
กษิตยันคดีถึงศาลจะพิจารณาการลาออก
"กษิต"เปิดเผยในรายการคุยนอกทำเนียบฯช่อง 11 ระบุจะพิจารณาการลาออกต่อเมื่อคดีปิดสนามบินศาลประทับรับฟ้อง ย้อนถาม"ผมเลวตรงไหน" เลขาฯแจงสื่อ "อัลจาซีร่า" ตัดต่อคำที่ระบุพร้อมลาออก สุริยะใสแฉมีแผนโค่นกษิต "ชวน"ปฏิเสธให้ความเห็น
(6ก.ค.) พ.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน คดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยว่านายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หนึ่งในแกนนำพันธมิตรที่ถูกออกหมายเรียก ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าวแล้ว ที่ สน.ทุ่งสองห้อง เบื้องต้นให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษร แก้ข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน และหากพนักงานสอบสวนต้องการสอบปากคำเพิ่มเติม นายกษิต ก็ยินดีจะมาพบพนักงานสอบสวนอีก
"กษิต"เผยกับ"อัลจาซีร่า"พร้อมลาออก
ทั้งนี้นายกษิต ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีร่า ที่ประเทศการ์ต้าเมื่อวานที่ผ่านมาว่า เมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นมาถึงขั้นนี้ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียก โดยได้ตั้งข้อกล่าวว่าเป็นอาชญากรปิดสนามบิน ตนคงจะต้องลาออกจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
"กษิต"ปิดปากเลขาฯพูดแทนไม่ไขก๊อก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกษิต ได้เดินทางมาถึง สถานีโทรทัศน์ สทท. ช่อง 11 เวลา 19.45 น. โดยรถได้วนมาจอดด้านหลังของอาคาร ที่จะทำการออกรายการ ซึ่งทำให้ผู้สื่อข่าวที่เฝ้าติดตามรวมกว่า 50 ชีวิต ได้พากันวิ่งตามไปดักรอ เพื่อสัมภาษณ์
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามนายกษิต ว่า ยืนยันจะลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ นายกษิต ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยนิ่งเฉย และยิ้มอย่างเดียว โดยไม่พูดอะไรออกมา ขณะที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ตอบคำถามกับสื่อมวลชนแทนว่า ได้ยืนยันแล้วว่า จะไม่ลาออก และจะมีการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังจากให้สัมภาษณ์ในรายการคุยนอกทำเนียบ ที่มีนายวีระ ธีรภัทร เป็นพิธีกร เสร็จสิ้นแล้ว
ก่อนหน้านี้นายชวนนท์ ซึ่งเดินทางล่วงหน้าไปที่สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 ก่อนที่นายกษิต ได้กล่าวว่า ได้คุยกับ นายกษิต และได้ยืนยันว่า จะไม่ลาออก
"คุณกษิต ได้ชี้แจงว่า คำให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอัลจาซีร่า มีการตัดต่อคำพูด ทำให้ความหมายออกไปเช่นนั้น ซึ่งได้คุยกับนายกฯ แล้ว นายกฯ ได้สอบถามเรื่องคำให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีร่า ซึ่งคุณกษิต ได้ชี้แจงว่า ข้อเท็จจริง ไม่ได้เป็นไปตามนั้น และยืนยันว่า หากทำความผิดจริง ก็จะรับผิดชอบ แต่ขณะนี้ เป็นเพียงข้อกล่าวหา ถ้ามีการชี้มูล ก็จะมีการยืนยันพิสูจน์ข้อเท็จจริงกัน"
เมื่อถามว่า นายกษิต เคยระบุว่า จะลาออก ถ้ามีการออกหมาย นายชวนนท์ กล่าวว่า ได้คุยกัลนายกษิต แต่นายกษิต ก็ยืนยันว่า เป็นเพียงข้อกล่าวหา ยังไม่ได้ชี้ว่า ผิด จึงมีสิทธิที่จะต่อสู้ข้อกล่าาวหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้คุยเรื่องข้อหาที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งไว้หรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า นายกษิต ยืนยันว่า เป็นเพียงวิทยากร ไม่ใช่เป็นอาชญากร ไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย ที่ขับเครื่องบินชนตึก
เมื่อถามว่า กระทบกับภาพพจน์รัฐบาล และประเทศไทย ในการประชุมอาเซียนที่จะมีขึ้นหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า คาดว่า ทุกประเทศจะเข้าใจ เพราะเรื่องนี้ เป็นเพียงการกล่าวหา ทุกประเทศเข้าใจว่า ยังไม่ได้ชี้ความผิดให้เป็นผู้ต้องหา และพร้อมอธิบายได้
"กษิต"ยันเรื่องถึงศาลจะพิจารณการลาออก
นายกษิต ซึ่งเป็นแขกเชิญเข้าร่วมรายการคุยนอกทำเนียบฯ ได้กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกในข้อหาผู้ก่อการร้าย ในการร่วมยึดสนามบินสุวรรณภูมิกับกลุ่มแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า ตนได้ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหาที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาไว้ ที่ต้องเดินทางรับทราบข้อกล่าวเร็วกว่ากำหนด เพราะตนจะต้องมีภาระกิจไปราชการต่างประเทศในวันที่ที่ทางตำรวจได้กำหนดไว้ในวันที่ 16 ก.ค. อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าข้อกล่าวหาที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาตนและกลุ่มพันธมิตรนั้นเกินความเป็นจริง
เมื่อถามถูกว่า หลังจากที่รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว รวมทั้งที่บอกว่าในช่วงนี้มีภาระกิจต่างๆ ที่จะต้องเดินทางไปยังต่างประเทศอีกมาก จะสามารถสรุปได้หรือว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ นายกษิต กล่าวว่า จากเท่าที่ได้มีการหารือร่วมกับทนายความของตน ซึ่งทนายความบอกว่าภายใน 30 วันจะให้ข้อมูลต่างๆ ตามที่ได้มีการชี้แจงเป็นลายลักษณอักษร และตามสิทธิของตนก็มีหน้าที่จะต้องพิจารณาว่าข้อกล่าวหาดังกล่าาวที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาเอาไว้นั้น มีเหตุมีผลหรือไม่ และเกินความเป็นจริงหรือไม่เรื่องนี้ตนยังมีความจำเป็นจะต้องนำมาพิจารณา ไม่ใช่ว่าตำรวจตั้งข้อกล่าวมาอย่างไร ตนก็จะต้องยอมรับสภาพทั้งหมด
เมื่อถามต่อว่า เรื่องนี้จะต้องถึงจุดใดที่ตัวงเองจะต้องตัดสินใจ นายกษิต กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องทั้งหมดอัยการได้ส่งเรื่องทั้งหมดไปถึงศาล ซึ่งศาลประทับรับฟ้อง เรื่องนี้ตนได้เคยพูดไว้ตั้งต้น เรื่องทั้งหมดนี้จะต้องดูข้อกล่าวหาด้วย " กล่าวหาผมว่าเป็นผู้ก่อการร้ายไปตลอด เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้"
เมื่อถามต่อว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรีได้เคยพูดไว้ว่า "หากตัวเองเป็นหนึ่งใน 21 แกนนำที่ถูกออกหมายจับ ก็พร้อมจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี นายกษิต กล่าวว่า ตนไม่เคยอยู่ใน 21 แกนนำของพันธมิตรฯตั้งแต่ต้น และเมื่อเรื่องดังกล่าวอัยการส่งคำฟ้องไปยังศาล และถ้าศาลประทับรับฟ้องแล้ว ตนก็จำเป็นจะต้องดูที่เนื้อหา เนื่องจากข้อกล่าวหานั้นมีอยู่หลายข้อกล่าวหา เรื่องนี้มันมีหลายนัยยะทางกฎหมาย เพราะใครจะตั้งข้อกล่าวอะไรกันก็ได้ อย่างนั้นก็จะพเป็นศาลเถื่อนก็ได้ เรื่องนี้ตนจำเป็นจะต้องดู และตนก็มีทนายจะคอยดูอยู่ตลอดเวลา
"เรื่องนี้ไม่ใช่คดีที่ผมไปยิงใครตาย ถ้าเป็นอย่างนั้นซิครับ ผมคงจะไม่ต้องไปปฎิเสธอะไร" เมื่อถูกถามต่อว่า แต่คดีนี้เป็นคดีการก่อการร้าย นายกษิต กล่าวว่า "ใช่เป็นคดีก่อการร้าย แต่เป็นการก่อการร้ายที่ใครตั้งขึ้นมา และการตีความว่าการก่อการร้ายนั้นไปเอามาจากไหน การที่ผมไปร่วมงานกับกลุ่มพันธมิตรฯ ผมมีของอยู่สองสิ่ง คือ ปาก กับ ปากกา ผมไม่มีอาวุธติดตัวไป
เมื่อถูกถามจี้ว่า สุดท้ายแล้วการตัดสินใจจะลาออกจะยึดจุดตรงไหน นายกษิต กล่าวว่า ประเด็นที่เรื่องนี้อยู่ที่ตนและทนายจะตัดสินใจ ประเด็นที่สองตนเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และประเด็นที่สาม ตนอยู่ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาตนไม่ได้มาอย่างโดดเดี่ยว ตนมีสังกัด ซึ่งก็มีกรอบและมีกติกา ส่วนกรณีที่มีสมาชิกพรรคเริ่มออกแสดงให้ลาออกจากตำแหน่งนั้น เรื่องนี้ตนเห็นว่าไม่น่าจะมีอะไร เพราะถือว่าเป็นสิทธิส่วนตัวที่สามารถแสดงออกได้ อย่างไรก็ตามในขณะนี้ตนได้รายงานเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับนายกฯให้ได้รับทราบแล้ว
เมื่อถูกถามว่า ที่มีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าจะมีการลาออกจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ นายกษิต กล่าวว่า ตนไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับคนที่เขียนข่าว และเมื่อวานที่ผ่านมาตนได้ไปให้สัมภาษณ์สดที่สำนักงานใหญ่ของอัลจาซีร่า ซึ่งตนก็ได้บอกว่าเรื่องนี้ตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อถึงจุดหนึ่งที่มีความสมเหตุสมเหตุตนก็จะต้องลาออก ตนไม่ได้พูดว่าเมื่อตำรวจตั้งข้อกล่าวหาแล้วจะต้องลาออก "เรื่องนี้จะให้ลาออกได้อย่าง ทั้งที่ตัวผมเองไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหา
เมื่อถามว่า เมื่อถูกตำรวจตั้งข้อกล่าวหาแล้ว จะทำให้เกิดปัญหาในการปฎิบัติหน้าที่หรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ตนเห็นว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะว่าตนก็ไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย และการตั้งข้อกล่าวหาตนก็มีคนอีกจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งข้อกล่าวหา และเห็นว่าไม่สมควรลาออก เรื่องนี้ก็แล้วแต่ว่าตนจะไปฟังใคร จะฟังคนๆหนึ่งในพรรค หรือจะฟังเสียงคนส่วนใหญ่
เมื่อถามว่า ส่วนตัวคิดว่าคนในสังคมส่วนใหญ่จะมีความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไร นายกษิต กล่าวว่า "เห็นว่าสังคมไทยไม่ใช่ไร้ซึ่งความรู้ และความยุติธรรม การปรากฎตัวบนเวทีพันธมิตรฯ ของตนก็เป็นไปอย่างเปิดเผย สิ่งที่ตนพูดบนเวที มีเหตุผลสองประการ คือ พูดตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และการต่อต้านระบอบทักษิณก็เท่านั้นเอง ดังนั้นเมื่อมีการตั้งจข้อกล่าวหาเช่นนี้ ตนคิดว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการปฎิบัติหน้าที่
เมื่อถูกถาม ในขณะนี้มีเสียงเรียกร้องให้มีการรับผิดชอบ นายกษิต กล่าวว่า เรื่องนี้จะให้รับผิดชอบด้วยเหตุผลใด ตอนนี้ตนเข้ามาอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมจะต้องเป็นตัวตั้งมากกว่าการที่บอกว่ามีคนเรียกร้อง หรือมีคนบอกว่ามีคนไม่ชอบหน้าตน เมื่อต่อไปว่า หากเรื่องนี้ไปถึงขั้นตอนส่งฟ้องศาล นายกษิต กล่าวว่า "เมื่อถึงขั้นนี้ ตนก็คงไม่หน้าด้านอยู่ในตำแหน่งหรอกครับ อันนี้ผมเป็นลูกชาย ที่พูดจริง ทำจริง ไม่มีการหนีศาล และไม่มีหนีคดี
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาอย่างกรรีของนายนพดลลาออก หรือรมต.ในพรรคประชาธิปัตย์ลาออก นายกษิต กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่มีการทุจริตที่สามารถจับต้องได้ ส่วนเรื่องของตนนั้น ตนไปทำอะไรผิด มันเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น และยังไม่มีใครมาตีความคำว่าการก่อการร้าย
ย้อนถาม"ผมเลวตรงไหน"
นายกษิต ให้สัมภาษณ์ภายหลังออกรายการว่า ไม่จำเป็นต้องรอฟังมติของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในฐานะสมาชิกพรรค ก็ต้องปรึกษาพรรค แต่ยืนยันว่า ตนาไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย มีแต่ปาก ปากกา และสมอง จะเป็นผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร ขอฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยสิ้นเชิง
"ผมไม่ทราบว่า คำว่า ผู้ก่อการร้าย คืออย่างไร ขอให้นิยามมา ผมไม่ได้ถือปืนถืออาวุธ" นายกษิต กล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
เมื่อถามว่า การยึดสนามบินสุวรรณภูมิ สร้างความเสียหายเป็นพัน ๆ ล้าน นายกษิต ตอบว่า ไม่ทราบตัวเลข จำนวนความเสียหายว่ามีเท่าไร แต่ที่มีการโกงกินประเทศชาติ ทำความฉิบหายมาเป็นเวลานานเสียหายเท่าไร ตนต่อสู้และยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตย และความถูกต้องมาอย่างยาวนาน ก็จะขอต่อสู้กับระบอบทักษิณ และนักการเมืองที่ทำลายประเทศชาติต่อไป
เมื่อถามว่า จะกระทบต่อภาพพจน์หรือไม่ นายกษิต ได้ย้อนถามว่า "ผมเป็นคนไม่ดีตรงไหน ผมไม่เคยเป็นคนเลว ตลอดอายุราชการ 40 ปี ผมไม่เคยด่างพร้อม เมื่อมาทำงานในรัฐบาลนี้ ผมก็ทำงานเกือบ 20 ชั่วโมงต่อวัน ผมทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่"
เมื่อถามว่า ต้องให้ถึงตรงจุดไหน ถึงจะลาออก นายกษิต ตอบว่า ต้องดูข้อกล่าวหา แต่ตอนนี้ ผมรับข้อกล่าวหาไม่ได้ทุกข้อ เมื่อถามว่า เกรงว่า ครม. จะกดดันให้ลาออกหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ไม่รู้ว่าใครกดดัน แล้วใครคนไหนจะกดดันตน
"เมื่อถึงเวลาลาออก ก็ต้องลาออก แต่ตอนนี้ผมยังไม่ลาออก" นายกษิต กล่าวย้ำ
"เสธหนั่น"ชี้"กษิต"ยังไม่จำเป็นต้องออกจากรมว.ต่างประเทศ
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ในหลักปฏิบัติ เมื่อมีคดีและตำรวจเรียกตัวไปสอบสวน ยังไม่ถือเป็นผู้กระทำผิดจนกว่าตำรวจจะสอบสวนเสร็จและส่งเรื่องให้อัยการ ถ้าอัยการส่งฟ้อง มีสำนวนหลักฐานชัดเจนและศาลรับฟ้อง ในทางการเมืองต้องถือว่า นายกษิตควรต้องลาออกโดยไม่ต้องรอคำพิพากษา เหมือนกรณีของตนที่เคยถูกกล่าวหาว่า แจ้งทรัพย์สินไม่ตรงความเป็นจริง เมื่อ ป.ป.ช.(คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) มีมติ ตนก็ลาออกทันที โดยไม่ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญ
“ถ้าจะเรียกร้องก็เรียกร้องได้ และอาจจะมีคนโจมตี แต่ในข้อเท็จจริง ถ้าอัยการสั่งฟ้อง และศาลรับฟ้อง ถึงตอนนั้นถ้าไม่ออก ท่านก็อยู่ไม่ได้ แต่ตอนนี้ตำรวจเพิ่งเรียกมาสอบสวน จะมีข้อเท็จจริงอย่างไร เรายังไม่รู้ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับท่าน” พล.ต.สนั่น กล่าวและว่า
นักการเมืองทุกคนมีเอกภาพในตัวเอง และมีความรับผิดชอบว่า ถึงเวลาไหนที่ควรต้องออกจากตำแหน่ง ซึ่งเชื่อว่าคดีนี้จะไม่บานปลายหรือส่งผลกระทบต่อรัฐบาล แม้จะมีการถูกหยิบยกมาโจมตี เพราะประชาชนมองออกว่า เป็นเพียงเรื่องที่ตำรวจออกหมายเรียกไปสอบสวนเท่านั้น
"ชวน"ปฏิเสธพูดถึง"กษิต"ถูกออกหมายเรียก
ที่บ้านพัก เลขที่ 183 ถ.วิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ ต้องไปถามรัฐบาล แต่หากเป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ ก็พอจะพูดได้บ้าง แต่ในกรณีของนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.ระบบบัญชีราชชื่อของพรรคนั้น ที่มีกระแสออกมาก่อนหน้านี้ บ้างก็ได้กล่าวว่าได้นายสุทัศน์ จะย้ายไปอยู่พรรคการเมืองอื่น
"ผมได้สอบถามนายสุทัศน์แล้วว่า เป็นแค่เรื่องสมมุติที่ผู้สื่อข่าวสอบถาม ในกรณีนี้หากนายกรัฐมนตรีจะยกภาคอีสานให้พรรคการเมืองอื่น ซึ่งนายสุทัศน์ก็ไม่เห็นด้วย และต่อมานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ตอบไปแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะยกภาคอีสานให้กับพรรคการเมืองอื่น" นายชวน กล่าว
นอกจากนั้น ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่พบปะกับประชาชนในจังหวัดไหนก่อนในภาคอีสานไม่ใช่สาระ ไม่ว่าจะเป็นบุรีรัมย์ หรือศีรษะเกษ และเรื่องเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาในพรรคร่วมรัฐบาลด้วย
“สุริยะใส”แฉมี“แผนโค่นกษิต”
นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่มีการเรียกร้องให้นายกษิตลาออกจากตำแหน่งเพราะเป็นความต้องการของคนบ้างคนมาตั้งแต่ต้น โดยที่ผ่านมามีการกดดันให้ตำรวจตั้งข้อหาร้ายแรงเกิดเหตุต่อนายกษิต เนื่องจากการที่นายกษิต เป็นรัฐมนตรีมีจุดยืนชัดเจนในเรื่องการไม่ยินยอมให้กัมพูชา ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว
ขณะที่คนบ้างคนดังกล่าวมีความแน่นแฟ้นกับทางประเทศกัมพูชามากกว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง สังเกตได้จากระยะหลังนายสุเทพ ต้องเป็นฝ่ายไปพบประเทศกัมพูชา เพราะคงมีการยื่นคำขาดมาว่าจะไม่คุยกับนายกษิตอย่างเด็ดขาด
“พรรคการเมืองใหม่ยืนยันว่าไม่ได้ปกป้องนายกษิต เพราะถึงอย่างไรนายกษิต ก็อยู่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มาอยู่พรรคการเมืองใหม่อย่างแน่นอน แต่เรื่องนี้จะมองว่านายกษิตจะออกหรือไม่นั้นไม่เพียงพอ จะต้องมองถึงความแข็งแกร่งในเรื่องระหว่างประเทศของไทยด้วย หากนายกษิต ลาออกจะเท่ากับรัฐบาลยอมถอยในทางนโยบายต่อกัมพูชา ซึ่งถือว่าเพลี้ยงพล้ำในทางยุทธวิธีต่อคนบางคนที่สามารถคุกคามเสถียรภาพได้ตลอดเวลา”นายสุริยะใส กล่าว



