ข่าว

หนุ่ม18ลงเก็บกระทงใต้สะพานพระราม8จมน้ำดับ

หนุ่ม18ลงเก็บกระทงใต้สะพานพระราม8จมน้ำดับ

07 พ.ย. 2557

หนุ่ม18 ลงเก็บกระทงใต้สะพานพระราม8 จมน้ำดับ คาดน้ำเชี่ยวจนหมดแรงหรืออาจเป็นตระคริว

 
 
          วันที่ 7 พ.ย.57 เมื่อเวลา 01.30 น. ร.ต.ท.ภัทรวิชญ์ กิตติศรีสุวรรณ พนักงานสอบสวน สน.บวรมงคล รับแจ้งเหตุมีผู้ชายจมน้ำจากการลงเก็บกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใต้สะพานพระราม8 ฝั่งธนบุรี แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิร่วมกตัญญู เจ้าหน้าที่ทหารเรือ และกรมเจ้าท่า ซึ่งจัดทีมช่วยเหลือสแตนบายงานลอยกระทง ใกล้จุดเกิดเหตุช่วยกันงมหาร่างผู้ที่รับแจ้งว่าจมน้ำ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็เจอร่างอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 10 เมตร ช่วงใต้สะพานพระราม 8 จึงรีบนำร่างขึ้นฝั่งแล้วเร่งช่วยเหลือกู้ชีพ แต่ชายดังกล่าวเสีชีวิตแล้วทราบชื่อต่อมานายเจตพล เรืองเนตร อายุ 18 ปี ไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล
 
          จากการสอบถามน.ส.กิตติยา สือดาว พยานที่เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ตนมาเที่ยวงานลอยกระทงตามปกติ กระทั่งเวลาประมาณ 00.45 น. ก็เห็นมีทั้งเด็กเล็ก เด็กโตอยู่ในน้ำเก็บกระทงจากผู้คนที่มาลอยเพื่อหาเงิน ระหว่างนั้นก็สังเกตเห็นผู้ตายลอยคอเก็บกระทงอยู่ใต้สะพานพระราม8 เพียงลำพัง อยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 10 เมตร แล้วล่องตามกระทงมาเรื่อยๆ กระทั่งผู้ตายได้พยายามยกมือ แล้วร้องขอความช่วยเหลือเพราะจะจมน้ำ แต่ยังไม่ทันมีใครลงไปช่วย ผู้ตายก็จมหายลงไปในน้ำ ตนจึงตะโกนให้คนมาช่วยเหลือ พอดีมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ทหารที่สแตนบายอยู่ในงานลอยกระทงบริเวณนี้จึงมาช่วยกันหา แต่ก็ไม่ทันเพราะกว่าจะเจอเขาก็เสียชีวิตแล้ว
 
          ต่อมานายจักราวุฒิ เรืองเนตร อายุ 44 ปี พ่อผู้เสียชีวิตพร้อมญาติเดินทางมาดูศพลูกชายที่จมน้ำ ต่างพากันปรี่เข้ากอดศพร้องไห้ พยายามเขย่าตัว ร้องเรียกชื่อปลุกให้ตื่น โดยนายจักราวุฒิ บอกทั้งน้ำตาว่า ลูกชายทำงานเป็นช่างทาสี เป็นคนดีขยันทำงาน พักอยู่ด้วยกันที่อพาร์ทเม้นท์ย่านอุรุพงษ์ ถ.พระราม6 และมักจะมานั่งเล่นกับกลุ่มเพื่อนที่สะพานพระราม 8 เป็นประจำ งานลอยกระทงก็จะมากับเพื่อนทุกปี และครั้งนี้ก็ขอมาเที่ยวงานลอยกระทง ซึ่งได้ขอเงินจากตนมาเที่ยวงาน ตนก็ให้ไป 500 บาท แล้วพูดย้ำว่าอย่าลงไปในน้ำ อย่าไปเก็บกระทงมันไม่ดี และอันตราย
 
          “ผมเสียใจและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมรักเขามาก เขาเป็นลูกชายคนเดียวของผม และเขาอยากจะบวช ตั้งใจอยากจะบวชตั้งแต่สิ้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ผมบอกให้รอไปก่อน ให้อายุครบ 20 ก่อนถึงจะได้บวชพระ แต่เขายังอยากจะบวชพยายามพูดกับญาติอยู่เรื่อยมา ผมไม่คิดว่าลูกจะมาจากผมไปเร็วขนาดนี้ สิ่งที่ลูกตั้งใจอยากจะบวชยังไม่ได้บวชเลย ผมไม่น่าผลัดความตั้งใจของเขาไปก่อนเลย” นายจักราวุฒิ กล่าวทั้งน้ำตา
 
          ด้านร.ต.ท.ภัทรวิชญ์ กล่าวว่า จาการสอบถามคนที่เห็นเหตุการณ์และพยานแวดล้อม ผู้ตายลงไปเก็บกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยาจากผู้คนที่มาลอยกระทงในงานที่จัดขึ้น เพื่อหาเงินที่ใส่ในกระทง แต่เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยว ประกอบกับเหนื่อยล้าหมดแรงจนอาจทำให้เป็นตะคริวทำให้จมน้ำเสียชีวิต เบื้องต้นได้ส่งศพให้แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช ตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัดก่อนมอบให้ทางญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเกิดเหตุการณ์ ยังมีผู้คนมาลอยกระทงอยู่ที่บริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และบางส่วนรู้สึกตกใจกับเหตุกาณณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันยังมีเด็กคอยเก็บกระทงเพื่อหาเงินที่ผู้คนใส่ลงไปในกระทงที่นำมาลอยอยู่ตามริมตลิ่ง บางส่วนเห็นมีคนจมน้ำเสียชีวิตก็รีบขึ้นฝั่ง แต่ยังมีอีกจำนวนหนึ่งยังคงเก็บกระทงอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าหน้าที่จะตักเตือนแล้วก็ตาม





อุดรธานี - ชาวบ้านลงเรือลอยกระทงล่มกลางน้ำ ด.ญ.วัย 13 จมดับ
 
          เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 6 พ.ย.57 ร.ต.อ.สมิง โถทอง พงส.สภ.เมือง อุดรธานี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง มีเหตุเรือ 3 ลำ ล่มในหนองนำสาธารณะประจำหมู่บ้าน หนองสระพัง บ้านดงเจริญ หมู่ 11 ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี มีเด็กและผู้ใหญ่นั่งอยู่บนเรือ 14 คน ลงไปในน้ำ สามารถช่วยตัวเองขึ้นมาได้จำนวนหนึ่ง และมีผู้สูญหาย จึงเดินทางพร้อมด้วย พ.ต.อ.บรรจบ ศรีหานาวี พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ต.ท.ธราธิป เข่งคุ้ม รอง ผกก.ป.สภ.เมือง อุดรธานี หน่วยกู้ชีพ รพ.ศูนย์อุดรธานี
เจ้าหน้าที่ มูลนิธิส่งเสริมธรรม และชุดประดาน้ำ และมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมรุดไปตรวจสอบ 
 
          ที่เกิดเหตุบรรยากาศรอบหนองน้ำมืด ด้านหน้าหนองน้ำติดกับถนนมีเวทีหมอลำซิ่ง พบว่าเด็กส่วนใหญ่ถูกช่วยเหลือขึ้นมาได้แล้ว ในสภาพเปียกปอน หนาวสั่น และร้องไห้ตื่นตกใจกลัว มีเด็กชายหญิงอายุ 8-16 ปี รวม 10 คน ผู้ใหญ่ 4 คน รวมเป็น 14 คน ทราบชื่อภายหลังว่า ด.ช.พายับ มีศิลป์ 8 ปี ด.ญ.ณัฐจิตร มีศิลป์ อายุ 10 ปี ด.ช.ยศกร เรืองสนั่น อายุ 13 ปี ด.ช.วิทวัช บางขุนทด อายุ 11ปี ด.ญ.ณัฐนิชา สุขสุวรรณ อายุ 11 ปี ด.ช.พลพล ชมชื่น อายุ 12 ปี น.ส.จิตรภรณ์ น้อยมะลิวัลย์ อายุ 16 ปี
นางสายใจ น้อยมะลิวัลย์ อายุ 60 ปี น.ส.สุภาวิณี พูงาม อายุ 38 ปี นายสมหมาย เกษทองมา อายุ 58 ปี นายภมร สังเกตุชน อายุ 27 ปี เป็นคนขับเรือ และ นายบุญประคอง ดวงตาผา อายุ 32 ปี เป็นคนคัดหัวเรือ ตรวจสอบแล้วหายไป 1 คน คือ ด.ญ.ทรงศิริ พิทักษ์ อายุ 13 ปี อยู่บ้านเลขที่ 303 หมู่ 11 บ้านดงเจริญ ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงระดมชาวบ้านและหน่วยกู้ภัยลงช่วยเหลือ พร้อมกับใช้เชือกผูกซากเรือที่จมอยู่ใต้น้ำขึ้นมา แต่ไม่พบร่างเด็กที่สูญหาย จนกระทั่งชุดประดาน้ำมาถึง จึงได้ลงไปงมประมาณ 15 นาที ก็พบร่างจมอยู่ใต้น้ำและนำขึ้นมา พบจมน้ำเนื่องจากขาดอากาศหายใจ โดยสภาพศพใส่เสื้อกีฬาสีแดงน้ำเงิน กางเกงวอร์มสีน้ำเงิน
 
          จากการสอบสวนเบื้องต้น ชาวบ้านต่างให้การเป็นเสียงเดียวกันว่า ทุกปีวันลอยกระทงที่หมู่บ้านดงเจริญ จะจัดงานลอยกระทงและงานรื่นเริง นำหมอลำและดนตรีอิเล็กโทนในหมู่บ้านมาเล่น และจะมีประเพณีลงเรือไปลอยกระทงกลางน้ำ ที่หนองน้ำสาธารณะสระพังทอง ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ลึกประมาณ 6-10 เมตร โดยวันนี้ได้นำเรือไม้หางยาวประมาณ 4 เมตร ผูกติดกัน 3 ลำ ลำแรกมีเครื่องยนต์ติดควบคุมเครื่องโดยนายภมร มีนายบุญประครองเป็นคนคัดหัวเรือ ลำที่ 2 และลำที่ 3 มีชาวบ้านนั่ง
ส่วนระหว่างเรือลำที่ 2 และเรือลำที่ 3 จะประดับตกแต่งลักษณะเป็นเรือไฟ คล้ายเรือสุพรรณหงส์ แล่นไปกลางน้ำ เพื่อลอยกระทง และชมทิวทัศน์ ซึ่งเรือได้วนไป 2 เที่ยวแล้ว และไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น พอมาถึงเที่ยวที่ 3 มีผู้โดยสาร และผู้ควบคุมเรือรวม 14 คน ขณะลอยลำอยู่กลางน้ำ เรือลำที่ 3 เกิดรั่วและน้ำเข้าไปในเรือ ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นเด็ก แต่เด็กได้ช่วยกันเอาน้ำออกจากเรือ ซึ่งเด็กบางส่วนก็ตกใจ พยายามจะลุกออกจากเรือเอาตัวรอด ทำให้เรือเสียการทรงตัว และล่มในที่สุด พร้อมกับดึงเรืออื่นๆ ล่มไปด้วย หลังจากเรือล่ม เด็กที่ว่ายน้ำได้สามารถช่วยเหลือตัวเองขึ้นมาได้ แต่หายไป 1 คน จึงได้แจ้งตำรวจและกู้ชีพ กู้ภัยมาช่วยเหลือ
 
          ด้านนายภมร คนขับเรือ เปิดเผยว่า ตนได้ไปทำงานอยู่ที่อื่น แต่ปีนี้ตนจึงได้เดินทางกลับมาที่บ้าน ตนจึงเป็นคนอาสาสมัคร ขับเรือพาชาวบ้านไปลอยกระทงกลางน้ำ โดยปีนี้เห็นว่าขาดคนขับเรือ จึงอาสามาขับให้ แต่เมื่อมาดูสภาพเรือ ได้ตัดสินใจติดต่อไปยัง อบต.กุดสระ ขอรับการสนับสนุนเสื้อชูชีพให้กับชาวบ้าน แต่ไม่สามารถติดต่อหรือประสานงานกับผู้รับผิดชอบได้ และเห็นว่าทุกปีที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น วันนี้ตนก็เป็นคนขับเรือตั้งแต่เที่ยวแรก พอมาถึงเที่ยวที่ 3 ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 
          พ.ต.อ.บรรจบ ศรีหานาวี พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ เปิดเผยว่า ยังคงต้องทำการสอบสวนพยานทุกปากที่อยู่ในเหตุการณ์ ทั้งบนเรือและบนบก สรุปไม่ได้ว่าเกิดขึ้นจากสาเหตุใด ใครต้องรับผิดชอบ และจะนำตัวนายภมร คนขับเรือ และนายบุญประครอง ไปตรวจแอลกอฮอลล์ไว้ก่อน