คาถา'โลก-ธรรม'นำชีวิตเปลี่ยน
10 พ.ย. 2557
คาถา "โลก-ธรรม" นำชีวิตเปลี่ยน : ไลฟ์สไตล์
คนเราควรเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตอยู่บน "ทางโลก" และ "ทางธรรม" อย่างสมดุล ทว่าหลายคนยังสับสนในแนวทางการปฏิบัติ เหตุนี้พ็อกเก็ตบุ๊กเล่มกะทัดรัด "คาถาชีวิต ยกกำลังสอง" ของสองคนดัง อย่างพระนักคิดนักเทศน์ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ "ว.วชิรเมธี" และ วิกรม กรมดิษฐ์ นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ จึงตั้งใจเสนอหนทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้นได้
เปิดตัวตามสไตล์ทำอะไรที่คนอื่นไม่ทำ "เจ้าสัววิกรม" ปั่นจักรยานเข้ามากลางห้างเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมกับครอบครัวนักปั่นรอบโลก "หมู" เจริญ - "วรรณ" อรวรรณ โอทอง และลูกสาว "น้องเย็นตา" เพื่อขึ้นเวทีเปิดใจว่า "ทำไมต้องยกกำลังสอง" พร้อมจับเข่าเสวนาหัวข้อ "คาถาชีวิต ความสุข ความสำเร็จ ยกกำลังสอง" กับแขกคนสำคัญ สุทธิชัย หยุ่น ซีอีโอใหญ่เครือเนชั่น โดยงานนี้แม้ไม่มี "ท่าน ว.วชิรเมธี" มาร่วมวง เนื่องจากติดภารกิจที่สหรัฐอเมริกา แต่ก็ส่งคลิปวิดีโอมาบอกกล่าวถึงแง่คิดดีๆ ว่า ทุกคนไม่ว่าจะลงมือทำอะไรขอให้เลือกทำในสิ่งที่รักแล้วผลงานจะออกมาดี นอกจากนี้คนที่ประสบความสำเร็จล้วนเคยล้มเหลวมาทั้งนั้น จึงต้องมองความผิดหวังด้วยท่าทีเชิงบวก แล้วความล้มเหลวจะเป็นนั่งร้านของความสำเร็จ
"ทำไม บิล เกตส์ มหาเศรษฐีระดับโลก ต้องผันตัวเองไปทำมูลนิธิการกุศล นั่นเพราะพอเขาสำเร็จเรื่องธุรกิจแล้วก็หมดความหอมหวาน จึงหันไปเปลี่ยนเงินเป็นบุญ เปลี่ยนทุนเป็นธรรม ซึ่งถ้าทุกคนคิดแบบนี้ได้โลกก็จะชื่นชม สำหรับคาถาที่คิดว่าสำคัญทั้งต่อตัวอาตมาและทุกคนก็อย่าง ไม่มีวันนี้เป็นครั้งที่ 2 หมายความว่า วันเวลาไหลผ่านเราเป็นครั้งเดียวเสมอ ดังนั้นต้องใช้เวลาอย่างมีคุณค่า จึงต้องมีหลัก ททท. คือ ทำทันที" พระนักคิด กล่าว
จากนั้น วิกรม เจ้าสัวแห่งอาณาจักรอมตะ เปิดเผยถึงที่มาของหนังสือว่า ที่ชื่อ "คาถาชีวิต ยกกำลังสอง" ก็เพราะได้ ท่าน ว.วชิรเมธี มาร่วมเขียน โดยตัวเองเน้นถ่ายทอดความสำเร็จในทางโลกอย่างเรื่องธุรกิจและการดำเนินชีวิต ส่วนท่าน ว.วชิรเมธี ส่งความปรารถนาดีด้วยธรรมะง่ายๆ ที่สามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อความสำเร็จและความสุขในชีวิต นับเป็นผลงานเขียนร่วมกันเล่มแรกและเป็นเล่มที่ 19 ของตัวเอง โดยในเล่มอัดแน่นไปด้วยคติธรรม ข้อคิด พร้อมคำอธิบายง่ายๆ รวม 60 คาถา
"ผมไม่ได้ถือว่าตัวเองเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์หรือยิ่งใหญ่ เพราะผมเชื่ออยู่เสมอว่า มนุษย์ทุกคนล้วนต้องเรียนรู้ เราต่างผ่านความผิดพลาด ผิดหวัง ทุกข์สุขกันมาในแต่ละช่วงชีวิตของคนคนหนึ่งเสมอ ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบไปเสียหมด และเมื่อผมตระหนักถึงสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ผมจึงนำมาแปลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่ออาจจะกระตุกเตือนใจให้ได้ข้อคิดแล้วนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดหรือเดินย่ำซ้ำรอยเหมือนผม และถ้าสามารถนำไปใช้ให้ชีวิตมีความสุข ความสำเร็จ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการลดต้นทุนชีวิต ซึ่งผมได้ทำประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์แล้ว หวังว่าทุกตัวอักษรในเล่มจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของทุกคนที่ได้อ่าน แล้วสังคมจะเข้มแข็งขึ้น" เจ้าของแนวคิดสู่ความสำเร็จทางโลก เผย
ขณะที่ สุทธิชัย หยุ่น หนึ่งในผู้เขียนคำนิยม นอกเหนือจาก อาสา สารสิน อดีตราชเลขาธิการ มองว่า คนเราควรได้แง่คิดทั้งทางโลกและทางธรรมในการดำเนินชีวิต คมคิดของท่าน ว.วชิรเมธี นั้น เป็นธรรมะที่กลั่นมาจากการเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ขณะที่มุมมองของวิกรม มาจากชีวิตอดีตเด็กข้างถนน ที่สามารถบอกได้ว่าเจ็บปวดและสุขเป็นอย่างไร ส่วนตัวได้อ่านจบเล่มก่อนจะลงมือเขียนคำนิยม รู้สึกประทับใจในทุกตอน เช่นคาถาของท่าน ว.วชิรเมธี ที่ว่า "อย่ายอมให้คอร์รัปชั่นกลายเป็นวัฒนธรรม" เป็นคมคิดที่ทันสมัย เพราะค่านิยมปัจจุบันสร้างไว้ว่า คนจะนับถือคนจากความรวยใช่คุณธรรม จึงต้องกำจัดความคิดนี้ก่อนจะสายเกินแก้
คาถาสำหรับทุกคนเพื่อความสุขความเจริญนี้ พิมพ์สี่สี 144 หน้า ราคาเพียง 20 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนสร้างศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย ต่อไป



