ข่าว

‘บิ๊กตู่’วอนลดขยะ-ขัดแย้งในใจคน

‘บิ๊กตู่’วอนลดขยะ-ขัดแย้งในใจคน

04 พ.ย. 2557

‘บิ๊กตู่’เปิดงานเมืองสะอาดคนในชาติมีสุข วอนทุกฝ่ายช่วยกันลดขยะ-ขัดแย้งในใจคน บอกบริษัทซื้อที่ดินมรดกไม่โง่

               ที่ศาลาภิรมย์ภักดี สวนลุมพินี วันที่ 4 พ.ย.2557  เมื่อเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้เดินทางมาเปิดตัวโครงการ เมืองสะอาด คนในชาติมีสุข เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนม์พรรษา 87 พรรษา ซึ่งวันดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นการรณรงค์สร้างวินัยของคนในชาติ ในการรักษาความสะอาด โดยภายในงานมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน นักเรียนนักศึกษาร่วมงานประมาณ 4,000 คน โดยมี พล.อ.ดาวพงศ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วมพิธีเปิด

               ทั้งนี้จากข้อมูลการสำรวจปริมาณขยะมูลฝอยทั่วประเทศ ของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรฯ ในปี 2556 พบว่า มีขยะเกิดขึ้น 26.77 ล้านตันต่อปี หรือประมาณ 73,355 ตันต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2555 ถึง 2 ล้านตัน โดยทุกจังหวัดมีวิกฤติเรื่องการจัดการขยะมูลฝอย โดยมีอัตราการผลิตขยะ ต่อคนต่อวัน สูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี จาก 1.03 กก.ต่อคนต่อวัน ในปี 2551 เพิ่มเป็น 1.15 กก.ต่อคนต่อวัน ในปี 2556 รัฐบาลเห็นความสำคัญของการจัดการขยะและขแงเสียอันตรายฌดยเร่งด่วน จึงกำหนดให้การจัดการขยะมูลฝอย เป็นวาระแห่งชาติ โดยกระทรวงทรัพยากรฯ ได้จัดทำโรดแมป ในการจัดการขยะและของเสียอันตราย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และผ่านความเห็นชอบจากคสช. ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดงานว่า ปัญหาเรื่องขยะมูลฝอยถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ซึ่งต้องขอบคุณการจัดงานครั้งนี้ ที่ผ่านมา บ้านเมืองเราประสบปัญหาการจัดการกับขยะเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากมีจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ขยะ มลพิษ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย จำเป็นต้องทำอย่างยั่งยืน โดยทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ซึ่งรัฐบาลก็ได้มอบนโยบายในเรื่องดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งจากนี้ไป ทุกภาคส่วนจะต้องทำอย่างต่อเนื่องให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็ว

               "เราต้องช่วยกันเร่งกำจัดขยะมูลฝอย ขยะในจิตใจ และเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมดีขึ้น ซึ่งรัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรฯ เป็นเจ้าภาพหลักเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยใช้หลัก 3 ประการคือ ลดทิ้ง ลดใช้ และนำกลับมาใช้ใหม่ โดยภาครัฐต้องส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม รักษาวินัย รักษาความสะอาด ซึ่งเริ่มตั้งปต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ซึ่งเราต้องแก้ปัญหาให้ได้ทั้ง 3 จุด รัฐบาลจะทำทุกอย่างให้เกิดความยี่งยืน" พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวและว่า

               หลังจากนี้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไขปัญหาทำอย่างไร เราจะลดขยะในใจของคนในสังคมเราลงให้ได้ ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาลนี้เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้เกิดความยั่งยืน รัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนรวม ไม่ได้เอื้อประโยชน์หรือปกป้องการทุจริตในบ้านเมือง ซึ่งตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา พวกตนตั้งใจเข้ามาทำงาน ด้วยความเสียสละ และแก้ไขปัญหา ทั้งเฉพาะหน้า ปัญหาเร่งด่วน และปัญหาในระยะยาว ซึ่งต่อไปก็จะต้องมีคนมารับช่วงต่อ ซึ่งเราได้ทำงานในทุกมิติ จึงขอความร่วมมือ จากทุกๆ ฝ่าย แก้ไขปัญหาของประเทศ แก้ไขขยะในใจของคนในสังคมให้ออกไปจากประเทศไทยให้ได้

               "เราต้องลดความขัดแย้ง ลดปัญหา ความเห็นที่ไม่ตรงกัน ไม่ใช่ว่า เราจะต้องต่อต้านกันทุกเรื่อง ไม่เช่นนั้น เราก็จะกลับไปยืนอยู่ที่เก่า เสียโอกาส เสียเวลา วันนี้เราต้องก้าวต่อไปข้างหน้าให้ได้ โดยทุกคนต้องรักษากฎ กติกา และกฎหมายของบ้านเมือง ดังนั้น ต้องขอเวลาจัดระเบียบให้สังคมไทย กับรัฐบาลบ้าง เพราะเราต้องการคืนความสุขให้กับคนไทยและสังคมไทย ซึ่งคงไม่มีใครต้องการให้เรากลับไปยืนอยู่ที่เดิม และขอยืนยันอีกครั้งว่า สิ่งที่ผมและรัฐบาลทำนั้น ทำเพื่อทุกคน ไม่ได้ทำเพื่อใคร ซึ่งต้องขอโอกาสชี้แจงและทำความเข้าใจด้วย รัฐบาลต้องแก้ปัญหาเป็นร้อยเรื่อง เพราะปัฐหาบ้านเมืองสั่งสมมานาน ฉะนั้นจะให้ทำฝ่ายเดียวคงไม่สำเร็จ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันลดความขัดแย้ง และสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นให้ได้" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

               อย่างไรก็ตามในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ และคณะได้ร่วมลอยกระทงตามแนวคิด "ลอยกระทงรักษ์สิ่งแวดล้อม" ในโอกาสวันลอยกระทงที่ใกล้จะมาถึง เพื่อเป็นตัวอย่างในการสร้างค่านิยม ของประชาชน ให้รู้จักคิดและมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการก่อขยะ และใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นภาระกิจนายกฯได้ขึ้นรถยนต์เพื่อออกเดินทางกลับ แต่ได้มีกลุ่มประชาชนที่อยู่ในบริเวณงานได้เข้ามาให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์  โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวก่อนที่จะขึ้นรถยนต์ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มว่า " ไม่ท้อ เห็นกันทุกวัน พวกเราเหนื่อยนะ

 

บอกบริษัทซื้อที่ดินมรดกไม่โง่


             ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตการขายที่ดินราคา 500 กว่าล้านบาทที่เป็นของมรดกของบิดานายกฯตามที่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.ว่า “มีปัญหาอะไร แล้วบริษัทที่มาซื้อเป็นบริษัทของใคร เขาคงไม่มาซื้ออะไรโง่ๆ ซื้อแล้วไปลงทุนไม่ได้ ซื้อไปทำไม มันเป็นของผมตั้งแต่เด็กๆแล้ว เพราะผมอยู่กับพ่อ แล้วมันมีปัญหาอะไร ผมอยากจะรู้ กฎหมายว่าอย่างไร ไปว่ามาผมไม่ตอบขี้เกียจ”

             เมื่อถามว่า มีการสงสัยถึงที่มาของบริษัทที่รับซื้อที่ดินดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ไปสอบเขามาสิ เกี่ยวอะไรกับผม” เมื่อถามอีกว่า นายกฯรู้สึกหนักใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่หนักใจแต่ก็ควรเลิกสักทีเถอะ โอเคนะ" จากนั้นก็รีบเดินเลี่ยงจากโพเดียมทันที

             ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างตอบคำถามผู้สื่อข่าวพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในท่าทีที่ปกติไม่ได้แสดงอาการโกรธแต่อย่างใด แต่บางช่วงได้เร่งให้ผู้สื่อข่าวถามจนต้องเอ่ยว่า “ไม่ต้องกลัวถามมาๆ” พร้อมกับทำท่าตบเท้าและย่ำเท้าขวากับที่จนเกิดเสียงแก๊กๆ แต่จังหวะที่ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องขายที่ดินมรดกพล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับออกอาการยกมือขวาเคาะกับโพลเดียมแหวนกระทบเกิดเสียงดังเป็นจังหวะ