
ร็อดเจอร์ส ดูถูกแฟนหงส์ ?
08 พ.ย. 2557
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ร็อดเจอร์ส ดูถูกแฟนหงส์ ?
การที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ตัดสินใจพักผู้เล่นหลักไปมากมายในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ไปเยือน "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ที่ซานติอาโก เบอร์นาบิว ไม่ต่างอะไรจากการโยนผ้ายอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นสังเวียน เรื่องนี้กำลังเป็นประเด็นว่าการตัดสินใจของกุนซือลิเวอร์พูลรายนี้เหมาะสมหรือไม่
เมื่อจบเกมที่เบอร์นาบิว แม้ว่าสกอร์จะออกมาว่า รีล มาดริด ชนะแค่ 1-0 และอาจจะกล่าวหาได้ไม่เต็มปากนักว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ไม่ได้นำทีมไปเพื่อสู้ แต่หากมองกันที่รูปแบบแล้วยังไงก็มองได้ว่า ร็อดเจอร์ส ทิ้งเกมนัดนี้ตั้งแต่มีการประกาศรายชื่อ 11 ตัวจริงออกมา
สิ่งที่น่าชื่นชมและต้องยกเครดิกให้นักเตะลิเวอร์พูลในเกมดังกล่าวคือ มีการตั้งรับที่ดี ทำให้เสียประตูให้ คาริม เบนเซมา เพียงแค่ประตูเดียว และจะว่าไปแล้วก็พอมีโอกาสอยู่บ้าง ส่วนกับ ร็อดเจอร์ส ถูกมองว่ากำลังจะไปเน้นในเกมพรีเมียร์ลีกกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในสัปดาห์นี้มากเกินไป
การจัด 11 ตัวจริงเห็นชัดเจนว่า ร็อดเจอร์ส กำลังเป็นห่วงเกมที่แอนฟิลด์ในวันเสาร์ อาจจะเป็นเรื่องการวางแผนเพื่อทำผลงานให้ดีขึ้นในพรีเมียร์ลีก หลังจากที่ล่าสุดเพิ่งแพ้ นิวคาสเซิล 0-1 แต่สิ่งที่กุนซือรายนี้ลืมไปคคือในเกมที่เบอร์นาบิว ยังมีแฟนบอลลิเวอร์พูลที่เดินทางตามทีมไปหนุนหลังถึงเมืองหลวงของสเปน
แม้ว่ารูปเกมจะออกมาเป็นรองแชมป์ยุโรปอย่างไร แฟนบอลก็ไม่เคยหยุดส่งเสียงให้กำลังใจทีมของตัวเอง ขณะที่สโมสรลิเวอร์พูลเองลงทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลนี้ด้วยศักดิ์ศรีแชมป์ 5 สมัย รวมทั้งห่างหายมานาน
เกมที่แชมป์ 5 สมัย เยือนถิ่นแชมป์เก่า และแชมป์ 10 สมัย น่าจะเป็นเกมที่ตอบแทนแฟนบอลมากกว่าที่ได้เห็นกัน
ร็อดเจอร์ส จัดทีมสำหรับเกมใหญ่ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เหมือนกับการจัดทีมเล่นถ้วยลีกคัพ กับทีมเล็กๆ นักเตะหลักอย่าง เดยัน ลอฟเรน, สตีเวน เจอร์ราร์ด, ราฮีม สเตอร์ลิง, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟิลิปเป คูตินโญ รวมทั้ง มาริโอ บาโลเตลลี ต่างนั่งที่ม้านั่งสำรอง
ขณะที่นักเตะที่แทบจะไม่ได้ลงสนามในฤดูกาลนี้ทั้ง ฟาบิโอ บอรินี, ลาซาร์ มาร์โควิช, ลูคัส เลวา และ โคโล ตูเร กลับกลายเป็นตัวจริง ซึ่งเรื่องนี้อาจจะมีปัญหาตามมาในภายหลังได้ เนื่องจากตามกฎของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่าแล้ว สโมสรต้องส่งทีมที่ดีที่สุดลงสนามตลอดทั้งการแข่งขัน
หากจะมองกันจริงๆ ก็ยิ่งชัดเจนกับตรรกะของ ร็อดเจอร์ส ในเกมนัดนี้ที่มองว่ายังไง ลิเวอร์พูล ก็สู้ รีล มาดริด ไม่ได้ หลังจากที่เคยประลองกำลังกันมาแล้วที่แอนฟิลด์ และได้บทสรุปว่าแพ้ 0-3 จึงทิ้งเกมนี้ไป แล้วไปเสี่ยงลุ้นในเกม 2 นัดสุดท้ายที่ต้องไปเยือน ลูโดโกเรตส์ และพบบาเซิล
กุนซือหงส์แดงบอกเอาไว้หลังเกมที่ซานติอาโก เบอร์นาบิว ว่า "นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องทำให้ได้ เรารู้ว่าเราต้องการชัยชนะที่ลูโดโกเรตส์ และเราหวังว่าจากนั้นจะทำได้อีกในเกมสุดท้ายที่เล่นในบ้านกับบาเซิล นั่นคือความหวัง เรามีเกมสำคัญก่อนหน้านั้นอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยโอกาสมันก็ยังอยู่ในมือพวกเราเอง"
หากว่า ลิเวอร์พูล สามารถทำได้อย่างที่กุนซือว่าเอาไว้ อย่างน้อยทีมก็ยังสามารถผ่านเข้ารอบศึกยุโรปได้อยู่ดี ดังนั้นจากเรื่องนี้อาจจะเป็นเหตุผลว่าไม่จำเป็นจะต้องไปลุ้นอะไรมากกับ รีล มาดริด
เรื่องนั้นก็จริง แต่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเองพูดอยู่เสมอเหมือนว่าตัวเองเข้าใจถึงวัฒนธรรม และความคาดหวังของสโมสรดี ดังนั้นเมื่อรายชื่อ 11 ตัวจริง ถูกประกาศออกมาจึงเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ และเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับทีมอย่างลิเวอร์พูล
จากการที่สร้างความผิดหวังให้แฟนบอลขนาดนี้ และหากว่า ลิเวอร์พูล แพ้ เชลซี อีกในวันเสาร์ กระแสต่อต้านกุนซือรายนี้คงเกิดขึ้นแน่นอน เพราะโอกาสที่จะลุ้นเล่นถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้าต่อไปก็จะยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะตอนนี้เพิ่งจะมี 14 แต้มจาก 10 นัด
ในทางกลับกัน หากว่า ร็อดเจอร์ส เสี่ยงส่งนักเตะหลักๆ ลงสนามในเกมกับ รีล มาดริด มาบ้าง อย่างน้อยก็น่าจะได้ดูดีกันบ้าง อย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง จะได้พบกับคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตค้าแข้ง ขณะที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด เองก็ยอมเลิกเล่นทีมชาติอังกฤษเพื่อจะลงสนามช่วยลิเวอร์พูลให้เต็มที่
ในกรณีของเจอร์ราร์ด ไม่น่าจะจำเป็นถึงขนาดที่ต้องนั่งรอโอกาสที่ม้านั่งสำรอง เพราะหลังจากเกมกับเชลซีแล้ว จะเป็นช่วงพักพรีเมียร์ลีกสำหรับเเกมทีมชาติ ซึ่งจะมีเวลาให้ เจอร์ราร์ด ได้พักสบายๆ ถึง 2 สัปดาห์ด้วยกัน
จึงไม่แปลกที่การตัดสินใจเมื่อคืนวันอังคารของ ร็อดเจอร์ส ถูกมองว่าผิดมากกว่าถูก และมองแง่มุมของสโมสรและความสำคัญของการแข่งขัน ยิ่งไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง บทพิสูจน์ที่จะพอช่วยได้คือต้องเอาชนะเชลซีให้ได้สถานเดียว
แต่ยังไงซะการจัด 11 ตัวจริงเมื่อวันอังคารก็ถือว่าเป็นการดูถูกแฟนบอลหงส์แดงไปแล้ว



