ข่าว

100 วันของปฏิบัติการไล่ล่าหมาจิ้งจอก 2014

100 วันของปฏิบัติการไล่ล่าหมาจิ้งจอก 2014

09 พ.ย. 2557

เปิดโลกวันอาทิตย์ : 100 วันของปฏิบัติการไล่ล่าหมาจิ้งจอก 2014 : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 
                            สี จิ้นผิง ได้ก้าวขึ้นมาเป็นประมุขคนที่ 5 แห่งหมู่ตึกจงหนานไห่ ได้ครบ 2 ปีเต็มพอดีในเดือนพฤศจิกายนนี้ แม้เวลาจะผ่านไปแค่ 2 ปี แต่ประมุขสีก็ทำให้หมู่ตึกนี้สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่เพียงแต่ค่อยๆ รื้อฟื้นการปกครองภายใต้หลักนิติรัฐของขงจื่อ เมิ่งจื้อ หานเฟย หรือแมคเคียเวลลีแห่งแดนมังกร รวมไปถึงการปัดฝุ่นวรรณกรรมเก่าแก่นับพันๆ ปีของจีนขึ้นมาใช้ใหม่ควบคู่กับแนวทางของเหมา เจ๋อ ตุง เพื่อเป็นกำแพงขวางกั้นวัฒนธรรมตะวันตกที่รุกคืบเข้ามาอย่างไม่อาจยับยั้งได้ 
 
                            ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สี จิ้นผิง ได้ดำเนินมาตรการเด็ดขาดกับบรรดา "แมลงหวี่แมลงวันและฝูงพยัคฆ์" ซึ่งหมายถึงข้าราชการทุกระดับชั้นและทุกหนแห่ง รวมไปถึงนักการเมืองทั้งดาวรุ่ง-ดาวร่วงที่ทุจริตคอร์รัปชั่น ยักยอกเงินหลวง หรือผลาญเงินงบประมาณในโครงการที่เปล่าประโยชน์ มีการเพิ่มมาตรการลงโทษให้หนักขึ้น ไม่ใช่แค่ปลดจากตำแหน่งเท่านั้น แต่ยังอาจต้องโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ไม่นับรวมไปถึงการออก "บัญญัติ 100 ประการ" เพื่อเป็นแนวทางให้ข้าราชการทุกระดับนำไปปฏิบัติ อาทิ งดจัดงานเลี้ยงหรูหรา งดรับของขวัญราคาแพง ห้ามมีเมียน้อย ยกเลิกระบบอภิสิทธิชน ฯลฯ
 
                            และเมื่อแผนขั้นแรกในการจัดการกับบรรดา "แมลงหวี่แมลงวันและฝูงพยัคฆ์" เริ่มเห็นผลมากขึ้น ประมุขแห่งหมู่ตึกจงหนานไห่ก็เริ่มก้าวสู่แผนที่ 2 ใน "ปฏิบัติการไล่ล่าหมาจิ้งจอก 2014" ระยะ 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคมเป็นต้นมา โดยเป้าหมายมุ่งไปที่การจะกระชากตัวข้าราชการเหลี่ยมจัดและอาชญากรเศรษฐกิจ ที่หอบเงินที่ได้มาจากการทุจริต การใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบและการยักยอกทรัพย์หนีไปเสวยสุขในต่างประเทศกลับมาดำเนินคดีในประเทศให้ได้ ไม่ว่าจะหนีไกลสุดขอบฟ้าแค่ไหนหรือเนิ่นนานหลายสิบปีแล้วก็ตาม โดยบางรายหอบเงินหนีตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2523  
 
                            ทั้งซินหัวและประชาชนรายวัน กระบอกเสียงของทางการ เปิดเผยว่า ข้าราชการที่ทุจริตคอร์รัปชั่นและอาชญากรเศรษฐกิจชื่อดังนับพันคนได้หอบเงินหนีไปเสวยสุขในต่างประเทศถึงกว่า 40 ประเทศ โดยสวรรค์บนดินที่อาชญากรเหล่านี้ชอบหนีไปกบดานตัวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็คือ สหรัฐ คานาดา ออสเตรเลีย และประเทศในเอเชียอาคเนย์ ไม่ว่าจะเป็นแดนดินถิ่นเจ้าพระยา กัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย รวมทั้งในแอฟริกา เฉพาะที่แดนอินทรีอเมริกาประเทศเดียวมีอดีตข้าราชการกังฉินและอาชญากรเศรษฐกิจหนีไปกบดานกว่า 150 คน นอกจากนี้ยังมีการลักลอบโอนเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปต่างประเทศผ่านการฟอกเงินและโพยก๊วนนอกระบบ จากข้อมูลของกลุ่มโกลบัล ไฟแนนเชียล องค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก ที่เปิดเผยเพิ่มเติมเมื่อเร็วๆ นี้ระบุว่า ระหว่างปี 2548-2554 เชื่อว่ามีการแอบนำเงินที่ได้มามิชอบออกจากจีนถึงกว่า 2.83 ล้านล้านดอลลาร์  
 
                            นับจากปี 2551 เป็นต้นมา ทางการปักกิ่งก็พยายามนำตัวผู้ต้องหากลับมาลงโทษ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่หนีไปอยู่ในประเทศแถบเอเชียอาคเนย์และแอฟริกาอย่างอูกันดา กัมพูชาและอินโดนีเซีย เฉพาะปีที่แล้ว มีข้าราชการทุจริต 762 คน ถูกส่งตัวกลับประเทศหลังจากหนีไปต่างประเทศพร้อมเงินกว่า 1 หมื่นล้านหยวน ในจำนวนนี้ 69 คน ต้องอาศัยความร่วมมือกับตำรวจสากล หรืออินเตอร์โปล ให้ช่วยออกหมายจับระหว่างประเทศในข้อหาคอร์รัปชั่น ยักยอกทรัพย์ ทุจริตและรับสินบน
 
                            ส่วนในช่วง 100 วันของปฏิบัติการไล่ล่าหมาจิ้งจอกนั้น ปรากฏว่ามีข้าราชการทุจริตและอาชญากรเศรษฐกิจ 180 คน ถูกจับกุมและถูกส่งตัวกลับมาชดใช้กรรมในประเทศ ถือเป็นตัวเลขที่มากกว่าข้าราชการกังฉินที่ถูกจับและส่งตัวกลับมาประเทศตลอดทั้งปีที่แล้วเสียอีก ในจำนวนนี้ 104 คน มาจากการไล่ล่าของตำรวจจีนภายใต้การประสานความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศนั้นๆ อีก 76 คน มาจากการเกลี้ยกล่อมอย่างละมุนละม่อมจนยอมมอบตัวด้วยความสมัครใจ รวมไปถึงอาชญากรเศรษฐกิจ 44 คน ที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบถึงกว่า 10 ล้านหยวน หรือกว่า 50 ล้านบาท
 
                            สำหรับหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ตามไล่ล่า "หมาจิ้งจอก" ที่กบดานอยู่ในต่างประเทศก็คือ กระทรวงสันติบาล ซึ่งได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเพื่อไปปฏิบัติการในต่างประเทศ ประกอบไปด้วย ตำรวจผู้มากประสบการณ์จากสำนักงานสอบสวนอาชญากรรมเศรษฐกิจและหน่วยสันติบาลท้องถิ่นนอกจากนี้ กระทรวงใหญ่ๆ ยังออกแถลงการณ์อีก 7 ฉบับ ส่งไปยังสถานทูตและสถานกงสุลในต่างประเทศ เรียกร้องให้อาชญากรเศรษฐกิจที่มีชื่ออยู่ในบัญชีดำยอมมอบตัวเองแต่โดยดีก่อนวันที่ 1 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ถ้าใครยอมมอบตัวก็จะได้รับโทษสถานเบาแทนโทษหนัก ยิ่งถ้าผู้ต้องหายินยอมคืนเงินค่าเสียหายโทษก็จะยิ่งเบาลง หรืออาจได้รับการยกเว้นไม่ต้องรับโทษ 
 
                            นอกจากนี้ ผู้นำจงหนานไห่ยังเตรียมผลักดันมาตรการความร่วมมือกับกลุ่มภาคีสมาชิกเอเปค 21 ประเทศ ที่จะเปิดประชุมสุดยอดที่แดนมังกรในอีกไม่กี่วันนี้ ให้ร่วมกันจัดตั้งกลไกปราบปรามการคอร์รัปชั่นและความโปร่งใส เพื่อจะได้ส่งกลับอาชญากรเศรษฐกิจเหล่านั้นกลับไปรับโทษในต่างประเทศ หวังจะทะลวงอุปสรรคและปัญหานานัปการกรณีหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศตะวันตกส่วนใหญ่ไม่ค่อยยอมให้ความร่วมมือในการส่งนักโทษกลับไปที่จีน อ้างว่ากระทรวงยุติธรรมแดนมังกรไม่เป็นอิสระเพราะอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรค อีกทั้งเกรงว่าจะถูกลงโทษสถานหนักเกินไป ที่สำคัญก็คือ จีนไม่ได้ลงนามในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน และข้อตกลงทางกฎหมายกับประเทศอื่นๆ จึงเป็นช่องโหว่ให้ผู้ร้ายหนีไปประเทศเหล่านี้ได้ หรือหากถูกจับก็ไม่ถูกส่งตัวกลับไปแดนมังกร
 
                            ดังกรณีของ นางหยาง ซิ่วจู อดีตรองผู้อำนวยการกรมก่อสร้างในมณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของประเทศ ที่หนีไปสิงคโปร์เมื่อปี 2546 หลังจากถูกสอบกรณีรับสินบนจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กว่า 250 ล้านหยวน จากนั้นก็เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่ระหว่างหนีต่อไปยังสหรัฐ และจีนก็ขอให้อินเตอร์โปลออกหมายจับ นางหยางถูกจับได้ที่อัมสเตอร์ดัมในอีก 2 ปีต่อมา แต่ทางการจีนก็ไม่สามารถนำตัวเธอกลับไปดำเนินคดีในประเทศได้ แม้จะมีการเจรจากับทางการเนเธอร์แลนด์หลายยกแล้วก็ตาม
 
                            หรือกรณีที่โด่งดังที่สุดและใช้เวลาดำเนินการหลายปีก็คือ กรณีของ ไล่ จางซิน นักโทษหนีคุกที่จีนต้องการตัวมากที่สุด หลังจากหอบครอบครัวหนีไปแคนาดาตั้งแต่ปี 2542 พร้อมกับเดินเรื่องขอสถานภาพผู้ลี้ภัย อ้างว่าการตั้งข้อหายักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ที่เมืองเซี่ยเหมิน ทางตะวันออกเฉียงใต้นั้น มีแรงจูงใจทางการเมือง และถ้าหากถูกส่งตัวกลับก็อาจจะถูกทรมาน หรือถูกประหารชีวิต แต่ศาลแคนาดาปฏิเสธคำร้องขอนั้น และตัดสินให้เนรเทศนายไล่ แต่ไม่ได้ให้ส่งตัวกลับไปจีน ไล่ จางซิน ถูกตำรวจจีนจับกุมและศาลจีนตัดสินจำคุกตลอดชีวิต
 
                            ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของตะวันตกหลายคนให้ความเห็นว่า การขอคืนทรัพย์สินที่ถูกยักยอกยังง่ายกว่าขอตัวผู้ต้องหากลับไปรับโทษ เห็นได้จากกรณีของออสเตรเลียที่คืนเงินที่มาจากการยักยอก การทุจริตและการฟอกเงินให้ทางการจีนจำนวน 7.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย แต่ความเห็นนี้ไม่จริงเสมอไป ดังกรณีของการขออายัดวิลล่ามูลค่า 3 ล้านดอลลาร์ ในริเวียราฝรั่งเศส ที่เชื่อว่าเป็นของ ป๋อ ซีไหล อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพรรค ที่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตเมื่อปีที่แล้ว ในข้อหาคอร์รัปชั่น ที่เชื่อว่านักธุรกิจคนหนึ่งมอบให้เป็นของขวัญ แต่ศาลฝรั่งเศสยังไม่ยอมรับพิจารณาคดีนี้
 
                            ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในหลายประเทศจึงแนะว่า ทางที่ดีที่สุดที่จะได้เงินที่ถูกขโมยไปคืนก็คือ รัฐบาลปักกิ่งควรจะอาศัยอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการคอร์รัปชั่น แต่ก็ต้องใช้เวลานานพอควร 
 
                            หลายคนที่ตามเรื่องของปฏิบัติการล่าหมาจิ้งจอก คงเสียววูบ ภาวนาอย่าให้รัฐบาลแดนสารขัณฑ์เอาอย่างเลย
 
 
 
 
 
 
-----------------------------
 
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : 100 วันของปฏิบัติการไล่ล่าหมาจิ้งจอก 2014 : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)