ข่าว

รับประกันจากเนติบริกรฉายารธน.ใหม่ตาบอดสี

รับประกันจากเนติบริกรฉายารธน.ใหม่ตาบอดสี

05 พ.ย. 2557

รับประกันจากเนติบริกร ฉายารธน.ใหม่ตาบอดสี : จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรังรายงาน

               หมายเหตุ-ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบ 11 รายชื่อคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญในโควตาที่เหลืออยู่ ใน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ผู้มีบทบาทในด้านกฎหมายของคณะรัฐบาลชุดนี้ ได้ออกมาให้ความมั่นใจว่า คณะกรรมการทั้ง 36 คน มีที่มาจากหลายฝ่าย โดยรองนายกรัฐมนตรี เจ้าของฉายาเนติบริการผู้นี้ได้แจกแจงที่มาและคุณสมบัติและที่มาโดยละเอียด

               นายวิษณุบอกว่า ในส่วนของนายปกรณ์ ปรียากร เป็นคนมุสลิม เป็นอดีตคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และเป็นที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี เรียนจบนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ก็โอเค

               นพ.กระแส ชนะวงศ์ นั้น เราอยากได้คนที่เป็นนักการเมืองน้ำดี เดี๋ยวจะหาว่าคนมาร่างรัฐธรรมนูญไม่เคยลงเลือกตั้ง ก็คิดถึง นพ.กระแสและสุขภาพท่านยังดีอยู่ ใช้ได้ ส่วนที่หายไปจากวงการการเมืองไปนานถ้าไม่หายไปก็คงไม่เอามา

               สำหรับ นายสุจิต บุญบงการ นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ท่านเคยเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนนายเจตน์ โทณวณิก ซึ่งเป็นนักวิชาการวัยรุ่นนั้น ก็ไม่ใช่วัยรุ่น เพราะคุณสมบัติต้องอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี ก็อยากได้ทุกวัย ท่านก็รุ่นใหม่ไฟแรง

               ส่วน นายกฤต ไกรจิตติ ก็เคยเป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เคยเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเวียดนาม อินเดีย ฮังการีและมาเลเซีย เพิ่งเกษียณมาหมาดๆ และคุณพ่อของนายกฤตก็คือนายสรรเสริญ ไกรกิตติ เคยเป็นผู้พิพากษาผู้ใหญ่ ซึ่งเลือกนายกฤตเพราะต้องเขียนมาตรา 190 และขณะเดียวกันท่านก็เคยทำเรื่องสิทธิมนุษยชนไว้เยอะ ก็รัฐธรรมนูญต้องพูดถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพด้วยไม่ได้มีแค่เรื่องการเลือกตั้งเท่านั้น

               สำหรับนายวิชัย ทิตตภักดี นั้น นายวิษณุ อธิบายว่า มีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจและเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยของประเทศในแอฟริกา มีความคิดในทางเศรษฐกิจ

               ทั้ง 11 คนได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาหรือไม่

               เป็นเรื่องของท่านนายกฯ แต่ก็ส่งชื่อให้ตรวจสอบ แต่นายกฯ เป็นคนเลือก ผมไม่ได้เลือก ทั้งนี้ บรรยากาศในการประชุมไม่มีใครมีความเห็นแย้ง แต่ก็มีถามบ้างว่าใครเป็นใคร

               จะสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาที่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ ได้หรือไม่

               ไม่รู้ ยังไม่มีการกล่าวหา รอให้กล่าวหามาก่อนแล้วจะได้ตอบได้ถูก ตอนนี้ไม่รู้

               เมื่อวานบอกว่าคนที่เป็นประธานจะขี้เหร่ แล้วชื่อออกมาแล้วถือว่าขี้เหร่หรือไม่

               เพราะว่าประธานจะต้องเป็นเป้าอยู่แล้ว ส่วนอีก 35 คนไม่ได้เป็นเป้า ถึงประธานหล่อยังไงคุณก็จะบอกว่าขี้เหร่ วิเศษยังไงคุณก็ต้องบอกว่าขี้เหร่

               มีโอกาสในการปรับเปลี่ยนตัวกรรมาธิการได้อีกหรือไม่

               ปรับเปลี่ยนไม่ได้ ต้องอยู่จนกว่าจะล้มหายตายจากกันไป เมื่อตำแหน่งว่างแล้วก็ต้องแต่งตั้งเพิ่มเข้าไปได้

               จะเรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นฉบับสีชมพูซึ่งเป็นสีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือไม่

               คุณเอาชื่อ 36 คนมาดู คุณก็จะเห็นว่ามันมีทุกสี แดงก็มี เหลืองก็มี เขียวก็มี ชมพูก็มี เพราะตอนเขาตั้งไม่ได้นึกเลย

               ทราบว่าจะมีเวที 4 เวทีนอกสภาเพื่อขับเคลื่อน

               พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว โดย 1.จะช่วยเป็นทีมวิชาการของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และเลขานุการ 2.เป็นเวทีที่จะช่วยเป็นกรรมาธิการ 3.เป็นเวทีที่รัฐบาลจะตั้งขึ้น ลักษณะเดียวกับที่รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยเชิญนายบรรหาร ศิลปอาชา มาเป็นประธานปฏิรูป จะมีคนประมาณ 300 คน แบ่งเป็น 3 ทีม มีทีมการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ/พลังงาน และทีมสังคม และแยกกันประชุม โดยใช้สถานที่ของสำนักงานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ และเวทีที่ 4.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในและกระทรวงกลาโหม รับผิดชอบ ซึ่งสวนใหญ่เป็นเวทีต่างจังหวัด

               เวทีที่ 1 ได้เริ่มแล้ว สปช.เริ่มแล้วเขาก็ขับเคลื่อนของเขาเองได้ ส่วนเวทีที่ 2 หากข้อบังคับกรรมาธิการผ่านความเห็นชอบก็ส่งคนไปได้ ส่วนเวทีที่ 3 จะออกระเบียบสำนักนายกฯ มารองรับ ที่อาจจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาในครั้งต่อไปก็ได้ ส่วนเวทีที่ 4 เขาสามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเวทีเหล่านี้ไม่ได้ใช้งบประมาณพิ่มเติมและบางส่วนจะใช่งบจาก สป.ที่มีอยู่แล้ว กอ.รมน.ก็มีงบอยู่แล้ว

               เวทีที่ 3 มีคน 300 คนเข้ามานั่งทำงานจะเลือกเข้ามาอย่างไร

               จะเริ่มต้นย้อนไปดูว่าเขาสมัครเข้ามาแล้วสนใจเรื่องอะไร และดูว่าเขายังสมัครใจหรือไม่ เพราะบางทีอาจจะไม่อยากมายุ่งแล้วก็เป็นไปได้ เพราะเขาอยากอยู่ สปช.ใหญ่ เมื่อไม่ได้อยู่ก็อาจจะไม่อยากอยู่แล้วก็ได้ และต้องดูเรื่องของเวลาในการทำงาน ดูคนให้เหมาะกับงาน ซึ่งแฟ้มตั้งอยู่ที่ห้องทำงานของตนแล้ว แต่ต้องรอดูก่อนว่าปัญหามีอะไรบ้าง เราต้องตั้งปัญหาให้ได้ก่อน แล้วนำคนมาตอบปัญหาให้ได้

               แต่ผมมองว่าเป็นรัฐธรรมนูญไม่มีสี หรือตาบอดสี ยืนยันว่า เมื่อตั้งบุคคลขึ้นมาไม่ได้นึกเลยว่าใครสีหรือคอนเนกชั่นอะไร เพราะทุกคนมีด้วยกันทั้งนั้นแต่มีคอนเนกชั่นไม่เป็นไรขออย่าเป็น conspiracy (สมคบคิด) ก็แล้วกัน

.........................................

(หมายเหตุ : รับประกันจากเนติบริกร ฉายารธน.ใหม่ตาบอดสี  : จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรังรายงาน )