ข่าว

ผลพวง QQE ฉุดเยนอ่อน ดันสินค้าส่งออกไทยแพง

ผลพวง QQE ฉุดเยนอ่อน ดันสินค้าส่งออกไทยแพง

07 พ.ย. 2557

ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ผลพวง QQE ฉุดเยนอ่อน ดันสินค้าส่งออกไทยแพง : โดย...ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์

 
                         ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตัดสินใจออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมระลอกสอง (QQE) แบบไม่กำหนดกรอบเวลาสิ้นสุด หลังตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานปรับตัวลดลงต่อเนื่องสวนทางกับเป้าหมาย 2% ของ BOJ โดยการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มถือเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันเงินเฟ้อมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทิศทางตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นเริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัวมาตั้งแต่เดือนเมษายน และได้เปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาลงให้เห็นในเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา
 
                         สอดคล้องกับตัวเลขการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ หลังการประกาศขึ้นภาษีจาก 5% เป็น 8% ในเดือนเมษายน โดยตัวเลขการใช้จ่ายภาคครัวเรือน ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา หดตัวลงเฉลี่ย 5.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ยังถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันให้เงินเฟ้อในส่วนของพลังงานลดลง 
 
                         จากทิศทางเงินเฟ้อที่ลดลงต่อเนื่องนั้น มุมมองของผู้ประกอบการและแรงงานต่อการลดลงของระดับราคา ส่งผลกระทบต่อแรงจูงใจในการเพิ่มการจ้างงานและขึ้นค่าจ้างของภาคเอกชน สร้างความเสี่ยงต่อนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งนำพาญี่ปุ่นออกจากสภาวะเงินฝืด รวมไปถึงการปรับโครงสร้างตลาดแรงงานในระยะยาว ซึ่งความเสี่ยงนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ BOJ ตัดสินใจขยายมาตรการ QQE
 
                         แม้ว่าการเพิ่มวงเงิน QQE ครั้งนี้ จะทำให้ปริมาณเงินรวมที่ BOJ เพิ่มเข้าสู่ระบบอยู่ที่ 80 ล้านล้านเยนต่อปี ใกล้เคียงกับปริมาณเงินที่ธนาคารกลางสหรัฐอัดฉีดเข้าสู่ระบบเฉลี่ยต่อปีในมาตรการ QE3 แต่มูลค่าของการซื้อสินทรัพย์ที่ BOJ เพิ่มขึ้นนั้น มีเพียง 10-20 ล้านล้านเยน หรือราว 140 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งถือว่าไม่สูงนักเมื่อเทียบกับขนาดของมาตรการ QQE เดิม จึงไม่น่าส่งผลให้มีเงินทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากเดิมมากนัก
 
                         อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ BOJ ประกาศเพิ่มวงเงินในการอัดฉีดปริมาณเงินเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2557 ซึ่งอยู่เหนือความคาดหมายของตลาด ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงทันที แต่จากปริมาณเงินที่อัดฉีดเพิ่มเติมไม่มากนัก จึงไม่น่าจะกดดันให้เงินเยนอ่อนค่าได้มากนัก ดังนั้น หากค่าเงินเยนจะอ่อนค่าลงอีกจากระดับปัจจุบันจะต้องขึ้นอยู่กับว่า BOJ จะมีการออกมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมที่เหนือความคาดหมายของตลาดอีกหรือไม่
 
                         สินค้าส่งออกหลักของไทยไปยังญี่ปุ่น คือ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และรถยนต์ ซึ่งมีการนำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่นเป็นสัดส่วนที่สูง ดังนั้น แม้ค่าเงินเยนที่อ่อนจะส่งผลให้ราคาสินค้าของไทยที่ส่งออกไปยังญี่ปุ่นแพงขึ้น แต่การนำเข้าวัตถุดิบที่ถูกลงจะช่วยชดเชยรายได้จากการส่งออกที่ลดลงได้ นอกจากนี้ การผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมของญี่ปุ่นเป็นไปเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกของไทยในระยะยาว หลังจากที่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นฟื้นตัวแล้ว
 
 
 
 
 
----------------------------
 
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ผลพวง QQE ฉุดเยนอ่อน ดันสินค้าส่งออกไทยแพง : โดย...ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์)