ข่าว

จนท.เร่งสอบเหตุระเบิดบ้านเก็บสารเร่งผลผลิตลำไย

จนท.เร่งสอบเหตุระเบิดบ้านเก็บสารเร่งผลผลิตลำไย

06 พ.ย. 2557

จนท.เร่งตรวจสอบสาเหตุการระเบิดบ้านเก็บสารโปรแตสเซียมคอลเรทที่ใช้เป็นสารเร่งการออกผลผลิตลำไย

 
 
          วันที่ 6 พ.ย.57 สืบเนื่องจากช่วงเย็นเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุสารโปรแตสเซียมคอลเรท ซึ่งเป็นสารที่ใช้เร่งการออกดอกและผลของลำไย อีกทั้งยังสามารถเป็นสารประกอบพลุและดอกไม้ไฟได้อีกด้วย เกิดระเบิดภายในบ้านเลขที่ 34 หมู่2 บ้านไร่ ต.ดอยเต่า อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ของนางพยอม นันต๊ะสง อายุประมาณ 45 ปี ซึ่งในวันเกิดเหตุนางพยอมอาศัยอยู่ภายในบ้านร่วมกับพี่สะใภ้ คือ นางสมใจ แสงแก้ว ซึ่งขณะนี้ได้หายตัวไปทั้งคู่ ทั้งนี้ได้พบเศษเนื้อของมนุษย์อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุด้วย ซึ่งคาดว่าอาจเป็นเศษชิ้นเนื้อของนางพะยอมและนางสมใจ
 
          ในเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บรวม 7 ราย คือ 1. น.ส.สาวิตรี ยางนิยม อายุ 18 ปี 2. นายสม ยางนิยม อายุ 50 ปี 3. นายสิรวุฒิ ขันแก้วน่าน อายุ 39 ปี 4. นางนาง ติแก้ว อายุ 95 ปี 5. ด.ญ.จิราภรณ์ อินใจ อายุ 1 ขวบ 9 เดือน  6. นายวัน ติแก้ว อายุ 95 ปี  7. น.ส.นงคราญ ทนุโวหาร อายุ 33 ปี ชาวบ้านบริเวณบ้านข้างเคียง ส่วนสาเหตุการระเบิดนั้นขณะนี้รอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาทำการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป
 
          ทั้งนี้คาดว่าบ้านที่เกิดเหตุน่าจะเก็บสารโปรแตสเซียมคอลเรทไว้ปริมาณค่อนข้างมาก เนื่องจากพบว่ารัศมีจากแรงระเบิดสร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่ารัศมี 500 เมตร และชาวบ้านบริเวณดังกล่าวรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างมากกระทั่งทำให้หูอื้อและใจสั่น อีกทั้งแรงระเบิดยังดังไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร
 
          ด้านนายส่ง เป็งใจ อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 2 ต.ดอยเต่า ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่ติดกับบ้านที่เกิดเหตุราว 20 เมตร กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุนั่งอยู่กับเพื่อน ได้ยินเสียงดังมากทำให้หูอื้อ และเมื่อหันไปดูบ้านเกิดเหตุก็มีแต่ควันขึ้นมาหมดเลย ก็ทำอะไรไม่ถูกเพราะหูยังอื้ออยู่และก็ใจสั่นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลย
 
          นอกจากนี้ ภายในบ้านที่เกิดเหตุ บริเวณชั้น 2 ยังพบว่ามีรูปภาพครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาแขวงติดผนังอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก ทำให้ชาวบ้านต่างเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิของครูบา เนื่องจากเศษไม้ หลังคาและผนังของตัวบ้านพังเสียหายทั้งหลังแต่รูปภาพของครูบากลับไม่เป็นอะไร ซึ่งเมื่อดูบริเวณรอบบ้านด้านนอกพบว่ารถยนต์ทั้ง 3 คันได้รับความเสียหายกระจกรถแตกและบ้านบริเวณใกล้เคียงห่างกันราว 10 เมตรก็มีผนังและหลังคาพังเสียหายอย่างมาก ซึ่งช่วงสายของวันนี้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของการระเบิด และทางฝ่ายปกครองเตรียมตั้งโต๊ะลงชื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายอีกด้วย
 
 
 
 
คืบหน้าเหตุระเบิดดอยเต่า
 
          เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.  พ.ต.ครรชิต เวฬุวนารักษ์ หัวหน้าชุดบรรเทาสาธารณะภัยพร้อมเจ้าหน้าที่จากศูนย์บรรเทาสาธารณภัย สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ดอยหล่อ) ได้นำเครื่องค้นหารังสีความร้อนเข้ามาตรวจหาความร้อนบริเวณรอบบ้านที่เกิดเหตุเพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตหรือผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิต
 
          พ.ต.ครรชิต กล่าวว่า เบื้องต้นสามารถทำการตรวจรังษีความร้อนได้เฉพาะบริเวณรอบนอกแนวเขตหวงห้ามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกั้นไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า-ออก และพบว่าอุณหภูมิความร้อนอยู่ที่ระดับ 25-27 องศาเซลเซียส ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานได้ว่าในพื้นที่จะไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในพื้นที่แล้วและไม่พบสัญญานชีพของผู้รอดชีวิตแล้ว และขณะนี้รอทางเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์เข้าตรวจสอบในพื้นที่เพื่อหาสาเหตุการระเบิดที่แท้จริงต่อไป
 
          ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ปกครอง อ.ดอยเต่า ได้ตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุความเสียหายจากระเบิดเพื่อรอให้ความช่วยเหลือต่อไป โดยมีชาวบ้านทยอยเข้าแจ้งความเสียหายอย่างต่อเนื่อง 
 
          ทางด้านนายชัชวาล ปัญญา นายอำเภอดอยเต่า กล่าวว่า จะเร่งทำเรื่องส่งทางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉินให้ เพื่อให้ชาวบ้านได้รับความช่วยเหลือต่อไป สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 7 คน ได้รับการยืนยันจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลดอยเต่าว่าทั้งหมดมีอาการปลอดภัยและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย  และคาดว่าวันนี้จะออกจากโรงพยาบาลได้  อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความตื่นตระหนักให้กับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างมาก ซึ่งทางอำเภอจะได้ประสานกับจิตแพทย์ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้าน
 
          ส่วนสาเหตุการระเบิด นายอำเภอดอยเต่า บอกว่า เบื้องต้นทราบว่าเจ้าของบ้านได้เก็บสารโปรแตสเซียมคลอเรท ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้เร่งดอกและผลของลำไยไว้ชั้นใต้ถุนบ้านและใกล้กันก็พบว่ามีการประกอบอาหาร จึงอาจเป็นสาเหตุของการเกิดระเบิดได้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสรุปอีกครั้ง
 
          ทั้งนี้ ที่ผ่านมา จ.เชียงใหม่ เคยเกิดเหตุการณ์สารโปรแตสเซียมคลอเรตระเบิดครั้งใหญ่ที่ อ.สันป่าตอง เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2542 ระหว่างการขนย้ายสารดังกล่าวเข้าไปในโรงงาน ซึ่งระเบิดครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 45 ราย บาดเจ็บ 102 ราย และบ้านเรือนเสียหาย 571 หลังคาเรือน