ข่าว

มติสนช.87-75รับถอดถอน‘สมศักดิ์-นิคม’

มติสนช.87-75รับถอดถอน‘สมศักดิ์-นิคม’

06 พ.ย. 2557

มติสนช.87-75รับถอดถอน‘สมศักดิ์-นิคม’ อดีตรองปธ.รัฐสภาลั่นพร้อมเข้าสู่กระบวนการ

               6พ.ย.2557 การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณารายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  (ป.ป.ช.) ตามหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช. ลับ ที่ ปช 0028/0802 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2557 กรณีกล่าวหา นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตรองประธานรัฐสภา และตามหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช. ลับ ที่ ปช 0028/0804 ลงวันที่ 4 เมษายน 2557 กรณีกล่าวหานายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ในการดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภา เป็นการกระทำที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ2550 ว่าเป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่จะพิจารณาถอดถอน ตามข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2557 หรือไม่ ซึ่งเป็นป็นการพิจารณาต่อจากการประชุม สนช. เมื่อวันที่ 17 ต.ค.

               เมื่อเวลา 14.10 น.  การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้กลับมาประชุมแบบเปิดเผยอีกครั้ง ภายหลังใช้เวลาประชุมลับประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที โดยเป็นการลงมติว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจของสนช.ที่จะรับไว้พิจารณาถอดถอนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นายศักดิ์ชัย ธณบุญชัย สนช. ได้เสนอให้ลงมติลับ ซึ่งที่ประชุมก็เห็นชอบและให้กลับไปลงมติลับโดยไม่เปิดเผยว่าสมาชิกสนช.ลงมติแบบใด โดยผลการลงมตินั้น ที่ประชุมสนช.มีมติเห็นว่า สนช.มีอำนาจรับเรื่องไว้พิจารณาด้วยคะแนน 87 เสียงต่อ75 เสียง และงดออกเสียง 15 เสียง    

"นิคม"พร้อมเข้าสู่กระบวนการ

               ด้านนายนิคม กล่าวว่ายังไม่ขอให้ความเห็นประเด็นใดๆกับผลการลงมติรับไวเพิจารณาถอดถอน หากเรื่องเข้าสู่กระบวนการตนก็จะปฏิบัติตามกรอบการพิจารณาถอด โดยในวันที่ 25 พ.ย. ตนก็จะเข้าไปชี้จงต่อที่ประชุม สนช. ด้วยตนเอง ส่วนพยานหลักฐานก็จะเป็นเทปบันทึกภาพการประชุมในวันที่ถูกยกเป็นประเด็นกล่าวหา

        
              ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระดังกล่าว นายสมชาย แสวงการ สนช. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการกิจการ (วิปฯ) สนช. ได้ขอให้ที่ประชุมพิจารณาเป็นการลับ เนื่องจากกังวลว่าการอภิปรายของสมาชิกฯ จะพาดพิงถึงบุคคลภายนอกให้ได้รับความเสียหาย อีกทั้งกรณีที่มีการถ่ายทอดเสียง หรือภาพการอภิปรายออกไปภายนอกห้องประชุม สมาชิกฯ จะไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามที่ข้อบังคับการประชุมสนช.กำหนด อย่างไรก็ตามในประเด็นดังกล่าวมีสมาชิก ที่ไม่เห็นด้วย และขอให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยเปิดเผย โดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. อภิปรายว่า การพิจารณาเรื่องดังกล่าวของสนช. มีหลายภาคส่วนที่จับตา และตั้งข้อสงสัยถึงการพิจารณาของสมาชิกฯ อีกทั้งตนได้อ่านสำนวน รายงาน และหนังสือคัดค้านของผู้ที่ไม่ต้องการให้สนช.รับพิจารณาเรื่องดังกล่าว เห็นว่าเป็นสิ่งที่สมาชิกฯ ได้อภิปรายไปทั้งหมดแล้ว ในวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ดังนั้นเพื่อให้สังคมมีความเข้าใจต่อการทำหน้าที่ควรให้พิจารณาโดยเปิดเผย เช่นเดียวกับนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช.
        
              อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดประเด็นดังกล่าวได้ข้อยุติด้วยการลงมติ โดยเสียงข้างมากจำนวน 96 เสียง เห็นชอบให้เป็นการประชุมลับ ขณะที่อีก 75 เสียงไม่ลงคะแนนและ 1 เสียงงดออกเสียง จากนั้นนายพรเพชร ได้ขอให้เป็นการประชุมลับไปเมื่อเวลา 10.45 น.
 
“เพื่อไทย”ไม่กังวลชี้ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่
 
                นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลเพราะคะแนนที่ลงมติไม่ห่างกันเท่าไร ตนพูดมาตลอด สนช.ไม่มีอำนาจในการพิจารณาเพราะมองว่าเมื่อรัฐธรรมนูญ ปี 50 ได้ถูกยกเลิกแล้วก็ไม่ควรนำมาพิจารณาซึ่งจะเป็นการสร้างความขัดแย้งขึ้นมารอบใหม่ในสังคม ที่ผ่านทางเราให้โอกาส คสช. และรัฐบาลอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหาของบ้านเมืองให้เกิดการปรองดอง เข้าสู่การปฏิรูปในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จตามแผนตาม คสช.ได้วางไว้ จึงไม่อยากเห็นความขัดแย้งรอบใหม่อยากเห็นการเดินหน้าของประเทศชาติมากกว่า

“ถาวร”ขอบคุณ“สนช.”ชี้เป็นหน้าที่“ฝ่ายนิติบัญญัติ”

                นายถาวร เสนเนียม แกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวว่า ขอขอบคุณ สนช.ทุกคนทั้งที่ลงมติรับและไม่รับเรื่องนี้ เพราะเป็นการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ผลที่ออกมาถือเป็นการตีความกฎหมายมหาชน เพื่อเป็นแนวทางในการเปิดโอกาสให้สมาชิก สนช.รับเรื่องนี้ไว้พิจารณาว่าจะถอดถอนหรือไม่ และเป็นข้อพึงสังวรของนักการเมืองในอนาคต ให้ดูเป็นเยี่ยงอย่างว่า การกระทำใดๆโดยใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิดก็จะถูกตรวจสอบ ตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยไม่มีการปล่อยผ่านละเลยไป

 

 
"ปธ. ป.ป.ช."ระบุไม่กระทบการทำงาน
         
              เมื่อเวลา 11.45 น. นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ที่สภานิติบัญญญัติแห่งชาติ (สนช.)ประชุมเพื่อพิจารณาวาระเรื่องการถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่คอยติดตามการประชุมของ สนช. อยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ทราบว่ายังไม่มีมติและเป็นการประชุมลับ แต่หาก สนช.มีมติ ออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานอขง ป.ป.ช.แต่อย่างใด เพราะถือว่าการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจบหน้าที่ ป.ป.ช.ไปแล้วก่อนที่จะส่งไปยัง สนช.              

              เมื่อถามว่า จะส่งผลต่อการพิจารณากรณีถอดถอน 39 ส.ว. ในประเด็นเดียวกันหรือไม่เพราะ ป.ป.ช.ยังไม่พิจารณาและมีมติส่งเรื่องดังกล่าวส่งเรื่อง นี้ให้แก่ สนช. นายปานเทพ กล่าวว่า สำหรับ กรณี 39 ส.ว.นั้น ทางคณะอนุกรรมการจะได้รายงานข้อสรุปเข้าสู่ที่ประชุม คณะกรรมการ ชุดใหญ่ในวันเดียวกันนี้ ซึ่งผลการพิจารณาออกมาอย่างไร โฆษก ป.ป.ช.จะได้แถลงข่าวต่อไป