ข่าว

อุตุฯเตือน'ฝนตกหนัก-คลื่นลมแรง'ฉบับ7

อุตุฯเตือน'ฝนตกหนัก-คลื่นลมแรง'ฉบับ7

08 พ.ย. 2557

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน 'ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง' ฉบับที่ 7 หลายจังหวัดสั่งเฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เตรียมรับมืออุทกภัย

 
                          8 พ.ย. 57  ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา 'ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง' ฉบับที่ 7 
 
                          " หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง อยู่ห่างประมาณ 300 กิโลเมตรทางด้านตะวันออกของจังหวัดสงขลา คาดว่า จะเคลื่อนตัวผ่านภาคใต้ตอนล่าง ในช่วงวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2557 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นได้ และคลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร จึงขอให้ประชาชนในภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือในอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
 
                          อนึ่ง ในช่วงวันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2557 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เสริมเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองในระยะแรกต่อจากนั้นอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ จะมีกำลังแรงขึ้น"
 
 
 
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 วันนี้ ถึง 06.00 วันพรุ่งนี้
 
 
 
ภาคเหนือ
 
                          อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 
 
 
 
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
                          อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย นครพนม ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
 
 
 
ภาคกลาง
 
                          มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 
 
 
 
ภาคตะวันออก
 
                          มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง1-2 เมตร 
 
 
 
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
 
                          มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่สุราษฏร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร 
 
 
 
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
 
                          มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร 
 
 
 
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
 
                          มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
 
 
 
 
 
ผู้ว่าฯยะลา สั่งติดตามสถานการณ์อุทกภัย
 
 
                          นายสามารถ วราดิศัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือน ฉบับที่ 7 เรื่อง ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ช่วงวันที่ 8-10 พฤศจิกายน ในส่วนของจังหวัดยะลา ตนเองได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจังหวัดยะลา มีพื้นที่ที่เป็นที่ราบลุ่มบริเวณริมแม่น้ำอยู่หลายแห่ง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลันได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เฝ้าระวัง และคอยแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ด้วย

 

'ระนอง' เตือน 5 อำเภอ เตรียมรับมือน้ำท่วม

 
                          นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ทางจังหวัดระนอง ได้ออกประกาศด่วนแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยใน 5 อำเภอของ จ.ระนอง เตรียมพร้อมรับมืออันตรายจากฝนตกหนัก ลมแรง และคลื่นลมแรงในทะเล ช่วงระหว่างวันที่ 8-10 พ.ย. อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในทะเลจีนใต้ตอนล่างเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณพื้นที่ จังหวัดระนอง มีฝนตกชุกเพิ่มขึ้น และตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ดินเลื่อนไหล ลมกระโชกแรง และคลื่นลมในทะเลสูง 2-3 ม. อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ 
 
                          นายสุริยันต์ กล่าวว่า ทางจังหวัดระนอง ได้รับการแจ้งเตือนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่องมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในทะเลจีนใต้ตอนล่างเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนชุกเพิ่มมากขึ้น และตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยจังหวัดระนองได้ให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในแต่ละอำเภอ และท้องถิ่น เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ตลอด 24 ชม.ในช่วง 2-3 วันนี้ ที่มีการแจ้งเตือน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
 
 
 
'ตรัง' เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง
 
 
                          นายสาธร นราวิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ออกประกาศแจ้งเตือนภัย เรื่อง ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง ไปยังประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบลุ่ม ริมฝั่งแม่น้ำที่ราบเชิงเขา และบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ให้ระวังอันตรายที่จะเกิดจากภาวะฝนตกหนัก และคลื่นลมแรงในระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน นี้  
 
                          โดยขณะนี้พบว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำลำคลองต่างๆ ที่ไหลมาจากเทือกเขาบรรทัด มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น และมีสีแดงขุ่น จึงเกรงจะเกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่ม รวมทั้งดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลากได้ 
 
                          ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง ได้แจ้งเตือนประกาศดังกล่าวไปยังเครือข่ายมิสเตอร์เตือนภัยในพื้นที่ทั้ง 10 อำเภอ บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับมือ โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง ได้จัดเตรียมเวรยามเฝ้าระวังรับแจ้งเหตุจากเครือข่ายแจ้งเตือนภัยในพื้นที่ทั้ง 10 อำเภอ ตลอด 24 ชม. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุ เตรียมพร้อมในที่ตั้งตลอด 24 ชม.เช่นเดียวกัน

 

เรือประมงสงขลากลับเข้าฝั่ง หลังมีคำเตือนพายุ

 
                          ที่บริเวณท่าเทียบเรือประมงสงขลา เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา มีเรือจอดเทียบท่าจำนวนมาก ทั้งเรือประมงขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เรือขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำ ที่กลับเข้าฝั่งมาจอดเทียบท่ากว่า 100 ลำ หลังจากที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกแจ้งเตือน ในทะเลมีคลื่นลมแรง คลื่นสูง 2-4 เมตร เรือประมงไม่สามารถออกไปทำการประมงได้ และเสี่ยงต่อการที่เรือถูกคลื่นซัดจม โดยในเช้าวันนี้ มีเรือประมงเบ็ดราวปลาอินทรีย์และเรือประมงอวนล้อม ฝ่าคลื่นลมเดินทางกลับเข้าฝั่ง รีบขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำขึ้นท่าส่งให้กับแพปลาและห้องเย็น หลังจากนั้นก็นำเรือจอดท่าเช่นเดียวกัน แพปลาต่างๆ บริเวณท่าเทียบเรือประมงเงียบเหงาต่างปิดแพ เนื่องจากไม่มีสัตว์น้ำเข้ามา เรือประมงหยุดออกเรือ
 
 
 
กทม.เฝ้าระวังฝนต่อเนื่อง จับตามรสุมอันดามันเข้าอินเดีย 
 
 
                          นายอดิศักดิ์ ขันตี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ขณะที่สถานการณ์ฝนในกรุงเทพฯ ยังไม่หมด เพราะปีนี้ฝนมาช้า ทำให้หยุดช้า อีกทั้งยังมีอิทธิพลมรสุมจากทะเลอันดามันที่จะเข้าประเทศอินเดีย และมีหย่อมความกดอากาศต่ำในพื้นที่ภาคใต้ แต่ขณะเดียวกันหย่อมความกดอากาศสูงจากจีนกำลังแผ่ลงมาในพื้นที่ภาคเหนือ จึงคาดว่าใน 1-2 วันนี้ อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม ใน 2-3 วันนี้ มรสุมจากทะเลอันดามันเข้าใกล้ประเทศอินเดียอาจจะสลายตัว โดยที่พื้นที่ภาคเหนืออากาศจะเริ่มหนาวเย็น ส่วนพื้นที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น ขณะที่พื้นที่กรุงเทพฯ ก็จะมีฝน 50-60 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังคงมีการเฝ้าระวังต่อไป

 

อธิบดี ปภ.สั่ง จนท.รับมือมรสุม

 
                          นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงมาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เหตุมรสุสมเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาคใต้ ช่วงวันที่ 8-10 พ.ย. ว่า ขณะนี้ได้ออกมาตรการในการป้องกันไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว หลังจากได้รับข้อมูลการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร จึงได้แจ้งเตือนเบื้องต้น (early warning) ไปยังจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ในการประกาศเตือน รวมถึงหน่วยปฏิบัติงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องคนและเครื่องมือ โดยเราได้แจ้งประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ได้รับทราบถึงแนวโน้ม และโอกาสที่จะเกิดภาวะฝนตกหนัก ดินโคลนถล่ม หรือน้ำป่าไหลหลาก ที่สำคัญที่สุดทางใต้บางที่เป็นแอ่งลึก 2-3 เมตร บางจุด มากถึง 4 เมตร ที่เหล่านี้ทั้งหมดเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติภัยขึ้นทั้งต่อ คน เรือเล็ก สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเกาะ ถ้ำลอดต่างๆ ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ได้ทำการแจ้งเตือนไป จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (7 พ.ย.) เริ่มมีสถานการณ์ฝนตกมากตั้งแต่ภาคกลางตอนล่าง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร ลงไปจนถึง จ.ปัตตานี โดยเฉพาะ จ.ปัตตานี ที่มีปริมาณน้ำฝนถึง 140 มิลลิเมตร 
 
                          นายฉัตรชัย กล่าวว่า ในวันที่ 8 - 11 พ.ย. 57 ภาคใต้จะเข้าสู่สถานการณ์ฝนตกหนักตามจังหวัดต่างๆ ขั้นตอนนี้ก็จะเป็นการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้เสี่ยงภัย บางจุดถ้าน้ำมาแรง เราจะทำการแจ้งเตือน หรือทำการอพยพประชาชนไปยังที่ปลอดภัย โดยตอนนี้ทาง ปภ.ได้พยายามทำความเข้าใจกับประชาชนให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย หากเห็นว่าพื้นที่เหล่านั้นเป็นจุดเสี่ยง รวมถึงขอให้เรือขนาดเล็กงดออกจากฝั่ง การดำเนินการเหล่านี้ก็เป็นไปตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีอยู่ โดยจะร่วมปฏิบัติการกับหน่วยงานอื่น เช่น หน่วยทหารบก ซึ่งประจำอยู่ในพื้นที่ต่างๆ หน่วยทหารเรือก็มีกองเรือที่สามารถช่วยเหลือหากเกิดเหตุขึ้นในทะเล และยังมี กระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาสาสมัครตามจังหวัดต่างๆ ที่พร้อมจะระดมสรรพกำลังที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ 
 
                          นอกจากนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้มีการสั่งการในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ซึ่งดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ซึ่งพูดได้เลยว่าขณะนี้เรามีความพร้อมในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมือ อุปกรณ์ ทีมป้องกันภัย ทีมช่วยเหลือ ทีมกู้ภัยต่างๆ ส่วนในเรื่องของการดำรงชีพ ถ้าดูแล้วเสี่ยงก็จำเป็นที่จะต้องอพยพ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยจนถึงขั้นต้องอพยพประชาชน ประชาชนก็ยังมั่นใจที่จะคงอยู่ในพื้นที่ และเราก็ได้มีเจ้าหน้าที่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินอยู่แล้ว 
 
                          อธิบดี ปภ. กล่าวอีกว่า ทาง ปภ.ได้มีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือไว้แล้ว เช่น ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือ ศูนย์ป้องกันภัย โดยในหลักการนั้นเราได้ทำตามระดับ คือ การเตรียมการตั้งแต่ก่อนเกิดฝนตก ทั้งการแจ้งเตือนเหตุการณ์ทั้งการนำรถ เครื่องมือ ชุดอุปกรณ์กู้ชีพ เรือ รถ ทุ่น เรือยาว ต่างๆ ที่สำคัญ น้ำและอาหารการกิน ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้มีการแบ่งหน้าที่ในพื้นที่กันแล้วเพื่อเตรียมการช่วยเหลือ ทั้งในส่วนของ ท้องถิ่น และ อปพร. เพื่อยืนยันกับประชาชนว่าทางราชการได้ระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนไปอยู่ในพื้นที่แล้ว 
 
                          "ในช่วงนี้ภาคใต้จะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ปลายเดือน ตุลาคม-มกราคม บางจังหวัดจะมีน้ำท่วมสามรอบหรือสี่รอบ เช่น จ. สุราษฎร์ธานี ที่ผ่านมาน้ำได้ท่วมไปแล้วสามรอบ ตอนนี้ก็ต้องเฝ้าระวังต่อไป ซึ่งเราคงไปห้ามเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ แต่เราจะช่วยเหลือให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดทั้งชีวิต และทรัพย์สินต่างๆ และอยากฝากสื่อจะได้ประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้รู้และเข้าใจโดยตรง"