ข่าว

 ‘ไพบูลย์’ขวางตั้งอภิรัฐมนตรี-ประชามติ

‘ไพบูลย์’ขวางตั้งอภิรัฐมนตรี-ประชามติ

09 พ.ย. 2557

ความขัดแย้งก้างขวางคอสปช.ปฏิรูปประเทศ ‘เทียนฉาย’กระตุ้น250สมาชิกปรับแนวคิดเป็นหนึ่ง ‘ไพบูลย์’ขวางตั้งอภิรัฐมนตรี-ประชามติ : สำราญ สมพงษ์รายงาน

               เริ่มนับหนึ่งแล้วสำหรับการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หลังจากที่ออกแขกมาเป็นเวลานานพอสมควร โดยวันที่ 9 พ.ย.นี้ได้มีการจัดสัมมนาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เรื่อง สานพลัง สปช. ออกแบบอนาคตประเทศไทย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก โดยมีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. เป็นประธานการสัมมนา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก สมาชิกเดินทางมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

               หลังจากสถาบันพระปกเกล้า จุดพลุด้วยจัดงานประชุมวิชาการ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2557 เรื่อง "8 ทศวรรษ ประชาธิปไตยไทย : พลวัตแห่งดุลอำนาจ" เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา  มีประเด็นผลักดัจัดตั้งอภิรัฐมนตรีให้เป็นอีกดุลอำนาจเป็นดุลอำนาจที่ 4 นอกเหนือจากฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ โดยดุลอำนาจที่ 4 หรืออภิรัฐมนตรีจะมีอำนาจมากที่สุดในฐานะ "รัฏฐาภิบาล" โผล่ออกสร้างอาการหูพึ่งคอการเมืองได้ไม่น้อย แม้ว่านายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และประธานกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่ข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้า แต่เป็นเพียงความเห็นของคนเพียงคนเดียวก็ตาม


"เทียนฉาย"แจงกรอบการวางแนวปฏิรูป

               นายเทียนฉาย ได้เริ่มจากกรอบการทำงานว่า จากนี้ไปเราจะเดินไปอย่างมั่นคงและมั่นใจ โดยมีเจตนา 3 - 4 เรื่อง คือ 1.เสริมสร้างสานสัมพันธ์สมาชิกสปช. ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการทำงานข้างหน้า เพราะโอกาสที่จะมีความขัดแย้งความคิดมีอยู่สูง แต่การไม่ลงรอยจะไม่เป็นอุปสรรคการทำงาน 2.กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อเป็นหนึ่งเดียวในการปฏิรูปประเทศ 3.เส้นทางจะไปสู่อนาคตที่ความคาดหวังได้อย่างไร และ4.จะนำผลภาพวาดอนาคตไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร ซึ่งตนคิดว่าใน 4 ประเด็นนี้เราทำได้แน่ในสองวันนี้ โดยจะชวนให้สมาชิกคิดพร้อมๆกันและจูนความคิดให้ตรงกันด้วยการเดินหน้าคิกอ๊อฟจะทำได้เร็วมากขึ้น

               นายเทียนฉาย กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าเป้าหมายที่ทำให้การปฏิรูปมีผลสำเร็จมีด้วยกัน 6 เรื่อง คือ 1.ปฏิรูปแล้วต้องได้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีความเหมาะสมต่อสภาพสังคมไทย 2.เราจะมีระบบเลือกตั้งสุจริตและเป็นธรรม 3.มีกลไกป้องกันและขจัดการทุจริต คอร์รัปชัน 4.จะขจัดความเลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคมและพัฒนาที่ยั่งยืน 5.กลไกรัฐสามารถให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึงสะดวกรวดเร็ว และ 6.ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดเป็นธรรม ซึ่ง18 ด้านนี้มีเป้าหมายใน 6 ข้อที่ต้องทำให้เกิด แต่อาจจะยืดประเด็นออกไปหรือลดมากกว่า 18 ด้านก็สามารถทำได้ แต่เราจะเดินไปได้ไม่ไกลมากนักเพราะมีเวลาจำกัดอาจจะไม่ทัน

               นายเทียนฉาย กล่าวด้วยว่า สำหรับกระบวนการปฏิรูปน่าจะมีหลายวิธีและหลายกระบวนการ คือ 1.ให้สาธารณชนมีส่วนร่วม 2.การฟังความเห็นของสาธารณะและประชาชน โดยจะได้ให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมประชาชน แต่กระบวนการให้มีส่วนร่วมนั้นควรจะต้องมีความรอบคอบ อาทิ ประสานสัมพันธ์ให้ดี มีเอกภาพ ทั้งรูปแบบและวิธีการ การจัดให้มีการเข้าไปร่วมรับฟังกรณีที่มีผู้จัด บทบาทของสปช. กรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการ ต้องวางกันให้ดี เพราะต้องไม่สะดุดขาตัวเราเอง ถูกต้องและยอมรับได้ในระเบียบวิธีให้มีส่วนร่วมของการให้มีส่วนร่วมและรับฟังความเห็น ไม่ใช่สักแต่ให้มีเท่านั้น แต่เพื่อให้ได้ผลรับที่ถูกต้องและไม่มีอคติ เพราะการฟังความเห็นประชาชน ไม่สามารถฟัง 64 ล้านคน บางคนบางเวลาต้องจำแนกให้ดีด้วยวิธีที่ถูกต้อง ทั้งหมดต้องวางแผนให้ดี กรรมาธิการแต่ละชุดต้องรับผิดชอบให้มากๆ ก่อนจะไปถึงจังหวัด

ห่วงการสื่อความหมายผ่านสื่อออนไลน์

               "ระวังเรื่องอ๊อฟไชด์กรอบอำนาจต้องทำให้ดี กรรมาธิการต้องเร่งรัดและเร่งมือ สมาชิกาอาจจะต้องชะลอสักนิด เพื่อรอทีม เรากำลังเร่งมืออยู่แล้วและไปด้วยกันแต่ การฟังและให้มีส่วนรวมไม่ใช่คำมั่นสัญญาแต่เป็นการเอาข้อมูลมาประกอบร้อยเรียงเพื่ออนาคตประเทศไทย เราเดินหน้ามาได้เร็วพอสมควรขนาดนั้นยังไม่ทันใจ เราจะเร่งอีก ภารกิจเราทุกคนอยู่ที่กรรมาธิการ18 คณะ แม้ท่านไปร่วมเป็นกรรมาธิการยกร่างก็ต้องไม่ลืมว่ายังอยู่ในกรรมาธิการ 18 คณะด้วย และถือเป็นความสำคัญที่เร่งด่วนแรก ส่วนการให้มีฟังความเห็นให้เป็นลำดับรอง ดังนั้นกรรมาธิการจะต้องไม่ขาดองค์ประชุม เพราะเวลาประชุมจะซ้อนกัน"นายเทียนฉาย กล่าว

               นอกจากนี้ นายเทียนฉาย ยังกล่าวฝากถึงสมาชิก ว่า ต้องช่วยกันระวังป้องกันเรื่องข้อมูลที่ประชาชนอาจจะเข้าใจผิด เพราะที่ผ่านมามีบางช่วงหากติดตามจากสื่อโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่มีการรายงานข้อมูลอย่างรวดเร็ว หากเรามองจากภายนอกจะงงว่าสปช.ทำอะไรกัน บางครั้งออกอาการเป๋ จึงต้องค่อยๆทำความเข้าใจและรีบให้คณะกรรมาธิการแต่ละชุดทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ประธาน รองประธาน เลขานุการ และโฆษก ต้องเริ่มต้น ทุกคนต้องพูดผ่านโฆษกเท่านั้น บางคนอาจจะให้ข้อมูลบ้าง หรือไปสัมภาษณ์บ้าง ก็ต้องเคลียร์ ว่าเป็นความเห็นส่วนตัวไม่ใช่ความเห็นของสปช.จึงขอให้ระวังเรื่องนี้เพราะหากเกิดปัญหาจะต้องใช้เวลาแก้นาน นอกจากนี้อาจจะจำเป็นต้องมีคณะทำงานประชาสัมพันธ์มาช่วยและวางแผน ให้ข้อมูลทั้งสองด้าน กับสมาชิกและสาธารณะโดยตนจะมีการเรียกประชุมสปช.ในวันที่11 พ.ย.นี้ เพื่อให้มีการรับทราบการตั้งกรรมาธิการทั้ง 18 คณะและขอมติให้กรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปด้วย เพื่อเร่งจัดให้มีกรรมาธิการวิสามัญอีก5 คณะ เพื่อให้การทำงานเดินหน้าอย่างสมบูรณ์

               ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสัมมนาดังกล่าวจะมีรูปแบบการสัมมนาโดยการจัดให้สมาชิกได้มีการพูดคุยกันโดยแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย จำนวน 10 กลุ่ม ภายใต้กิจกรรม "ความทรงจำ : การเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองในรอบ 50 ปี และ อนาคตใน 20 ปีที่อยากเห็น : ฝันว่าอยากจะเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไรใน 20 ปีข้างหน้า โดยจะมีการหลอมรวมวิศัยทัศทั้งหมดของสมาชิกทั้ง 250 คน ในการทำงานร่วมกับประชาชน เพื่อเป็นข้อตกลงและสรุปผลที่จะส่งมอบให้กับลูกหลานต่อไปในอนาคตว่าประเทศไทยจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร นอกจากนี้ในช่วงเย็นยังได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกสปช.ด้วย

"ความขัดแย้ง"ก้างขวางคอสภาปฏิรูป

               นายเทียนฉาย กล่าวถึงการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ที่ยังคงมีปัญหาความขัดแย้งในสังคมโดยเฉพาะกลุ่มนักการเมืองที่ยังออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องว่า เรายังไม่ได้วิเคราะห์เจาะลึกลงไปในเหตุของปัญหาว่าความขัดแย้งต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นมาจากอะไร แต่มีการพูดแบบรวมๆว่าเป็นความขัดแย้งทางการเมือง แต่พื้นฐานอาจจะมีหลายเรื่องความไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากร หรือการเข้าไปถึงของการให้บริหารจากภาครัฐ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย จนกลายเป็นความขัดแย้งที่ระเบิดขึ้น จึงจำต้องเข้าไปแก้ไขที่ตัวรากของปัญหามากกว่าที่จะแก้ที่ปลายเหตุ

               เมื่อถามว่า ปัญหาของประเทศไทยฝังรากลึกมานานคิดว่าอนาคตที่เราฝันไว้จะเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน นายเทียนฉาย กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ในอนาคต หากเราต้องการจะทำ เพราะเหตุการณ์วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความขัดแย้ง แต่สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นที่เราทำในอดีตก็มีมากมาย ไม่เช่นนั้นประเทศอยู่มาไม่ได้จนถึงวันนี้ ถ้าเรามองเฉพาะด้านลบและอุปสรรค ตนคิดว่ามีแค่ในระยะนี้ แต่หากแก้บางเปราะไปได้ ประเทศไทยข้างหน้ายังมีความหวังสูงมากและ สิ่งที่เราคิดวันนี้จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ตนจึงอยากให้มองในด้านบวกมากกว่า

               “ฝันก็คือฝัน แต่ฝันครั้งนี้เราจะสร้างให้เป็นจริงแน่นอน ดังนั้นทั้งประเทศต้องช่วยกัน เพราะสังคมให้ความคาดหวังต่อการปฏิรูปสูงมาก บางครั้งก็น่าเป็นห่วง เช่นหลังการปฏิรูปแล้วจะไม่มีคนพูดโกหก ไม่มีการทุจริต ซึ่งมันไม่ใช่ ก็ยังคงมีคนโกหก แต่คนโกหกต้องจับได้และสังคมต้องไม่คบ ส่วนคนที่ทุจริตต้องมีการนำมาตัวมาลงโทษโดยไม่มีสองมาตรฐาน ผมคิดว่าความหมายของการปฏิรูปคืออย่างนี้”

               เมื่อถามว่าอยากขอความร่วมนักการเมืองช่วยทำให้การปฏิรูปประเทศสำเร็จหรือไม่ นายเทียนฉายกล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นความร่วมมือของทุกฝ่าย แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องขอความร่วมมือ หรือขอร้อง ตนก็จะขอ ถ้าจะให้ประเทศไทยมีเอกภาพและเดินหน้าไปได้ด้วยดี ถ้าถึงจุดหนึ่งแล้วยังติดขัดอุปสรรคของความไม่เข้าใจก็จำเป็นที่ตนต้องไปขอร้อง

"ดิเรก"ยอมเป็นเสียงข้างน้อยรธน.ต้องโยงปชช.

               นายดิเรก ถึงฝั่ง สปช.นนทบุรี กล่าวถึงการเข้ามาทำหน้าที่ว่า ต้องการผลักดันรัฐธรรมนูญ โดยยึดโยงกับประชาชนเป็นหลัก องค์กรอิสระจะมีการกำหนดภาระหน้าที่ให้ชัดเจนไม่ให้แทรกแซงฝ่ายบริหารตุลาการและนิติบัญญัต โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ ควรทำหน้าที่เฉพาะการพิจารณากฎหมายว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวตนจะผลักดันให้มาอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ได้ แม้ตนจะเป็นเสียงข้างน้อยที่อาจจะทำไม่สำเร็จก็ตาม

"ไพบูลย์"ขวางตั้งอภิรัฐมนตรีประชามติ

               นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสปช.และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงข้อเสนอให้มีการจัดตั้งอภิรัฐมนตรีในเวทีสัมมนาของสถาบันพระปกเกล้า ว่า ตนเห็นว่ารัฐธรรมนูญในอดีตที่มีการเขียนให้อำนาจกับ 3 ฝ่าย คืออำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ และนิติบัญญัติเป็นโครงสร้างที่ดีอยู่แล้ว และต้องปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งการให้มีอภิรัฐมนตรีขึ้นมาควบคุมอำนาจเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม และประชาชนอาจจะไม่ยอมรับ และไม่สามารถผลักดันข้อเสนอดังกล่าวได้ ทั้งนี้คงมีการหารือเรื่องนี้ในกรรมาธิการยกร่างต่อไป

               นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอที่จะให้มีการจัดทำประชามติ ถามความเห็นประชาชนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น เรื่องนี้ตนไม่เห็นด้วย เพราะไม่ได้ตอบโจทย์ของสิ่งที่กล่าวกันมา

"สุริยะใส"เตือนระวังการให้ความเห็นส่วนตัว

               นายสุริยะใส กตะศิลา อาจารย์วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวแสดงความเป็นห่วงถึงการทำงานของสภาปฎิรูปแห่งชาติ ว่า ตนเห็นว่าในขณะนี้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ต้องระมัดระวังการเสนอความเห็นที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวให้มาก เพราะจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ปลายเดือนนี้ สปท.จะจัดสัมนาวิชาการประเด็นแรกคือ แนวทางการปฏิรูปตำรวจ จากนั้นจะออกแบบสอบถามความเห็นจากองค์กรต่างๆ และระดมความเห็นประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟสบุคแฟนเพจ เว็บไซต์ และเตรียมเปิดตู้ ปณ.รับฟังความเห็นจากประชาชนทั่วไป แล้ว

               จากความเห็นต่างๆข้างต้นนั้นยังมีความขัดแย้งอยู่แต่ตามแนวคิดด้านสันติภาพแล้วความขัดแย้งไม่ใช่เป็นสิ่งเลวร้าย แต่อยู่ที่ว่าจะบริหารความขัดแย้งนั้นให้มีความสร้างสรรค์อย่างไรต่างหาก