ข่าว

‘โบว์’ห้อยโหนจัดระบบสมอง

‘โบว์’ห้อยโหนจัดระบบสมอง

06 พ.ย. 2557

ขอเวลานอก : ‘โบว์’ ณชา ห้อยโหนจัดระบบสมอง : เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง /ภาพ ธนาชัย ประมาณพานิช

 
                  "การมาโยคะฟลาย คือการปิดสมอง บางทีเวลาเราทำงานหนักมากๆ ก็ทำให้สมองตัน คิดต่อไม่ได้อีกแล้ว ต้องมาจัดระบบใหม่..."
 
 
                  เป้าหมายชีวิตใช่เพียงการแสวงหาโอกาสในการทำงาน สะสมเงินทอง มีครอบครัวที่อบอุ่น และสุขสบายในบั้นปลายชีวิต หากระหว่างทางก็สำคัญไม่น้อยต้องเรียนรู้ที่จะเติมเต็มความสุขรอบด้าน และไม่ลืมเสริมสร้างพลังกายใจอันเป็นตัวแปรสำคัญที่จะบ่งชี้ว่าแต่ละวันเรามีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยมที่จะดำเนินชีวิตได้อย่างประสิทธิภาพเพียงใด สมการใช้ชีวิตแบบนี้มีอยู่ในตัวของ "โบว์" ณชา จึงกานต์กุล นักธุรกิจสาววัย 27 ปี เจ้าของแบรนด์ผลไม้แปรรูป "คันนา (kunna)" ด้วยเชื่อมันว่าการออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและเป็นการกำจัดอุปสรรคทางความคิดเพื่อรับไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ
 
                  จึงไม่แปลกหากมีเวลาว่าง หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอมักจะเลือกใช้ชีวิตอยู่กับสถานออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็น ลงนวมชกมวยไทย, บอดี้คอมแบท,ปั่นจักรยาน แม้กระทั่ง "โยคะฟลาย" กิจกรรมท้าทายกล้ามเนื้อยอดฮิตของสาวๆ ชาวกรุง อย่างวันนี้สาวเจ้ามีนัดกับ "ครูต้น" ธนกร ธิบูรณ์บุญ ครูสอนโยคะฟลาย ประจำ "ศุโขโยคะ" ภายในพื้นที่ควบคุมส่วนพระองค์ 904 ปีนผ้าห้อยโหนอย่างมีเป้าหมายมาได้กว่า 6 เดือนแล้ว
 
                  "โบว์เก่งมากเรื่องของความอึด อดทน ต่อยมวย เต้น หรืออะไรก็ตามที่ใช้หัวใจ เป็นคนหัวใจแข็งแรง เหนื่อยยาก แต่เรื่องความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไม่ค่อยสมบูรณ์ คือเวลาออกกำลังต้องพร้อมทั้งสองส่วน โบว์อยากชนะใจตัวเองให้ได้ คราวนี้ก็เริ่มลุยมียกน้ำหนักบ้าง ออกกำลังกายหลายๆ อย่าง วันหนึ่งเพื่อนมาแนะนำให้ลองโยคะฟลายที่ได้ขยับร่างกาย ใช้ส่วนต่างๆ เป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ พอลองวันแรกตั้งแต่เริ่มยืดกล้ามเนื้อรู้สึกถึงความยากลำบากมากๆ เพราะเป็นคนที่กล้ามเนื้อไม่ยืดหยุ่นเลย ถามตัวเองเลยไหวไหมๆ จะเล่นจบชั่วโมงไหม สุดท้ายก็เล่นจนจบ และความรู้สึกทุกครั้งที่จบคลาสคือ วันนี้สามารถเอาชนะใจตัวเองได้แล้ว แต่ทุกครั้งที่มากลับถึงบ้านก็ปวดเนื้อปวดตัวเป็นอาทิตย์เลย" น้องนุชคนสุดท้องในจำนวนลูกๆ ชายหญิง 3 คนของคุณพ่อชัยวัฒน์ และคุณแม่สิรินาถ จึงกานต์กุล เฝ้าประคบประหงมให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ และวางรากฐานธุกิจโรงผลิตลูกบิดประตูไว้ให้สานต่อ บอกเล่ากิจกรรมท้าทายพละกำลังด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
 
                  เจ้าของไอเดียผลไม้ไทยแปรรูปที่หวังปลุกปั้นแบรนด์ชื่อไทยๆ ให้ติดตลาดของฝากสำหรับนักท่องเที่ยวเล่าต่อว่า หลังจากเรียนจบคณะรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รั้วจามจุรี ก็ไปฝึกงานและเรียนภาษาจีนที่เมืองจีน ก่อนจะกลับมาช่วยที่บ้านดูแลเรื่องการตลาดส่งออก ถึงจุดอิ่มตัวจึงตัดสินใจปรึกษาคุณพ่อแล้วออกมาลุยเรื่องผลไม้แปรรูป เป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ รวมถึงลงขันกับเพื่อนๆ เปิดธุรกิจโรงยิมสอนมวยไทย ย่านสาทร ทำให้เวลาชีวิตในหนึ่งสัปดาห์ต้องแบ่งออกเป็นส่วนๆ  แน่นอนว่าส่วนที่ใหญ่สุดยกให้เรื่องงาน ที่เหลือเป็นเวลาส่วนตัว โดยมองต่างมุมว่ากิจกรรมทั้งหมดเป็นการทำงาน และเป็นที่มาของไอเดียใหม่ๆ เช่นเดียวกับกิจกรรมโปรดนี้ที่ห้อยโหนทีไรก็ได้กำไรชีวิตเสมอ
 
                  "ไม่เคยพลาดหรือตกนะ ถ้าเราเชื่อผู้เชี่ยวชาญก็จะปลอดภัย อีกอย่างมีอุปกรณ์ดูแลความปลอดภัยอยู่แล้ว เล่นมาได้กว่าครึ่งปีแต่ก็มีช่วงที่เราไปต่างประเทศบ่อยๆ ทุกครั้งที่กลับมาจึงกลายเป็นว่าต้องทำความรู้จักกับร่างกายใหม่หมดเลย เพราะถ้าไม่สม่ำเสมอมันก็ดร็อบลง แต่ก็ไม่ได้กำหนดว่าต้องเล่นให้ได้สัปดาห์ละกี่ครั้ง เพราะมีกิจกรรมที่ต้องทำมากมาย ถ้าได้โยคะช่วงเช้าจะดีมาก คือพอเริ่มวันใหม่ด้วยการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ ทั้งวันเราก็จะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อได้ทำงานแต่เช้า แล้วพอไปทำงานก็รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น" สมาชิกโยคะฟลาย ขั้นที่ 3 เผยก่อนจะเริ่มยืดเส้นสายเตรียมความพร้อมแล้วลุยท่าต่างๆ ตามสเต็บโดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
 
                  "ครูต้น" เจ้าของคลาสวันนี้ อธิบายว่า แต่ละท่ามีเทคนิคไม่ยากขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ อย่างท่ามัณฑะเลย์ เป็นการออกแรงถีบจากต้นขาด้านในไปถึงฝ่าเท้า มือสองข้างจับผ้าให้แน่น ค่อยๆ รูดตัวลง ท่านี้ช่วยบรรเทาปัญหาอวดหลัง, ท่าเดอะ วีล เกร็งให้ส่วนศีรษะห้อยลงช่วยให้เลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนศีรษะได้ดีขึ้น หรือท่าบัตเตอร์ฟลาย วิง ใช้ผ้าดัดหลังให้อ่อน เพราะบางครั้งเล่นหน้าท้องนานๆ ก็ต้องเปลี่ยนมายืดหลังบ้าง ที่สำคัญไม่ว่าเล่นท่าไหนต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งต่อกล้ามเนื้อแต่ละส่วน ซึ่งโยคะฟลาย จะเน้นการใช้แรงและแกนกลางของร่างกาย ต่างจากโยคะธรรมดาที่เน้นขาในการทรงตัว หรือโยคะร้อน เน้นการปรับความยืดหยุ่นโดยใช้อุณหภูมิ ทำให้การทำท่าต่างๆ ง่ายขึ้น
 
                  หลังจากออกแรงเกร็งท่าต่างๆ จนรู้สึกว่ากล้ามยืดหยุ่นดี สาวโบว์ ก็ออกมาพักพร้อมกับยอมรับว่า บางวันที่ร่างกายไม่แข็งแรงก็อาจจะเล่นแค่ท่าพื้นฐานหรือสลับท่ายาก ซึ่งเสน่ห์ที่ทำให้อยากเล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีเรี่ยวแรงคือ ความเชื่อเวลาอยู่บนผ้าเพียงสองเรื่อง คือหมดแรงจะตกพื้นแล้วยอมแพ้หรือกัดฟันเล่นต่อไป
 
                  "โยคะฟลายไม่ต้องเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต มันแค่เล็กๆ น้อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ พอเราเชื่อว่ามันทำได้ ทำต่อไป ความรู้สึกนั้นจะยิ่งใหญ่มาก และที่เห็นความเปลี่ยนแปลงจริงๆ เลยคือเสริมสร้างกล้ามเนื้อของตัวเองที่ไม่ค่อยแข็งแรงให้แข็งแรงขึ้น พอกล้ามเนื้อแข็งแรงก็ไปทำให้การเล่นกีฬาอย่างอื่นได้ดีขึ้น ที่น่าสนใจ การมาโยคะฟลาย คือการปิดสมอง บางทีเวลาเราทำงานหนักมากๆ ก็ทำให้สมองตัน คิดต่อไม่ได้อีกแล้ว ต้องมาจัดระบบใหม่ พอออกจากคลาสปุ๊บสมองโล่งเลย เหมือนเราเริ่มคิดใหม่ แล้วก็ได้ใช้เวลากับการตกตะกอนแต่ละเรื่องมากขึ้น" สปอร์ต เกิร์ล ชี้ประโยชน์ของกิจกรรมโปรด
 
                  ท้ายที่สุด เจ้าตัวสารภาพหมดเปลือก ที่เป็นคนบ้าพลังและชอบเรียนรู้ไม่จบสิ้นก็ด้วยคุณพ่อปลูกฝัง สอนให้ลูกๆ กล้าคิด กล้าทำ ดูอย่างพี่ชายคนโต (ภัทร จึงกานต์กุล) ผู้ประกาศข่าวช่อง 7 ที่ถูกพร่ำสอนให้ช่างคิดช่างพูด ทุกวันนี้ตัวเองจึงไม่หยุดคิดแม้ต้องเผชิญกับงานปวดหัวที่สุดคือการคิดต่อยอดสิ่งใหม่ๆ ตีโจทย์สินค้าที่แปลกออกไป ที่แน่ๆ ต่อให้หนึ่งสมองสองมือจะยุ่งเหยิงแค่ไหน ก็ไม่ลืมเติมพลังด้วยการออกกำลังกายถือเป็นสะสมต้นทุนชีวิตที่หลายคนอาจไม่เคยรู้!!