
ปลายทาง36อรหันต์เขียนนวัตกรรมการเมือง
ปลายทาง36อรหันต์ เขียนนวัตกรรมการเมือง : ขนิษฐา เทพจร / โอฬาร เลิศรัตนดำรงกุลรายงาน
ทันทีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้รับเลือกมาครบทั้งคณะ 36 คนรวมทั้งตัวประธาน คำถามที่ให้หลังตามมาเป็นเงาตามตัว ก็คือรูปร่างหน้าตา รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะออกมาเป็นอย่างไร กรรมาธิการใหม่ถอดด้ามเหล่านี้มีตอบเอาไว้พอให้เห็นภาพเบื้องต้นได้พอสมควร
เจษฎ์ โทณะวณิก
แม้อาจารย์เจษฎ์ หนึ่งใน 36 อรหันต์ จะออกตัวว่า ยังตอบไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญจะออกมาแบบไหน แต่เขาก็แย้มให้เห็นหลักการคร่าวๆ คือ 1.บทบัญญัติใดที่มีอยู่ แล้วควรอยู่ต่อไป ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หรือถึงแม้มีอยู่ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาใดๆ 2.บทบัญญัติที่มีปัญหา เช่น เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ซึ่งต้องพิจารณาแก้ไขโดยนำผลการศึกษามาประมวลและวางกรอบที่นำไปสู่การพิจารณาแก้ไข และ 3.สิ่งที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องกำหนดไว้เพื่อแก้ไขสิ่งที่บกพร่องซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้มาก่อน เช่น ปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ที่ไม่เคยแก้ไขได้ เป็นต้น
“สำหรับกรอบการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 35 กำหนดไว้ จำนวน 10 ข้อที่ต้องทำให้ครอบคลุมนั้น ถือเป็นเพียงกรอบกว้างๆ เท่านั้น ไม่ใช่ถือเป็นถ้อยคำที่ต้องยึดเป็นบัญญัติในรัฐธรรมนูญใหม่ หมายถึงอาจมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงถ้อยคำได้ ส่วนกรณีที่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการป้องกันนักการเมืองที่มีความประพฤติมิชอบเข้าสู่วงการการเมืองในรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ยังไม่แน่ว่าจะต้องเขียนบทกำหนดเช่นไร”
เอนก เหล่าธรรมทัศน์
ส่วน อาจารย์เอนกเห็นว่า แนวทางการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ต้องนำไปสู่การปฏิรูปประเทศและการแก้ปัญหาต่างๆ นั้น มีอยู่ไม่กี่เรื่อง ในส่วนของการเมือง เช่น ส.ส.ต้องสังกัดพรรคหรือไม่ นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงได้หรือไม่ จะให้ 2 พรรคการเมืองร่วมตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ คือเป็นรัฐบาลผสมได้หรือไม่ เพื่อแก้ปัญหาความแยกเป็น 2 ฝ่าย หากเราปล่อยให้แตกแยกกันอีกคงไม่ได้ ดังนั้น ต้องหาวิธีแก้ปัญหา เช่น วิธีตั้งรัฐบาลผสม นอกจากนั้นประเด็นการเมืองอื่นๆ ยังพอใช้ได้อยู่ ดังนั้น ต้องพิจารณาถึงจุดที่เป็นปัญหาหลักๆ เพราะหากจะเปลี่ยนไปเป็นแบบอื่น ก็ไม่รู้ว่าของใหม่จะดีหรือไม่
ส่วนปัญหาการทุจริตเชิงนโยบายที่เป็นเรื่องหลักของการปฏิรูปการเมืองด้วยนั้น เอนกมองว่า ต้องมีกรรมการพิจารณานโยบายของพรรคเพื่อไม่ให้เกิดการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายขึ้นอีก รวมถึงจะต้องมีกรรมการเพื่อพิจารณานโยบายของพรรคการเมืองที่มีผลเสียต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จำเป็นต้องรับฟังความเห็นหลายๆ ภาคส่วนด้วย
ถวิลวดี บุรีกุล
บทเรียนจากอดีตถึงปัจจุบัน เป็นประเด็นที่ถวิลวดีให้ความสำคัญ เธอมองว่า เราต้องเรียนรู้จากอดีตก่อนว่าประเทศเราวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 นั้น ถือว่าเขียนไว้ค่อนข้างดี อาทิ รัฐธรรมนูญปี 40 นั้น ให้ความสำคัญกับองค์กรอิสระมาก แต่กลับมีคนใช้ช่องทางนี้เพื่อให้เกิดความมั่นคงกับตัวเอง ทำให้ตรวจสอบยาก เป็นต้น การปฏิรูประบบราชการนั้นก็ดีขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่นได้ ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 50 เองก็มีการแก้ไขให้สามารถตรวจสอบเรื่องต่างๆ ได้มากขึ้น แต่เรื่องของการเข้าสู่อำนาจนั้นก็ยังคงมีปัญหาอยู่ โดยเฉพาะเรื่องระบบการเลือกตั้งที่มีปัญหามาโดยตลอด เนื่องจากไม่เคยแก้จากปัญหาที่แท้จริง ปัญหาที่มันทำให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ จนเกิดปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยขึ้นมา ทั้งนี้รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาไม่ได้ยกระดับในการแก้ปัญหาช่องว่างเหล่านี้ได้ แต่ทำให้คนไทยยึดติดอยู่กับระบบอุปถัมภ์ ซึ่งตรงนี้เราต้องเรียนรู้จากปัญหาต่างๆ ในอดีตด้วย
สำหรับเรื่องการถ่วงดุลอำนาจนั้น ก็ต้องเข้าไปดูว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ที่ผ่านมาทั้งอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ องค์กรอิสระ และภาคประชาชนนั้นยังไม่สามารถถ่วงดุลกันได้ เห็นได้ว่าที่ผ่านมาการถอดถอน การเอาคนผิดมาลงโทษ หรือการเสนอกฎหมายโดยภาคประชาชนนั้นยังทำไม่ได้ ภาคประชาชนจะเสนอให้ถอดถอนใครก็ไม่เคยได้เลย เรียกว่า ดูเหมือนมีพลังแต่จริงๆ แล้วกลับไม่มี ดังนั้น ต้องต่อสู้เพื่อให้ภาคประชาชนมีที่ยืนตรงนี้ให้มากขึ้น ไม่ใช่ว่าภาคประชาชนจะเสนอกฎหมายอะไรก็ไม่เคยได้ และการเข้าสู่อำนาจของคนเหล่านี้เราก็ต้องดูด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่
ทั้งนี้ ถวิลวดียืนยันว่า เรามองภาพรวมเพื่อประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่เพื่อต้องการจะทำร้ายใคร แต่เพื่อให้ประชาชนได้มีสิทธิเสรีภาพและมีระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
"ข้าราชการก็ต้องมีการปฏิรูปเพื่อรองรับกับโครงสร้างใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นให้ได้ เรียกว่าทุกภาคส่วนต้องยึดมั่นในธรรมาภิบาล ไม่เป็นลูกน้องของนักการเมือง ขณะที่การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ต้องอยู่บนความเป็นธรรม ไม่ใช่เอาแต่พวกพ้อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราพูดนั้นคงต้องใช้เวลาและต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรด้วย ดังนั้น จึงต้องมีการพัฒนาตั้งแต่ฐานรากคือ การพัฒนาด้านการศึกษา รวมถึงการพัฒนาสวัสดิการของประชาชน เรียกว่าต้องมองภาพใหญ่ของประเทศเป็นหลักก่อน"
"ประสพสุข บุญเดช"
ประเด็นการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแก้ปัญหาและมุ่งสู่การปฏิรูปประเทศไทย ประสพสุขมองว่า ประเด็นปัญหาที่สำคัญและต้องระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ กรอบ 10 ข้อ ที่มาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดไว้ให้ นอกจากนั้นแล้วในแนวทางการเมือง เชื่อว่าจะนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาพิจารณาประกอบการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้การทำงานของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีเวลาทำงานเพียง 4 เดือน ทำงานได้รวดเร็วขึ้น
.........................................
(หมายเหตุ : ปลายทาง36อรหันต์ เขียน‘นวัตกรรมการเมือง’ : ขนิษฐา เทพจร / โอฬาร เลิศรัตนดำรงกุลรายงาน)



