
สปช.ระดมสมองสร้างโรดแม็พ
09 พ.ย. 2557
"อลงกรณ์" ชี้ สัมนาสปช. เพื่อระดมสมองสร้างโรดแม็พ-วางกรอบพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ .เห็นด้วย ทำประชามติร่างรธน. เกิดการยอมรับจากปชช
วันที่ 9 พ.ย.57 เมื่อเวลา 08.50 น. นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสปช. กล่าวก่อนการเข้าร่วมสัมนาของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เรื่อง สานพลัง สปช. ออกแบบอนาคตประเทศไทย ว่า การสัมนาสปช.ครั้งนี้ จะเป็นการเป็นออกแบบอนาคตประเทศไทย โดยสมาชิกสปช.ทั้ง 250 คน จะมาระดมความคิดแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อเป็นโรดแม็พในการปฏิรูปประเทศ และเพื่อเป็นกรอบในการออกแบบพิมพ์เขียวการปฏิรูป โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งในการสัมนาครั้งนี้ สมาชิกจะประกาศเจตนารมณ์ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการยกเครื่องประเทศภายใต้การขับเคลื่อนของสปช. และยืนยันว่าการทำงานของสปช.จะเร่งดำเนินการภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นไปตามความหวังของประชาชน
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าที่มีการเสนอให้มีอภิรัฐมนตรีเหนือรัฐมนตรีนั้น สมาชิก สปช. ยังไม่มีการพิจารณา แต่ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทุกฝ่ายร่วมกันเสนอความเห็นการปฏิรูปประเทศ ซึ่งสปช.จะนำข้อเสนอต่างๆ มาประมวลความเห็น โดยผ่านคณะกมธ.วิสามัญประจำสภา ทั้ง 18 คณะ สำหรับข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าที่เสนอให้มีการทำประชามติ สอบถามประชาชนเกี่ยวกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วยที่จะให้ร่างฉบับนี้เป็นที่ยอมรับของประชาชน และผ่านการเห็นชอบจากประชาชน เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสำคัญ
"อนาคตหากมีการจัดทำประชามติ ทุกฝ่ายต้องหารือกัน ทั้ง สปช. สมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) คณะรัฐมนตรี(ครม.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และ กมธ.ยกร่างฯ ร่วมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองต่างๆ ได้เสนอความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปเข้ามา ซึ่งตรงนี้สปช.ต้องไปพิจารณาร่วมกัน ว่าจะนำความเห็นดังกล่าวเข้ามาในพิมพ์เขียวการเมืองหรือไม่"นายอลงการณ์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม สปช.จะมีการตั้งกมธ.วิสามัญอีก 5 คณะ เพื่อกำหนดทิศทางในการทำงานก่อนเสนอให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 19 ธ.ค. นี้
"เทียนฉาย" กระตุ้น 250 สมาชิก ปรับแนวคิดรวมเป็นหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.10 น. การจัดสัมมนาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เรื่อง สานพลัง สปช. ออกแบบอนาคตประเทศไทย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก โดยมีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. เป็นประธานการสัมมนา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก สมาชิกเดินทางมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
โดยนายเทียนฉาย กล่าวตอนหนึ่งว่า จากนี้ไปเราจะเดินไปอย่างมั่นคงและมั่นใจ โดยมีเจตนา 3-4 เรื่อง คือ
1.เสริมสร้างสานสัมพันธ์สมาชิกสปช. ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการทำงานข้างหน้า เพราะโอกาสที่จะมีความขัดแย้งความคิดมีอยู่สูง แต่การไม่ลงรอยจะไม่เป็นอุปสรรคการทำงาน 2.กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อเป็นหนึ่งเดียวในการปฏิรูปประเทศ 3.เส้นทางจะไปสู่อนาคตที่ความคาดหวังได้อย่างไร และ4.จะนำผลภาพวาดอนาคตไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร
ซึ่งตนคิดว่าใน 4 ประเด็นนี้เราทำได้แน่ในสองวันนี้ โดยจะชวนให้สมาชิกคิดพร้อมๆ กันและจูนความคิดให้ตรงกันด้วยการเดินหน้าคิกอ๊อฟจะทำได้เร็วมากขึ้น การปฏิรูปจะพบว่ามีทั้งประเด็นหลัก และประเด็นย่อยที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น จะเห็นมีมากกว่า 18 เรื่อง แต่บางอย่างแค่แก้ไขประกาศหรือคำสั่งก็แก้ปัญหาได้ โดยไม่ต้องมีการปฏิรูปเพียงแต่ เราอาจจะช่วยกระตุ้น แค่ปรับแนวคิด องคาพยพ ถึงจะแก้ปัญหาได้
1.เสริมสร้างสานสัมพันธ์สมาชิกสปช. ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการทำงานข้างหน้า เพราะโอกาสที่จะมีความขัดแย้งความคิดมีอยู่สูง แต่การไม่ลงรอยจะไม่เป็นอุปสรรคการทำงาน 2.กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อเป็นหนึ่งเดียวในการปฏิรูปประเทศ 3.เส้นทางจะไปสู่อนาคตที่ความคาดหวังได้อย่างไร และ4.จะนำผลภาพวาดอนาคตไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร
ซึ่งตนคิดว่าใน 4 ประเด็นนี้เราทำได้แน่ในสองวันนี้ โดยจะชวนให้สมาชิกคิดพร้อมๆ กันและจูนความคิดให้ตรงกันด้วยการเดินหน้าคิกอ๊อฟจะทำได้เร็วมากขึ้น การปฏิรูปจะพบว่ามีทั้งประเด็นหลัก และประเด็นย่อยที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น จะเห็นมีมากกว่า 18 เรื่อง แต่บางอย่างแค่แก้ไขประกาศหรือคำสั่งก็แก้ปัญหาได้ โดยไม่ต้องมีการปฏิรูปเพียงแต่ เราอาจจะช่วยกระตุ้น แค่ปรับแนวคิด องคาพยพ ถึงจะแก้ปัญหาได้
นายเทียนฉาย กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าเป้าหมายที่ทำให้การปฏิรูปมีผลสำเร็จมีด้วยกัน 6 เรื่อง คือ 1.ปฏิรูปแล้วต้องได้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีความเหมาะสมต่อสภาพสังคมไทย 2.เราจะมีระบบเลือกตั้งสุจริตและเป็นธรรม 3.มีกลไกป้องกันและขจัดการทุจริต คอร์รัปชัน 4.จะขจัดความเลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคมและพัฒนาที่ยั่งยืน 5.กลไกรัฐสามารถให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึงสะดวกรวดเร็ว และ 6.ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดเป็นธรรม ซึ่ง18 ด้านนี้มีเป้าหมายใน 6 ข้อที่ต้องทำให้เกิด แต่อาจจะยืดประเด็นออกไปหรือลดมากกว่า 18 ด้านก็สามารถทำได้ แต่เราจะเดินไปได้ไม่ไกลมากนักเพราะมีเวลาจำกัดอาจจะไม่ทัน
นายเทียนฉาย กล่าวด้วยว่า สำหรับกระบวนการปฏิรูปน่าจะมีหลายวิธีและหลายกระบวนการ คือ 1.ให้สาธารณชนมีส่วนร่วม 2.การฟังความเห็นของสาธารณะและประชาชน โดยจะได้ให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมประชาชน แต่กระบวนการให้มีส่วนร่วมนั้นควรจะต้องมีความรอบคอบ อาทิ ประสานสัมพันธ์ให้ดี มีเอกภาพ ทั้งรูปแบบและวิธีการ การจัดให้มีการเข้าไปร่วมรับฟังกรณีที่มีผู้จัด บทบาทของสปช. กรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการ ต้องวางกันให้ดี เพราะต้องไม่สะดุดขาตัวเราเอง ถูกต้องและยอมรับได้ในระเบียบวิธีให้มีส่วนร่วมของการให้มีส่วนร่วมและรับฟังความเห็น ไม่ใช่สักแต่ให้มีเท่านั้น แต่เพื่อให้ได้ผลรับที่ถูกต้องและไม่มีอคติ เพราะการฟังความเห็นประชาชน ไม่สามารถฟัง 64 ล้านคน บางคนบางเวลาต้องจำแนกให้ดีด้วยวิธีที่ถูกต้อง ทั้งหมดต้องวางแผนให้ดี กรรมาธิการแต่ละชุดต้องรับผิดชอบให้มากๆ ก่อนจะไปถึงจังหวัด
" ระวังเรื่องอ๊อฟไชด์กรอบอำนาจต้องทำให้ดี กรรมาธิการต้องเร่งรัดและเร่งมือ สมาชิกาอาจจะต้องชะลอสักนิด เพื่อรอทีม เรากำลังเร่งมืออยู่แล้วและไปด้วยกันแต่ การฟังและให้มีส่วนรวมไม่ใช่คำมั่นสัญญาแต่เป็นการเอาข้อมูลมาประกอบร้อยเรียงเพื่ออนาคตประเทศไทย เราเดินหน้ามาได้เร็วพอสมควรขนาดนั้นยังไม่ทันใจ เราจะเร่งอีก ภารกิจเราทุกคนอยู่ที่กรรมาธิการ18 คณะ แม้ท่านไปร่วมเป็นกรรมาธิการยกร่างก็ต้องไม่ลืมว่ายังอยู่ในกรรมาธิการ 18 คณะด้วย และถือเป็นความสำคัญที่เร่งด่วนแรก ส่วนการให้มีฟังความเห็นให้เป็นลำดับรอง ดังนั้นกรรมาธิการจะต้องไม่ขาดองค์ประชุม เพราะเวลาประชุมจะซ้อนกัน"นายเทียนฉาย กล่าว
นอกจากนี้ นายเทียนฉาย ยังกล่าวฝากถึงสมาชิกว่า ต้องช่วยกันระวังป้องกันเรื่องข้อมูลที่ประชาชนอาจจะเข้าใจผิด เพราะที่ผ่านมามีบางช่วงหากติดตามจากสื่อโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่มีการรายงานข้อมูลอย่างรวดเร็ว หากเรามองจากภายนอกจะงงว่าสปช.ทำอะไรกัน บางครั้งออกอาการเป๋ จึงต้องค่อยๆทำความเข้าใจและรีบให้คณะกรรมาธิการแต่ละชุดทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ประธาน รองประธาน เลขานุการ และโฆษก ต้องเริ่มต้น ทุกคนต้องพูดผ่านโฆษกเท่านั้น บางคนอาจจะให้ข้อมูลบ้าง หรือไปสัมภาษณ์บ้าง ก็ต้องเคลียร์ ว่าเป็นความเห็นส่วนตัวไม่ใช่ความเห็นของสปช.จึงขอให้ระวังเรื่องนี้เพราะหากเกิดปัญหาจะต้องใช้เวลาแก้นาน นอกจากนี้อาจจะจำเป็นต้องมีคณะทำงานประชาสัมพันธ์มาช่วยและวางแผน ให้ข้อมูลทั้งสองด้าน กับสมาชิกและสาธารณะโดยตนจะมีการเรียกประชุมสปช.ในวันที่11 พ.ย.นี้ เพื่อให้มีการรับทราบการตั้งกรรมาธิการทั้ง 18 คณะและขอมติให้กรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปด้วย เพื่อเร่งจัดให้มีกรรมาธิการวิสามัญอีก5 คณะ เพื่อให้การทำงานเดินหน้าอย่างสมบูรณ์
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสัมมนาดังกล่าวจะมีรูปแบบการสัมมนาโดยการจัดให้สมาชิกได้มีการพูดคุยกันโดยแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย จำนวน 10 กลุ่ม ภายใต้กิจกรรม "ความทรงจำ : การเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองในรอบ 50 ปี และ อนาคตใน 20 ปีที่อยากเห็น : ฝันว่าอยากจะเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไรใน 20 ปีข้างหน้า โดยจะมีการหลอมรวมวิศัยทัศทั้งหมดของสมาชิกทั้ง 250 คน ในการทำงานร่วมกับประชาชน เพื่อเป็นข้อตกลงและสรุปผลที่จะส่งมอบให้กับลูกหลานต่อไปในอนาคตว่าประเทศไทยจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร นอกจากนี้ในช่วงเย็นยังได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกสปช.ด้วย
นายเทียนฉาย กล่าวว่า ส่วนตัวคาดหวังกับการสัมนาครั้งนี้ โดยเฉพาะการตั้งเป้าใน 3 เรื่อง อาทิ การสนิทสนมและการคุ้นเคยกัน เพราะการทำงานข้างหน้าของสปช.ที่มาจากต่างอาชีพ ถ้ามีการทำความคุ้นเคยกัน ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ขณะเดียวกันถ้าได้คิดในเทคนิครูปแบบเดียวกัน ก็จะเห็นภาพข้างหน้าอย่างไรต่อไปของประเทศไทย ซึ่งเป็นกรอบสำคัญมากในการปฏิรูปทั้ง 18 ด้าน ทั้งนี้ ยืนยันว่า กมธ.ทั้ง 18 คณะจะไม่มีอุปสรรค เพราะสปช.จะมีการประชุมในวันที่ 11 พ.ย. ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสปช. ที่ 83 และ 84 โดยให้กมธ.18 ด้าน มีตัวแทนมาเป็นกมธ.กิจการสภา และสิ่งนี้ก็คือเงื่อนไขการทำงานของสปช. ที่จะมีกลุ่มบุคคลที่เป็นกมธ.มารับฟังความเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน และกมธ.ประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
" งานจะเดินจากตรงนี้จะเร็วมาก เพราะขณะนี้ใกล้เวลาที่เราจะต้องเสนอความเห็นต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ดังนั้น เราคงต้องเตรียมกรอบความเห็นให้เร็วที่สุด ซึ่งไม่เป็นอุปสรรค เราจะไปด้วยกันได้ดี ซึ่งอาจต้องปรึกษาบุคคลภายนอกสปช. และขณะนี้มีบุคคลยื่นความจำนงเข้ามาแสดงความคิดเห็นแล้ว ส่วนการจัดเวทีแสดงความเห็นทั้งที่เป็นเรื่องผลงานวิจัย ผลการศึกษา สปช.จะเริ่มเข้าไปรับฟังและเก็บความเห็น อาทิ ผลงานของสถาบันพระปกเกล้าฯ และสัปดาห์หน้าอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ก็จะเข้ามายื่นผลงาน “นิด้าโมเดล” รวมถึงผลงานด้านสื่อสารมวลชนจากกลุ่มมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็จะมาให้ข้อมูลในสัปดาห์หน้าเช่นกัน"นายเทียนฉาย กล่าว
นายเทียนฉาย กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมการรับฟังความคิดเห็นตามพื้นที่ต่างๆ ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดชัด ซึ่งส่วนตัวอยากจะรอให้กมธ.การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นก่อนทำหน้าที่ เพราะวิธีการและรูปแบบเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น อยากให้ดูเทคนิควิธีเก็บข้อมูลที่ได้ฟังมาแล้ว มาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดประโยชน์ โดยข้อมูลนั้นต้องไม่มีอคติ อย่างไรก็ตาม การรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมามีปัญหาอย่างหนึ่ง คือ หน่วยบริหารการจัดการมักเกณฑ์กลุ่มคนเดิมๆมาฟัง และให้ความเห็นซ้ำๆ ทำให้ความเห็นไม่กระจาย ดังนั้น คราวนี้จะต้องไม่มีการเกณฑ์ และด้านหนึ่งหนุนให้มีความเห็น และเมื่อมีเวทีเปิดสปช.ก็ต้องเข้าไปรับฟังด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายกังวลว่าข้อมูลนำมาประมวลอาจไม่ถึงกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจนนำไปสู่การปรับปรุงนั้น นายเทียนฉาย กล่าวว่า สปช.มีมาตรการนำไปสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งเตรียมไว้อยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีกมธ.ที่มาดูเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวก็ได้รับไว้ และรองประธานก็รับไว้ แต่ถ้ามีการแสดงความเห็นเข้ามาก็พร้อมรับ โดยจะเปิดตู้ปณ.ให้แสดงความเห็น โดยไม่ต้องระบุชื่อนามสกุลก็ได้ รวมถึงทางระบบออนไลน์ก็จะเปิดได้สัปดาห์นี้ ส่วนประเด็นที่จะให้พรรคการเมืองเสนอความเห็นมานั้น ประเด็นนี้กมธ.ที่มีส่วนร่วมต้องเป็นผู้พิจารณา แต่ตนเห็นว่า ใครก็ตามที่ต้องการให้ความเห็น ก็สมารถเสนอเข้ามาได้ รวมถึงผู้เห็นต่างทางการเมือง ที่อยากเห็นอนาคตประเทศเดินไปข้างหน้าและไม่ต้องการเห็นความขัดแย้ง
เมื่อถามว่า จะนำข้อเสนอพระปกเกล้าในเรื่องการถ่วงดุลอำนาจมาพิจารณาหรือไม่ นายเทียนฉาย กล่าวว่า คงมาเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งการวิจัยดังกล่าวเข้าใจว่าเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าฯได้ชี้แจงว่าไม่ใช่ เพราะเป็นความเห็นของผู้อภิปราย และคิดว่าประเด็นนี้สถาบันพระปกเกล้าต้องไปสังเคราะห์ความคิดเห็นอีกครั้ง ว่าจุดยืนสถาบันเป็นอย่างไร โดยเฉพาะข้อเสนอให้มีการจัดดุลอำนาจอภิรัฐมนตรี ก็ถือเป็นข้อเสนอที่พร้อมรับฟังได้



