ข่าว

เปิดโปงขบวนการส่วยหนังเถื่อน(ตอน1)

เปิดโปงขบวนการส่วยหนังเถื่อน(ตอน1)

08 พ.ย. 2557

เปิดโปงขบวนการส่วยหนังเถื่อน(ตอน1) : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน

               ตั้งแต่แผงลอยตามตลาดนัดแทบทั่วทุกหัวระแหง ขึ้นไปจนถึงห้างสรรพสินค้ามีชื่อหลายแห่ง พื้นที่ขายที่ถูกเช่าภายในนั้นหลายจุดกำลังกลายเป็นแหล่งใหญ่ สำหรับการจำหน่ายแผ่นผีซีดีเถื่อน ความบันเทิงภายในครอบครัวราคาถูก ที่ดูเหมือนผู้บริโภคเองก็กำลังเคยชิน เห็นว่าของถูกนั้น เป็นของถูกทั้งราคาและกฎหมายไปแล้วด้วยซ้ำ

               แน่นอนว่า ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่กิจการจำพวกนี้จะสามารถวางขายได้อย่างเอิกเกริกเปิดเผย และกำลังสร้างรายได้อย่างเป็นกอบกำทั้งผู้ประกอบการผิดกฎหมาย และคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งรู้เห็นเป็นใจ ซึ่งจะเป็นใครเสียไม่ได้ นอกจากเสียจากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ผู้มีหน้าที่สอดส่องจับกุม แต่ต้องตกเป็นจำเลยในข้อกล่าวหาว่า รับส่วยหนังเถื่อนไปพร้อมกัน                 

               ตามห้างสรรพสินค้า หรือตามตลาดนัดต่างๆ แทบทุกแห่งจะมีร้านจำหน่ายภาพยนตร์ผิดกฎหมายให้เห็นจนชินตา ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่ามาตรการปราบปรามของเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช. ประกาศจะแก้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง หลังไทยถูกต่างประเทศกดดันอย่างหนักก่อนหน้านี้ ซึ่งหากไม่สามารถแก้ปัญหาได้ไทยจะถูกมาตรการตอบโต้โดยการกีดกันสินค้า

               ผู้ค้าส่งเทปผีซีดีเถื่อนรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ได้จ่ายส่วยให้แก่ตำรวจกว่า 10 หน่วยงาน เป็นเงินกว่า 250,000 บาทต่อเดือน เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี หลังจากผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ผิดกฎหมาย โดยทำเช่นนี้มานานกว่า 10 ปี ซึ่งผู้ผลิตและจำหน่ายภาพยนตร์ผิดกฎหมาย รายนี้ถือเป็นผู้ค้ารายใหญ่หนึ่งในอีกหลายราย ที่ลักลอบผลิตและจำหน่ายภาพยนตร์ผิดกฎหมายทั้งไทยและต่างประเทศ ส่งจำหน่ายให้แก่ผู้ค้ารายย่อยตามแหล่งค้าภาพยนตร์ผิดกฎหมาย ในย่านบ้านหม้อ สะพานเหล็ก คลองถม หรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้าอีกหลายแห่ง  ซึ่งหากคำนวณจำนวนผู้ค้าแล้วจะพบว่ายอดเงินการจ่ายส่วยภาพยนตร์ผิดกฎหมายจะมีมากกว่า 200 ล้านบาทต่อเดือน ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้การปราบปรามภาพยนตร์ผิดกฎหมายในไทยยังคงไม่ได้ผล ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจผลิตภาพยนตร์ ซึ่งหลายรายต้องปิดกิจการลงเพราะทนแบกรับภาระการขาดทุนไม่ไหว

               "ก็มีคนส่งมาอีกที เราก็รับมาแล้วก็กระจายสินค้า บางทีเราก็ผลิตเองบ้างบางส่วน ส่งอยู่ประมาณ 20 เจ้า เราค้าส่งเป็นหลัก เราต้องจ่ายส่วยอยู่แล้วทั้งหมดมีอยู่ 10 กว่าหน่วย มี ปอศ. ท้องที่ ชุดนครบาล เยอะมากนับไม่ถูก จ่ายหน่วยละประมาณ 2-3 หมื่นบาท 5 หมื่นก็มี บางที่แรงๆ ก็เกือบแสน จ่ายต่อเดือน เดือนละประมาณ 2.5 แสนบาท เราขายเน้นจำนวน คุ้มอยู่ เลี้ยงลูกน้องได้ ถ้าเราไม่จ่ายตำรวจก็จับ เคยโดนจับก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาขอเคลียร์ เขาจะรู้ว่าเราทำผิดกฎหมาย ก็จะถูกส่งดำเนินคดี ถ้าอยากขายต่อก็ต้องเคลียร์ ถึงเวลาส่งต้องตรงต่อเวลาวันที่ 1-5 ต้องรีบเคลียร์แล้วแต่เราจะตกลงกัน เวลาจะจ่ายเงินเราก็เปิดบัญชีเป็นชื่อเรา ถึงเวลาโอนก็โอนเข้าบัญชีเรา แล้วเขาก็เอาบัตรเอทีเอ็มไป ไปกดเงินออกจากบัญชี จับไม่ได้หรอกครับ ยาก บางทีก็มีหน้าเสื่อมาเก็บบ้าง" คนขายเทปผีซีดีเถื่อน เปิดเผย

               ด้านตัวแทนผู้ผลิตภาพยนตร์ ยอมรับว่า 3 ปีหลังมานี้มีภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ผลิตออกมาประสบปัญหาการขาดทุนเกินกว่าร้อยละ 50 จนหลายรายต้องปิดกิจการลง สาเหตุหลักเป็นเพราะถูกขบวนการผลิตและจำหน่ายภาพยนตร์ผิดกฎหมายโจรกรรมภาพยนตร์ไปก๊อบปี้จำหน่ายก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ จะออกฉายตามโรงภาพยนตร์เสียอีก

               "เจ้าหน้าที่รัฐต้องมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ต้องมองภาพรวมว่าเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ ต่างประเทศมองเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญา แต่ของเรากลับมองเป็นเรื่องเล็กน้อย ผมเคยดูข่าวชาวบ้านขนของตามแนวชายแดนมีรายได้วันละ 500 บาท ขอเถอะ 500 บาท แต่เขาไม่รู้หรอกว่าผลกระทบกลับมาจะโดนกีดกันทางการค้า ผลกระทบกลับมามันจะเสียหายมากเท่าไหร่ ซึ่งทุกวันนี้เรามองว่ามันมีคนกลุ่มเดียวที่ได้ผลประโยชน์ตรงนี้ แต่อีก 10 ล้านคนต้องได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งตอนนี้มีเจ้าใหญ่ซื้อกันเป็นแฟรนไชส์ สมมุติว่าคุณเข้ามาอยู่กับเรา เดือนหนึ่งเราเก็บเท่านั้นเท่านี้ เราจะส่งสินค้าให้คุณจำนวนเท่านี้ คุณใช้ชื่อเราเป็นชื่อร้านไป เหมือนเก็บหัวคิวส่งสินค้าให้ เป็นลักษณะลูกโซ่" ตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ กล่าว

               ขณะที่ จิว โรเจอร์ ดารานักแสดงชื่อดังช่อง 7 สี วัย 25 ปี ให้ความเห็นว่า กลุ่มเทปผีซีดีเถื่อนที่ยังคงลักลอบจำหน่ายในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ ทำให้เกิดการขาดทุนอย่างหนัก ซึ่งจะมีผลต่อการเลิกจ้างดารานักแสดงในอนาคตอย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์บางค่ายได้หันมาทำละครแทน เพราะมีต้นทุนน้อยกว่า อีกทั้งทำให้กลุ่มเทปผีซีดีเถื่อนไม่สามารถก๊อบปี้ละครได้ จนกว่าละครเรื่องนั้นจะฉายครบทุกตอน

               นอกจากนี้ จิว โรเจอร์ ยังได้บอกอีกว่า มีดารานักแสดงหลายคนหันไปทำธุรกิจส่วนตัวกันมากขึ้น เพราะอาชีพนักแสดงไม่มีความมั่นคงเหมือนในอดีต จึงอยากฝากให้ดารานักแสดงทุกคนช่วยกันรณรงค์และต่อต้านเทปผีซีดีเถื่อน ซึ่งรูปแบบนี้จะสามารถช่วยลดปัญหานี้ให้น้อยลงไปจากสังคมได้

               "มีผลกระทบมากเรื่องเทปผีซีดีเถื่อน จิวได้ผ่านการเล่นภาพยนตร์ของบริษัทหนึ่งมาแล้วมันเกิดผลกระทบ ตอนนั้นมีเรื่องเทปผีซีดีเถื่อนออกมาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นค่ายไหน หนังที่เข้าชนโรง ก็มีแผ่นมาวางขาย อย่างเช่น หน้ารามคำแหง จะเห็นเยอะมาก และอยู่ๆมาวันหนึ่งเป็นหนังที่จิวแสดงเองกำลังจะออกมา มาเห็นเข้าเป็นอะไรที่ซื้อมาเลย และเอาไปให้บริษัทดูว่าเขาทำออกมาแล้ว แผ่นหนังเราทำออกมาอย่างไร นักแสดงทุกคนเสียใจ ทางบริษัทก็ไม่คิดว่าจะมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น การแก้ปัญหานี้ค่อนข้างยาก ตอนนี้ส่งผลกระทบต่อแวดวงหนังไทยเยอะขึ้นเรื่อยๆ อย่างค่ายดังๆ ได้เงินเยอะมากเฉพาะเรื่องดังๆ ทำให้ค่ายเล็กๆท้อแท้ หันมาทำหนังสั้น ละครทีวี ซีรีส์ จะหันเหมาด้านนี้กันหมด" จิว โรเจอร์กล่าว

               อย่างไรก็ตาม ขบวนการค้าแผ่นผีซีดีเถื่อน ไม่ได้จำกัดวงอยู่แต่เฉพาะการละเมิดลิขสิทธิ์เท่านั้น หากแต่ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วสู่การลักลอบนำภาพยนตร์ออกขายในแบบที่เรียกว่า ตัดหน้าหนังโรงเลยทีเดียว ซึ่งวิธีการ "ปล้น" ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าทางการตลาดมหาศาลนี้เขาทำกันอย่างไร ติดตามได้จากรายงานในตอนที่ 2 ฉบับพรุ่งนี้

--------------------------------------------------------

(หมายเหตุ : เปิดโปงขบวนการส่วยหนังเถื่อน(ตอน) : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน)