
ชำแหละกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ2550-2557
ชำแหละกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550-2557 : อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน
คลอดออกมาแล้ว สำหรับ 36 กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งอีกไม่นานคนเหล่านี้จะถูกเรียกเป็น 36 อรหันต์ เพราะถือเป็นผู้ทรงภูมิและจะเป็นผู้เขียนกฎหมายแม่บทของสังคมไทย
แน่นอนว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ตามหลังมาย่อมมีทั้งในแง่ดีและไม่ดี ที่สำคัญการปฏิบัติงานของกลุ่มคนชุดหลังนี้จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ซึ่งมีที่มาจากการรัฐประหารเช่นกัน และหากนำชื่อชั้นมาเปรียบเทียบตัวบุคคลกันแล้วก็จะเห็นข้อดี-ข้อด้อยในแต่ละชุดแจ่มชัด....!!!
ย้อนไปดูกรรมาธิการยกร่างปี 2550 นั้น มีจำนวนทั้งสิ้น 35 คน และมีที่มาจาก สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) คัดเลือกทั้งคนนอกและคนในจำนวน 25 คน และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เสนอผู้ที่มิใช่สมาชิกอีก 10 คน
จะเห็นได้ว่า ความแตกต่างของทั้งสองครั้งนี้ คือ ปี 2550 จะเป็นคนนอกเสียมาก...???? ขณะที่ครั้งนี้จะเป็นคนใน (สปช.ซึ่งมีบทบาทคล้ายสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพราะทำหน้าที่เสนอความเห็น และสนช.) ถึง 25 คน
เมื่อดูตำแหน่งประธานแล้ว จะเห็นข้อดีข้อเด่นของแต่ละคนชัดเจน โดยปี 2550 ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คือ "น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ" ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ส่งมาโดย คมช.สมัยนั้น
ซีไอเอเมืองไทยอย่าง "ประสงค์ สุ่นศิริ" อาจจะไม่เด่นด้านตัวบทกฎหมาย แต่ความเก๋าเกมการควบคุมประเด็นและบารมีนั้นมีอย่างล้นเหลือ เรียกได้ว่า ประเด็นแทบจะไม่แตกชนิด "เอาอยู่"
และที่เป็นทีเด็ดทีขาดอย่างมาตรา 309 เรื่องการไม่ต้องรับผิดของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ไม่ว่าก่อนหรือหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2550 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2550 ก็ปรากฏว่าไม่มีเสียงโต้แย้งใดๆ ออกมาจากกรรมาธิการยกร่างฯ เลย แม้ภายนอกเสียงวิจารณ์จะดังเพียงใดก็ตาม...????
ขณะที่ครั้งนี้ เราได้ "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" นักกฎหมายมือทอง เรื่องความเชี่ยวชาญในการเขียนกฎหมายไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นถึงศาสตราจารย์ด้านนิติศาสตร์ นอกจากนี้ยังเคยทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาแล้ว
ด้วยความเด่นและความสามารถที่มีอยู่อย่างล้นเหลือของเขานี่เอง ทำให้ถูกตั้งคำถามว่า เขามีพิมพ์เขียวรัฐธรรมนูญที่อยู่ในใจแล้วหรือไม่...??? และกำลังจะชี้นำให้กรรมาธิการยกรร่างฯ เดินตามทางของเขาหรือไม่
ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบจำนวนนักกฎหมายแล้ว จะเห็นได้ว่า ครั้งนี้มีอยู่เพียง 7 คน คือ "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ - จรูญ อินทจาร - ประสพสุข บุญเดช - บรรเจิด สิงคะเนติ - เจษฎ์ โทณะวณิก - ดิสทัต โหตระกิตย์ - กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์"
ขณะที่ปี 2550 นั้น อุดมไปด้วยนักกฎหมายและอดีตตุลาการถึง 18 คน ไม่ว่าจะเป็น "จรัญ ภักดีธนากุล - วิชา มหาคุณ - สมคิด เลิศไพฑูรย์ - อัชพร จารุจินดา - กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ - คมสัน โพธิ์คง - ธิติพันธ์ เชื้อบุญชัย - ไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ - เดชอุดม ไกรฤทธิ์ - ไชยยศ เหมะรัชตะ - ธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ - นุรักษ์ มาประณีต - ประพันธ์ นัยโกวิท - พวงเพชร สารคุณ - มนตรี เอี่ยมสะอาด - สดศรี สัตยธรรม - พล.อ.อัฏฐพร เจริญพานิช"
นอกจากนี้ ความต่างอีกประการ คือ การนำตัวแทนองค์กรอิสระมาเป็นกรรมาธิการยกร่างฯ โดยให้เหตุผลว่า เพราะองค์กรอิสระเหล่านี้จะต้องเป็นผู้เข้าไปใช้รัฐธรรมนูญ เราจึงเห็น กกต. อย่าง "ประพันธ์ นัยโกวิท - สดศรี สัตยธรรม" หรือ ป.ป.ช.อย่าง "วิชา มหาคุณ" หรือตัวแทนศาลรัฐธรรมนูญ เช่น "ไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์"
ขณะที่ปีนี้เราไม่เห็นตัวแทนขององค์กรอิสระเลย แม้เขาเหล่านั้นจะเป็นผู้ต้องทำงานตามรัฐธรรมนูญ หรือแม้กระทั่งอาจจะต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียหากรัฐธรรมนูญจะยุบหรือเลิกบางองค์กรทิ้ง...???
กระนั้นใช่ว่าจะมีแต่ข้อด้อย เพราะเราได้เห็นกลุ่มความหลากหลายที่มีมากกว่า ดังที่หลายคนบอกว่า คนพวกนี้จะไม่ใช่พวก "รัฐธรรมนูญนิยม" เราจึงเห็นตัวแทนของเอ็นจีโอ อย่าง "ทิชา ณ นคร - สุภัทรา นาคะผิว - มีชัย วีระไวทยะ - สมสุข บุญญะบัญชา" หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจอย่าง "วิชัต ทิตตภักดี"
นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากกลุ่มจังหวัด ซึ่งบางคนก็มีชื่อ ขณะที่บางคนก็โนเนม อย่าง "ประชา เตรัตน์ - เชิดชัย วงศ์เสรี - จุมพล สุขมั่น - พล.ท.นคร สุขประเสริฐ"
แต่ก็ไม่วายที่จะมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า หลายคนในกรรมาธิการชุดนี้ไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง จนถึงตั้งคำถามว่า ตั้งเข้ามาให้เต็ม เพราะอย่างไรก็มีตัวแบบในใจอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ตัวรัฐธรรมนูญจะพิสูจน์ทราบด้วยตัวของตัวเอง
ที่น่าจับตาคือ กรรมาธิการยกร่างฯ ชุดนี้ยังมีสัดส่วนของนักรัฐศาสตร์ถึง 12 คน หรือ 1 ใน 3 ของกรรมาธิการยกร่างฯ เลยทีเดียว ประกอบด้วย "สุจิต บุญบงการ - กฤต ไกรจิตติ - นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ - ปกรณ์ ปรียากร - กระแส ชนะวงศ์ - ปรีชา วัชราภัย - ประชา เตรัตน์ - ถวิลวดี บุรีกุล - วุฒิสาร ตันไชย - วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ - เอนก เหล่าธรรมทัศน์ - จรัส สุวรรณมาลา"
น่าสนใจว่า เป็นสัดส่วนที่มากกกว่านักกฎหมายด้วยซ้ำไป จะเป็นเรื่องที่เหมาะสมไม่น้อย เพราะการเขียนรัฐธรรมนูญคือ การจัดสรรโครงสร้างทางอำนาจและออกแบบการปกครอง เราจึงน่าจะได้เห็นการออกแบบอะไรใหม่ๆ ออกมาไม่มากก็น้อย
อย่างไรก็ตาม หากดูตัวบุคคลเราจะเห็นว่า จะมีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งได้เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งสองสมัย คือ "วุฒิสาร ตันไชย - นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ - กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ - ชูชัย ศุภวงศ์ - มานิจ สุขสมจิตร"
ที่น่าสนใจคือ คนเหล่านี้จะเข้ามาอุดรอยรั่ว รอยโหว่ หรือมาแก้มืออะไร ในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่แล้วหรือไม่
ถ้าดูพื้นฐานจากแนวคิดของแต่ละคนที่เข้ามาทำหน้าที่แล้ว น่าเชื่อได้ว่า เราจะได้เห็นอะไรแปลกใหม่กว่าที่ผ่านๆ มาไม่มากก็น้อย แต่จะยอมรับได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง รัฐธรรมนูญ 2550 ว่ากันว่าไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งๆ ที่มีหลายมาตราที่ดี ให้สิทธิแก่ประชาชน แต่หลายมาตราก็มีปัญหา แล้วครั้งนี้ผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไรคงต้องอดใจรอดู...!!!
..................................
(หมายเหตุ : เทียบชื่อชั้นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550-2557 : อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน)



