
วิษณุคาดก.ย.-ต.ค.58รธน.ใหม่คลอด
วิษณุคาดก.ย.-ต.ค.58รธน.ใหม่คลอด เผยลต.ก่อนเชงเม้งหรือไหว้พระจันทร์ปี59 ชี้อย่าตีตนไปก่อนไข้เขียนกันเฉพาะคน
5พ.ย.2557 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการร่างรัฐธรรมนูญว่า มีกรอบระยะเวลาการร่างอยู่แล้วเมื่อรัฐธรรมนูญร่างเสร็จ ประมาณ ก.ย.-ต.ค.2558 อาจจะประกาศใช้ในช่วงนั้น ส่วนการเลือกตั้งจะให้เกิดทันทีคงไม่ได้
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับความเป็นจริงเว้นแต่จะยอมว่าประกาศรัฐธรรมนูญวันนี้ อาทิตย์หน้าเลือกตั้งเลยพรรคที่มีกระสุนพร้อมก็ลง ใครไม่พร้อมช่างมันซึ่งคงไม่มีใครยอมให้ทำเช่นนั้น จึงต้องมีระยะเวลาสำหรับออกกฏหมายลูกเช่นกฏหมายพรรคการเมือง กฏหมายเลือกตั้ง กฏหมายกกต. อาจใช้เวลาประมาณ 2 เดือนหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ทั้งยังต้องให้มีการหาเสียงซึ่งต้องบวกเวลาเข้าไปถึงจะมีการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม นายวิษณุ กล่าวว่า กำหนดวันที่จะมีการเลือกตั้งคงเป็นช่วงต้นปี 2559
"ก่อนเชงเม้งอะไรอย่างนี้ แล้วถ้าเลยเชงเม้งก็ไปช่วงไหว้พระจันทร์ " นายวิษณุ กล่าว
เสนอตั้งคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ
นายวิษณุ กล่าวถึงระยะเวลาการยกร่างรัฐธรรมนูญหลังจากได้กรรมาธิการยกร่างเป็นที่เรียบร้อย ว่า สปช.มีเวลา 60 วันในการให้กรอบในการยกร่างต่อกรรมาธิการ จากนั้นกมธ.ต้องร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 120 วัน โดยจะครบกำหนดในวันที่ 20 เม.ย.ซึ่งในช่วงเวลานี้อาจจะมีรณรงค์ มีการกดดัน มีการผลักดัน หรือมีการเสนอแนะไปที่กมธ.ยกร่าง เฉพาะฉะนั้น รัฐบาลและคสช.จะต้องมีการตั้งคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อที่กมธ.ยกร่างจะได้มีความสะดวก ในข้อมูล ความร่วมมือ หรือแม้แต่งบประมาณ ส่วนเนื้อหาสาระคงจะมีการเสนอกันเยอะแยะ แล้วเมื่อกมธ.ยกร่างเสร็จในอนาคต ก็ต้องนำกลับมาถามคณะรัฐมนตรีและคสช. เพื่อหากมีความเห็นใดก็สามารถส่งกลับไปได้ โดยเรื่องนี้รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดเอาไว้
แต่หากไม่มีการติดตามพอถึงตอนนั้นคงทำการบ้านไม่ถูก
ทั้งนี้ มีบางเรื่องที่รัฐบาลต้องออกกฏหมายรองรับไปพลาง จะรอให้กมธ.ร่างจนเสร็จแล้วจะไม่ทัน ถ้าอยากเลือกตั้งเร็ว คงต้องมีการตั้งคณะทำงานติดตามขึ้นมาเพื่อติดตามการร่าง เช่นเดียวกับสปช.ที่ได้ยินว่าจะมีการตั้งคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ ตนจึงเสนอในที่ประชุมครม.-คสช.เมื่อวาน ว่าควรจะมีการตั้งร่วมระหว่างครม.-คสช. โดยเสนอให้นายกฯ และที่ปรึกษาที่ปรึกษาคสช.คิดรูปแบบว่าคณะทำงานติดตามจะเป็นอย่างไร
ผู้สื่อถามว่า มีโมเดลของคณะทำงานติดตามการยกร่างรัฐธรรมนูญในใจแล้วหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เท่าที่คุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาคสช.ท่านได้ปรารถว่า ทุกวันนี้มีคณะที่ปรึกษาอยู่แล้ว ตนก็เป็นที่ปรึกษาในนั้นด้วย อาจจะใช้ที่ปรึกษามาเป็นฐานติดตามก็ได้ ส่วนการจะแต่งตั้งเพิ่มก็สามารถแต่งตั้งเป็นการเฉพาะกิจในวาระเกี่ยวกับการติดตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่เป็นที่ปรึกษาคสช.
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะกลัวประชาชนไม่มั่นใจ นายวิษณุ กล่าวว่า คงไม่ใช่กลัวคนไม่มั่นใจ เขาเองคงไม่มั่นใจมากกว่า ต้องการให้เห็นถึงความจริงใจ และการจะทำอะไรก็ตามเริ่มด้วยความเป็นมงคลเข้าไว้ก็ถือเป็นเรื่องดีตามธรรมเนียมคนไทย แทนที่ต่างคนต่างไปทำกันก็นัดแนะไปพร้อมกัน ส่วนที่มีการพูดว่ามีการยกร่างไว้บ้างแล้ว นายวิษณุ กล่าวว่าตนไม่มีความเชื่อเรื่องนี้ เพราะทุกครั้งที่มีการร่างรัฐธรรมนูญก็มักจะตีวัวกระทบคราก โยนหินถามทางซึ่งยืนยันว่าไม่มีการทำเช่นนี้เพราะทุกอย่างอยู่ในสายตาของสื่อและคนทั่วประเทศ
ชี้อย่าตีตนไปก่อนไข้เขียนกันเฉพาะคน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการเขียนเพื่อกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อะไรที่ยังไม่เกิดก็อย่าตีตนไปก่อนไข้ พูดตรงๆ ว่าโอกาสเกิดนั้นคงยาก เพราะอยู่ท่ามกลางของสังคมและความคิดหลากหลาย ตนไม่เชื่อว่าองค์ประกอบของกมธ.ยกร่าง ที่มี รวมถึงสถานการณ์ของประเทศที่เกิดขึ้นก็ดี ซึ่งต้องการความปรองดอง และต้องการปฏิรูป มันจะย้อนกลับไปสู่การติฉินนินทาแต่ถ้าผลมันจะต้องเกิดขึ้นบ้าง
คงไม่ได้เกิดจากการตั้งอกตั้งใจหรือตั้งธงให้เป็นเช่นนั้นแต่เป็นผลมาจากการปฏิรูปและความคิดที่ว่านี่คือสิ่งที่ดีซึ่งเป็นคำตอบสุดท้ายที่ประเทศต้องการมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่เคยเห็นมีการเขียนในรัฐธรรมนูญว่าห้ามยึดอำนาจ นายวิษณุ กล่าวว่า การห้ามยึดอำนาจเขียนในรัฐธรรมนูญไว้ก่อนได้ แต่เวลายึดข้อที่ห้ามยึดก็ไปก่อนเพื่อน ต้องป้องกันไม่ให้มันเกิด ส่วนจะป้องกันด้วยการเขียนคงเป็นไปไม่ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐธรรมนูญฉบับถาวรจะใส่มาตรา 309 ที่รับรองการกระทำทุกอย่างหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่รู้เขา แล้วแต่เทคนิค เขาอาจมีวิธีที่ฉลาดกว่านี้ก็ได้ ถ้าให้ตนเขียนตนมีวิธีที่ไม่ต้องเขียนม.309
เมื่อถามว่า องค์กรอิสระจะมียุบหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เสียดายไม่ได้ไปร่าง ก็แล้วแต่กมธ.ยกร่าง ตนสะกิดไปแล้วว่าให้ไปคิดนะ กลัวจะไม่คิด ส่วนจะต้องมีการประชุมร่วมระหว่างกมธ.ยกร่าง กับครม.และคสช.หรือไม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี อย่างนั้นจะเป็นการแทรกแซง แต่สามารถขอความเห็นจากครม.และคสช.หรือใครก็ได้
อย่างไรก็ตาม มีบางฝ่ายเรียกร้องให้ลงประชามติในรัฐธรรมนูญ นายวิษณุกล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ถ้าถึงเวลาจะต้องลงก็ไม่ว่ากัน ตนไม่แน่ใจว่าลงแล้วจะได้ประโยชน์ก็ไม่อยากบังคับ คุณชัย ชิดชอบ ท่านพูดดีว่าก็ไม่ต้องไปลง ถ้าร่างดี ครั้นร่างไม่ดีไปลงมติยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ เราเคยทำประชามติ แต่แล้วก็ไม่ได้ทำให้รัฐธรรมนูญเกิดความศักสิทธิ์ เราเคยไม่ทำประชามติ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็ใช้มานาน คือฉบับ พ.ศ.2475 ใช้มารอบแรก 14 ปี ซึ่งนานที่สุดในประเทศไทย ก่อนถูกปฏิวัติแล้วคั้นด้วยรัฐธรรมนูญอีก 2 - 3 ฉบับ แล้วเอาฉบับเดิมมาใช้อีก 7 ปี เพราะฉะนั้น ประชามติมันทำให้เกิดความหนักแน่นขึ้นมาในสมัยใหม่ว่าประชาชนมีส่วนร่วม สมัยเก่าก็ไม่ได้ทำ และถ้าพูดแค่ประชามติคงไม่มีความหมายอะไรว่าให้ความรู้ประชาชนนานพอหรือไม่
"ผมว่ากระบวนการร่างสำคัญกว่าการทำประชามติ " นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่า การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นการป้องกันคนหรือป้องกันการฉีก นายวิษณุ กล่าวว่า คงไม่มีใครคิดเรื่องป้องกันการฉีก ในใจอาจจะมี แต่เรารู้ว่าเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ต้องการคือว่า ทำอย่างไรในช่วงเวลาที่เริ่มใช้มันทำให้เกิดความสงบสุข จากนั้นมันจะเกิดการยอมรับ เมื่อถามสปช.กับกมธ.ยกร่าง จะงัดข้อกันหรือไม่
เพราะว่าต่างฝ่ายมีข้อเสนอในการยกร่างรัฐธรรมนูญ นายวิษณุ กล่าวว่า คุณรู้ไหมถ้าขัดกันใครใหญ่ สปช.มีสิทธิ์ไปบอกว่าให้ร่างอย่างนั้นอย่างนี้ คล้ายการแปรญัตติ แต่กมธ.จะเอาก็ได้ ไม่เอาก็ได้ สมมติกมธ.ไม่เอาตามที่สปช.เสนอ ร่างที่ส่งกลับมาแล้วสปช.สามารถแก้เผ็ดได้คือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแต่เมื่อคว่ำแล้วก็ไปทั้งหมด ถ้ากมธ.เขาฉลาดก็ยอมแก้ในบางเรื่องแต่ก็แล้วแต่เหตุผลต้องสู้กันระหว่างกมธ.และสปช.อย่างไรก็ตาม หาก กมธ.ถ้าทำงานฉลาด ไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นคนเพียงหยิบมือก็มีสิทธิ์กลับไปถามคนเป็นแสนเป็นล้าน
ทั้งนี้ นายวิษณุ กล่าวถึง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในฐานะประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตนเชื่อมั่นว่านายบวรศักดิ์เป็นคนดี เป็นคนพยายามที่จะประนีประนอม เพราะฉะนั้น โดยความแข็งที่มีคือความรู้ของท่าน และความอ่อนที่ท่านมีคือรับฟังความเห็นเช่นกัน ส่วนที่มีการพูดกันว่าในกมธ.ยกร่างมีพ่อตาลูกเขย นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ก็เป็นคนละความคิด พี่น้องกันยังเห็นไม่ตรงกัน แล้วที่เข้ามาเป็นกมธ.ก็มาโดยประสบการณ์ ไม่ได้เป็นปัญหา
เผยเหตุใช้ม.44คุมกลุ่มเคลื่อนไหวไม่ใช่ขู่
นายวิษณุกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปรารภถึงการใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปรามกลุ่มเคลื่อนไหว ว่า ท่านปรารภว่า หากมีความไม่สงบเกิดขึ้นมันจะมีมาตราการอะไรบ้าง กฏหมายสารพัดที่มีอยู่ กฏอัยการศึกที่มีอยู่ แล้วไปจนถึงที่สุดจริงคือ ม.44 ที่มีอยู่ เพื่อรองรับหากเกิดเหตุอะไรขึ้น เป็นคำถามเพื่อหาคำตอบว่ามีหรือไม่ และเมื่อมีก็ไม่ได้แปลว่าจำเป็นต้องใช้ ส่วนขั้นตอนการใช้ ม.44 คสช.ต้องประชุมให้มีมติใช้โดยหัวหน้าคสช. แล้วต้องแจ้งให้คณะรัฐมนตรี และสนช.ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตาม ม.44 สั่งการได้หมดหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช้อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ คือความเป็นรัฐฎาธิปัตย์จะกลับมา แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเกิดเหตุการณ์กระทบต่อความมั่นคง หรือใช้เพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดความปรองดองก็ได้ เมื่อถามต่อว่า ดูแนวโน้มในอนาคตนายกฯ อาจต้องใช้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าสถานการณ์มันจำเป็นก็ต้องใช้ และเมื่อถามว่าเห็นด้วยที่จะใช้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า พูดไม่ถูกจนกว่าจะมีเหตุการณ์ขึ้น
ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรก็ไม่ต้องไปใช้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการยกกระบองขึ้นมาขู่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่ยก แค่ชี้ให้ดูว่ามีกระบองนะ
นายกฯเปรยใช้ม.44เพื่อรักษาสภาพบ้านเมือง
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีการเตรียมใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ 2557 ฉบับชั่วคราว เรียกบุคคลให้มารายงานตัว ว่า ตนไม่แน่ใจ เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปดูว่าความขัดแย้งในอดีตเกิดขึ้นจากอะไรซึ่งทุกคนคงทราบดี ในวันนี้เริ่มมีความเคลื่อนไหวโดยเริ่มจากน้อย แต่หากรัฐบาลและคสช.ปล่อย ต่อไปจะมีแรงขยับมากขึ้นถามว่าเมื่อถึงขั้นนั้นใครจะรับประกันว่าจะดึงสถานการณ์ที่ขัดแย้งให้กลับมาอยู่ในภาวะปกติได้อีก ดังนั้นคสช.และรัฐบาลต้องทำความเข้าใจกับประชาชนและสื่อมวลชน รวมไปถึงผู้ที่เคลื่อนไหวหรือเห็นต่าง ที่คงรับฟังข้อมูลอยู่เช่นกัน เชื่อว่าทุกคนหวังดีต่อบ้านเมืองเมื่อรับฟังแล้วคงจะให้ความร่วมมือ
ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องมีหลักการันตีในการดูแลสถานการณ์ หากพูดคุยกันแล้วยังไม่รู้เรื่องก็ต้องบังคับใช้กฎหมายจากเบาไปหาหนัก แต่คาดว่าคงไม่ถึงขนาดนั้นเพราะสังคมเข้าใจว่าบ้านเมืองเราเป็นอย่างไร คสช.และรัฐบาลกำลังทำอะไร มีจุดมุ่งหมายอะไร แต่เมื่อพูดถึงมาตรา 44 สื่อมวลชนก็ไปเพ่งเล็งโดยไม่ได้พูดถึงกระบวนการที่มาก่อน และขณะนี้กฎหมายปกติ และกฎอัยการศึก ยังดูแลสถานการณ์ได้อยู่ ที่ผ่านมาคนไปกังวลกับคำว่ากฎอัยการศึกทั้งที่เราคงใช้เพียงประเด็นเดียวคือหากพบว่ามีเหตุหรือสิ่งบอกเหตุ ข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ว่าจะมีเหตุอันเป็นภัย เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ ส่วนบทบัญญัติอื่นแทบไม่ได้ใช้
“มาตรา 44 นั้น นายกรัฐมนตรี เปรยว่าถ้าคุยแล้วไม่รู้เรื่อง และจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 ก็ต้องทำ เพื่อรักษาสภาพให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้” พล.ต.สรรเสริญ กล่าวและว่า ส่วนวิธีการพูดคุยนั้นทางคสช.จะพิจารณาเมื่อเห็นว่ามีกลุ่มคนเคลื่อนไหวก็เชิญมาพูดคุย หรือโทรศัพท์พูดคุย หรือจะวิธีใดก็ตามจะเป็นไปโดยให้เกียรติ เพราะเชื่อมั่นว่าแต่ละฝ่ายเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง น่าจะคุยกันรู้เรื่อง
เมื่อถามว่ามีการขึ้นบัญชีดำบุคคลที่เตรียมจะเคลื่อนไหวไว้หรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่เคยเห็นบัญชีที่ว่า
ต่อข้อถามว่าหากจะเรียกอดีตนักการเมืองที่เคลื่อนไหว อาทิ นายถาวร เสนเนียม อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หรือนายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ใครจะเป็นผู้พิจารณาใช้กฎหมายเชิญตัวไปพูดคุย พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า คสช.มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย และประมาณสถานการณ์ ยกตัวอย่าง หากต้องการติดต่อกับบุคคลที่เคลื่อนไหวอาจจะโทรศัพท์พูดคุยกันและคงจะเข้าใจ ไม่ถึงขั้นต้องนำกฎหมายใดๆไปบังคับใช้ โดยเป็นหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบ และกลุ่มงานสามัคคีปรองดอง จะประสานข้อมูลร่วมกันว่าใครจะเป็นผู้ติดต่อประสานทำความเข้าใจ



