ข่าว

‘ประยุทธ์’ฮึ่ม!ใช้ก.ม.หนักรับมือนักเคลื่อนไหว

‘ประยุทธ์’ฮึ่ม!ใช้ก.ม.หนักรับมือนักเคลื่อนไหว

04 พ.ย. 2557

‘ประยุทธ์’ฮึ่ม!รับมือกลุ่มเคลื่อนไหว หากจำเป็นคงต้องใช้กฏหมายหนักแต่มุ่งทำความเข้าใจเป็นสำคัญ

                4พ.ย.2557 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด  รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯได้สั่งการภายหลังจากคสช.รายงานสถานการณ์ความมั่นคง ว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ภาคส่วนต่างๆ ที่เสียสละทำงานตามหน้าที่ เพื่อให้บ้านเมืองกลับมาสงบสุขโดยเร็ว ส่วนกลุ่มคู่ขัดแย้งที่มีแนวคิดทางการเมืองเคลื่อนไหวในช่วง 1-2เดือนนั้น ขอให้ทุกฝ่ายได้ติดตามความเคลื่อนไหวใกล้ชิด พยายามทำความเข้าใจกับกลุ่มดังกล่าวเพื่อชี้แจงให้เห็นความจำเป็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร หากเคลื่อนไหวจนสร้างความสับสนให้สังคมบ้านเมืองจะกลับไปสู่สภาพเดิม การเดินหน้าปฏิรูปคงเป็นไปลำบาก และหากชี้แจงแล้วไม่เป็นผล ก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฏหมายโดยเริ่มจากกฏหมายปกติขั้นเบาไปสู่ขั้นหนักอย่างกฏอัยการศึก หรือกระทั่งมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ให้อำนาจพิเศษไว้ เพื่อให้บ้่านเมืองสงบ

 

โอดสื่อใช้คำไม่สร้างสรรค์


              พล.ต.สรรเสริญ  กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ ว่า สิ่งใดมีผลกระทบต่อความมั่นคงหรือการสร้างความเข้าใจของประชาชนให้พยายามทำความเข้าใจทั้งกับประชาชนว่าข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเป็นอย่างไรและชี้แจงทำความเข้าใจกับหนังสือพิมพ์บางฉบับที่พยายามเสนอข่าวไม่ตรงกับข้อมูลที่เป็นจริง

              เขากล่าวอีกว่า ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ปรารภในที่ประชุมว่า "เรื่องบางเรื่องเป็นข้อมูลเดิมที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ รวมทั้่งตนได้เคยชี้แจงทำความเข้าใจอธิบายความไปแล้วว่า ข้อมูลที่ทางสื่อเสนอไม่ถูกต้อง ที่ถูกเป็นเช่นนี้ มีเหตุผล หลักฐาน เอกสาร การปฏิบัติจริงรองรับแต่ยังมีสื่อบางส่วนยังเสนอข้อมูลเดิมโดยไม่สนใจข้อมูลที่ผู้เกี่ยวข้องชี้แจง"

              อย่างไรก็ตาม พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ระบุขอให้ทุกฝ่ายติดตามการปฏิรูปสื่อในสภาปฏิรูปแห่งชาติและยังวิงวอนการใช้คำบางคำของสื่อมวลชนที่ใช้ในการรายงานนั้นเป็นคำในเชิงลบ เช่น เมื่อนายกฯ พยาบยามชี้แจงงานที่ทำที่ได้ซึ่งสัญญาไว้กับประชาชนแต่สื่อกลับใช้คำว่า "โว-ฟุ้ง-ปัด" ซึ่งคำเหล่านี้เป็นในเชิงลบไม่สร้างสรรค์ ทำให้คนในสังคมฟังแล้วรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ขี้โม้ ไม่น่าเชื่อถือ และไม่เป็นการสร้างสรรค์กำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฝากว่าการปฏิรูปสื่อมวลชนคงจะได้เสนอความคิดเข้าไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องกับสภาปฏิรูปเพื่อองค์กรสื่อแต่ละแห่งจะได้รับความเชื่อถือ


 

ย้ำเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฏหมายเด็ดขาดจัดระเบียบสังคม 


                พล.ต.สรรเสริญ  กล่าวต่อว่า การทำงานของหน่วยงานต่างๆ ทั้งพลเรือน ทหาร ตำรวจที่ลงไปสัมผัสพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้กฏหมายการจัดระเบียบ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กำชับให้ทำงานโดยเข้มแข็งและขอให้พิจารณาผู้บังคับหน่วยที่จะปฏิบัติหน้าที่โดยเลือกผู้ที่มีวุฒิภาวะ สุภาพเรียบร้อย เพื่อให้สังคมรู้สึกสบายใจว่ารัฐบาลไม่เพียงบังคับใช้กฏหมายเท่านั้นแต่การสร้างความเข้าใจถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ทั้งยังย้ำว่า ต้องบังคับใช้กฏหมายตั้งแต่ต้นทางโดยเฉพาะตำรวจให้ดำเนินการจัดระเบียบสังคมจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดกฏหมายและได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทางการทหารในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนในเพื่อตรวจจับอาวุธสงคราม



“วินธัยเผยนายกฯห่วงใยการเคลื่อนไหวเชิงการเมือง


                พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคสช.ว่า พล.อ.ประยุทธ์มีควาหวงใจต่อสถานการณ์ในช่วงนี้ ได้แก่การเคลื่อนไหวในลักษณะเข้าข่ายเชิงการเมืองซึ่งอาจยังไม่เหมาะสม และต้องติดตามต่อเนื่อง โดยพยายามใช้การสร้างความเข้าใจ และการขอความร่วมมือ เพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศที่ดี ไม่ให้มีผลกระทบต่อการปฏิรูป และการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงเวลาพิเศษนี้

                สำหรับการบังคับใช้กฎหมายในกรณีจำเป็น เจ้าหน้าที่ต้องใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบและเป็นไปด้วยความระมัดระวังเป็นไปอย่างเท่าเทียม ยึดหลักใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ส่วนการแสดงความคิดเห็นในเชิงชี้นำต่อประเด็นต่างๆ ขององค์กรบางองค์กร ซึ่งอาจมีข้อมูลไม่ครบ หรือมีการตั้งสมมุติฐานโดยใช้ทัศนคติในเชิงลบ นำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของสังคม หรืออาจเป็นการทำลายชื่อเสียงประเทศชาติได้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ดำรงความต่อเนื่องในการสร้างความเข้าใจ และสนับสนุนข้อมูลที่ถูกต้อง ในช่วงนี้อยากขอความร่วมมือทุกกลุ่มทุกฝ่าย หลีกเลี่ยงการพูด หรือการแสดงออกในลักษณะที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อกัน หรือกดดันการทำหน้าที่ขององค์กรต่างๆ เพื่อช่วยกันรักษาบรรยากาศที่ดีของการปฏิรูป และการเดินหน้าประเทศไปสู่เป้าหมาย