ข่าว

'คลินิกตำรวจจราจร'ดูแลสุขภาพจิต-ครอบครัว

'คลินิกตำรวจจราจร'ดูแลสุขภาพจิต-ครอบครัว

07 พ.ย. 2557

'คลินิกตำรวจจราจร' ดูแลสุขภาพจิต-ครอบครัว : กรกมล อักษรเดช

                 "สภาพการจราจรติดขัด" ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความเครียดต่อผู้ขับขี่ยวดยานแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ผู้ปฏิบัติงานตามท้องถนน คงหนีไม่พ้นกับหลากหลายปัญหาที่ถาโถมเข้ามาด้วยเช่นกัน ฉะนั้น ภาวะความเครียดที่เกิดขึ้นกับตำรวจ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่พวกเขาเหล่านั้น จะต้องผเชิญอยู่เป็นประจำทุกวัน ด้วยเหตุนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงได้เล็งเห็นถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จึงได้มีการจัดตั้ง "คลินิกตำรวจ" ซึ่งจะเน้นไปที่ 3 ปัญหาหลัก ทั้งปัญหาครอบครัว ปัญหาชีวิต และปัญหาสุขภาพ ที่ตำรวจจราจรกำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลการจราจร อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน

                 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า การเข้ามาดูแลตำรวจจราจรในพื้นที่นครบาล ตามโครงการสุภาพบุรุษจราจร ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดตั้งคลินิกตำรวจจราจร เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะสภาพการจราจรในปัจจุบัน ทั้งมลภาวะ และความเครียดจากการโบกรถตามท้องถนน ทำให้ตำรวจที่เข้าไปดูแลประชาชน ต้องใช้จิตสำนึกของงานด้านบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกอย่างทุ่มเทมากขึ้น ซึ่งนอกจากการแก้ไขปัญหาจราจรที่ติดขัดแล้ว ยังต้องดูแลในเรื่องอุบัติเหตุต่างๆ อีกด้วย แต่ปรากฏว่า ในช่วงที่ผ่านมา การดำเนินงานในลักษณะนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เกิดอาการเจ็บป่วย มีปัญหาชีวิต และมีปัญหาครอบครัว ถึงขนาดยิงตัวตายไปแล้วหลายราย ด้วยเหตุนี้การจัดตั้งคลินิกตำรวจจราจร จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะเข้ามาช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจของตำรวจที่ได้รับผลกระทบได้เป็นอย่างดี 

                 "คลินิกตำรวจจราจร มีศูนย์กลางอยู่ที่กองบังคับการตำรวจจราจร โดยสถานีตำรวจแต่ละพื้นที่ จะสำรวจและส่งข้อมูลสภาพปัญหามายังคลินิกแห่งนี้ จากนั้นจะมีคณะกรรมการพิจารณาดูแลปัญหาต่างๆ และให้คำปรึกษาหาแนวทางการแก้ไขให้แก่ตำรวจจราจรกลาง และตำรวจนครบาลกว่าสี่พันนาย" รอง ผบช.น.กล่าว

                 พ.ต.ต.วิโรจน์ สาขากร สว.จร.สน.นางเลิ้ง กล่าวว่า ทุกวันนี้ความเครียดที่ตำรวจจราจรที่ได้รับ ไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางแสงแดด หมอก ฝน ควันดำจากท่อไอเสีย หรือภาวะที่เป็นมลพิษต่างๆ ที่พบเจอทั้งในช่วงเช้า และช่วงเย็น ถือว่าเป็นภาวะการเผชิญกับแรงกดดันที่อยู่โดยรอบตัว ซึ่งหากมีคลินิกที่เข้ามาให้คำปรึกษา หรือคอยช่วยเหลือในด้านต่างๆ แก่ทางตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ ส่วนตัวถือว่าดีมาก เพราะตำรวจแต่ละคนที่ทำงาน ต้องมีภาระหน้าที่ อันดับแรกก็คือครอบครัว เมื่อผู้บังคับบัญชาดูแลด้านสวัสดิภาพ ก็จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

                 ขณะที่ ส.ต.ต.วีระยุทธ จันทรา กก.4 บก.ส.3 กล่าวว่า คลินิกตำรวจจราจร ถือว่าเป็นโครงการที่ดี เนื่องจากปัจจุบันการปฏิบัติในภารกิจต่างๆ ต้องเผชิญปัญหามากมาย ซึ่งจุดนี้ถือว่าเป็นตัวสร้างความกดดันให้แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน ดังนั้น คลินิกตำรวจจราจรของนครบาล จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาศักยภาพตำรวจให้มีสวัสดิการ คุณภาพชีวิต และปรับภาพลักษณ์ของตำรวจจราจรให้มีจิตสำนึกในการดูแลประชาชนได้อย่างเต็มที่