชอฟในวัย 83 ปี กล่าวเมื่อวานเตือนว่า โลกกำลังเสี่ยงเข้าสู่สงครามเย็นครั้งใหม่ แม้บางคนบอกว่าได้เริ่มคนขึ้นแล้วก็ตาม สืบเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างชาติตะวันตกกับรัสเซียเกี่ยวกับวิกฤติในยูเครน โดยเขาบอกว่าช่วงหลายเดือนนี้เกิดความไม่วางใจต่อกัน พร้อมกับเตือนให้ระลึกว่าจะไม่มีความมั่นคงปลอดภัยในยุโรป หากขาดความสัมพันธ์ระหว่างเยอรมนีและรัสเซีย



