
คอฟฟี่เบรค : ล้มสวนยาง สร้างผืนป่า
09 พ.ย. 2557
คอฟฟี่เบรค : ล้มสวนยาง สร้างผืนป่า : โดย...มนสิกุล โอวาทเภสัชช์
พินิจ สุวรรณคง หนุ่มท่านนี้ คือเจ้าของ 'สวนพันธุ์ป่า' ใน จ.สงขลา ที่กล้าล้มสวนยางแล้วหว่านโปรยเมล็ดพันธุ์พืชอันหลากหลายฝากไว้ให้แผ่นดินแทน มาคุยกับเขากันว่า เหตุใดจึงทำเช่นนั้น !
พินิจ เล่าว่า ที่เขาหันหลังให้กับการก้าวไปบนสายพานกับธุรกิจที่ส่วนใหญ่ทำลายสิ่งแวดล้อมเพราะตระหนักว่า โลกของเรา เป็นโลกที่ดำรงอยู่มาช้านาน
"อย่างธรรมชาติ พอมนุษย์เรามีระบบการค้าขายเกิดขึ้น เศรษฐกิจที่นำไปสู่ความสะดวกสบายของมนุษย์ แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ความคิดคนเริ่มเปลี่ยน ไม่ได้มองถึงสิ่งรอบข้างเพื่อนฝูง ลูกหลาน ก็กลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจก็เอื้อผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง ส่งผลให้สภาพแวดล้อมเสียไป"
ดังนั้น การหันหลังให้แก่สิ่งเหล่านี้ย่อมมีเหตุผล ใช่ไหม ?
เพราะสิ่งแวดล้อมก็คือทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ อากาศ ต้นไม้ ป่าเขา และจากเมล็ดพันธุ์ต้นถั่วพื้นบ้านที่กำลังจะสูญพันธุ์ในถุงกระดาษใบเล็กๆ ที่เขาทำขายในราคาถูก ภายใต้สโลแกนว่า 'ต้นถั่วกับใบโพธิ์' เมื่อนำไปปลูกจะทำให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเรากับโลกใบนี้ได้เลยทีเดียว
เขาอธิบายว่า เพราะสัญลักษณ์ของเราคือ ต้นถั่ว ที่งอกงามขึ้นมาโดยง่าย มันอาศัยพึ่งพาสิ่งแวดล้อมให้ตัวเองออกลูกออกหลาน
"ต้นถั่วของผมออกใบเป็นใบโพธิ์ เนื่องจากผมมองว่า ชีวิตคนเราต้องพึ่งพาธรรมะด้วย ใบโพธิ์คือ ธรรมะ ธรรมชาติ แล้วเมล็ดพันธุ์ถั่วเหล่านี้ก็เป็นเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ที่เราหาได้ เราก็ปลูกเพื่อขยายพันธุ์
"หลายปีที่ผ่านมา ผมเริ่มต้นที่สวนเล็กๆ กลางป่ายางใน จ.สงขลา หลังจากที่ขอครอบครัวล้มสวนยางมาทำสวนป่า พอเอาต้นยางออกผมก็ปลูกต้นไม้ธรรมชาติ ปลูกกระท่อม ทำผ้าย้อมธรรมชาติ ปลูกต้นไม้ ผมคิดว่า ถ้าเรามีความคิดที่ดีงาม มีธรรมะ เราก็ไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ ดินก็ดี ต้นไม้ก็งาม ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและตัวเราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข"
ที่มาสนใจเรื่องเหล่านี้ พินิจเล่าว่า เมื่อก่อนเรียนคณะเศรษฐศาสตร์อยู่ 5 ปี ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
"ผมตั้งข้อสังเกตว่า เศรษฐศาสตร์เรียนไปทำไมสร้างปัญหาในสังคมมากมาย ทั้งๆ ที่ทุกคนบอกว่า มันนำไปสู่การพัฒนา แต่ทำไมพัฒนาแล้วปัญหามันมากขึ้น ผมก็สงสัยว่า เอ๊ะ ถ้างั้น เศรษฐศาสตร์มีปัญหาหรือเปล่า เศรษฐศาสตร์เป็นทางออกให้แก่มนุษย์จริงหรือ? เลยรวมกลุ่มกับเพื่อนมาศึกษาเศรษฐศาสตร์สีเขียว เศรษฐศาสตร์แนวพุทธ ซึ่งน่าจะเป็นคำตอบมากกว่า เศรษฐศาสตร์ตะวันตกที่สร้างปัญหามากมาย จากนั้นผมย้ายคณะมาเรียนรัฐศาสตร์ต่อจนจบ
"สุดท้าย ผมกลับไปอยู่บ้าน ปลูกผัก ปลูกข้าว ในสวนต้นยาง อยู่ประมาณ 10 ปี พอแต่งงานก็ไปๆ มาๆ กรุงเทพฯ ทำเสื้อผ้ามัดย้อมส่งตามร้านต่างๆ ในกรุงเทพฯ เช่น ร้านพลังบุญบ้าง ร้านที่ขายของธรรมชาติบ้าง แล้วก็สกรีนเสื้อในแนวธรรมะออกขายด้วย เรียกว่า ทำสื่อลงบนเสื้อผ้าธรรมชาติให้คนตระหนักถึงชีวิตพื้นบ้านและธรรมะที่ต้องไปด้วยกัน และเรามักจะละเลย
"คนทำสวนยางเดี๋ยวนี้ก็สนใจแต่เรื่องเงิน ส่วนเรื่อง เมล็ดพันธุ์ไม่ค่อยมีคนสนใจ ผมก็ช่วยเก็บไว้ เมล็ดถั่วพื้นบ้าน ถั่วท้ายแดง ถั่วก้าง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นถั่วพื้นบ้านที่กำลังจะกลายเป็นพันธุ์ที่หายากแล้ว หากเราไม่เก็บ และช่วยกันปลูกต่อ"
ดังที่เขาเขียนไว้บนซองต้นถั่วว่า
...ณ ดินแดนหนึ่ง อยู่ใกล้แค่นี้เอง แต่เหมือนไกลมาก นานเท่าไหร่ที่เราปล่อยปละละเลย บางทีอาจลืมไปแล้วว่ามีอยู่จริง...ปรับปรุงดิน หว่านเมล็ดพันธุ์ และไม่ลืมปรับปรุงพื้นที่ภายในเพื่อความสงบงามแห่งชีวิต...คนดี ดินดี ผืนดินสู่การงอกงามจากภายใน...
-----------------------------
(คอฟฟี่เบรค : ล้มสวนยาง สร้างผืนป่า : โดย...มนสิกุล โอวาทเภสัชช์)



