ข่าว

บ่มเพาะอนุชนเป็นคนดีรักชาติ

บ่มเพาะอนุชนเป็นคนดีรักชาติ

04 พ.ย. 2557

ไลฟ์สไตล์ : บ่มเพาะอนุชน เป็นคนดีรักชาติ

 
                          จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตอนหนึ่งว่า "ผู้ที่เป็นครูจะต้องถือเป็นหน้าที่อันดับแรก ที่จะต้องให้การศึกษา คือสั่งสอนอบรมอนุชนให้ได้ผลแท้จริง ทั้งในด้านวิชาการความรู้ ทั้งในด้านจิตใจ และความประพฤติ ทั้งต้องคิดว่า งานที่แต่ละคนกำลังทำอยู่นี้ คือเป็นความตายของประเทศ เพราะอนุชนที่มีความรู้ความดีเท่านั้นที่จะรักษาบ้านเมืองไว้ได้" ดังนั้น หากแม่พิมพ์ของชาติอบรมสั่งสอนโดยเฉพาะเยาวชนให้ได้เรียนรู้และศึกษาประวัติศาสตร์อย่างแท้จริงไม่ใช่เพียงการท่องจำ ก็จะทำให้การศึกษาของชาติเข้มแข็งได้ 
 
                          ด้วยยึดมั่นตามแนวทางดังกล่าว มูลนิธิธรรมดี ได้จัดปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "ศรัทธาชาติ รู้คุณสถาบัน บันทึก 2 แผ่นดิน" พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่โรงเรียนดีเด่นด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย และปลูกฝังความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมของโครงการ ที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพครู เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในหลักคิด จิตสำนึกต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่ทรงประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ประกอบวิชาชีพครูเสมอมา และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ไปสู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิผล เมื่อเร็วๆ นี้
 
                          ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจะพัฒนาบ้านเมืองให้รุ่งเรืองได้นั้น ต้องเริ่มจากคนไทยให้มีความรักชาติเป็นเสียก่อน มีความจริงใจให้กัน อีกทั้งต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ถ้าไม่รู้ว่าตนเองคือใครแล้ว จะรักชาติเป็นได้อย่างไร เพราะฉะนั้น เยาวชนจึงควรเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง เรียนรู้ถึงความรักของบุพการีด้วย เพราะอนาคตของชาติทุกชาติย่อมขึ้นอยู่กับเด็ก เด็กคือผู้ใหญ่ในวันหน้า ถ้าบุคคลได้รับการอบรมบ่มนิสัยให้เป็นพลเมืองดีอยู่ในศีลธรรม เคารพต่อกฎหมายแล้ว พลเมืองของประเทศนั้นก็จะมีแต่คนดีและประเทศจะเจริญก้าวหน้าต่อไปได้
 
                          "สิ่งที่คนไทยต้องเรียนรู้ตามรอยยุคลบาทคือ การเข้าใจ เข้าถึง การพัฒนา หากคนไทยมุ่งแต่จะพัฒนาโดยไม่เข้าใจ และเข้าถึงแล้วประเทศจะพัฒนาได้อย่างไร และเหตุผลที่ชาติอาเซียนต่างยกย่องให้ประเทศไทยเป็นต้นแบบของอาเซียนก็คือ อย่างแรกไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย และอาเซียนทั้งผอง ถัดมาเรามีความรักและสามัคคีที่โดดเด่นมาก มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันมาจนชาวอาเซียนควรเอาเป็นแบบอย่าง ดังนั้น สังคมจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้ก็ด้วยความเสมอภาค เสริมสร้างจริยธรรมและภูมิคุ้มกัน ยึดมั่นตามหลักความพอเพียง ประเทศชาติก็จะอยู่รอดและผ่านพ้นวิกฤติต่างๆ ไปได้" รัฐมนตรีประจำสำนักสำนักนายกรัฐมนตรี ให้แง่คิด 
 
                          ทั้งนี้ โครงการ "บันทึก 2 แผ่นดิน" จัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้สถาบันการศึกษาในทุกสังกัดทั่วประเทศส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีนักเรียน คณาจารย์ ผู้ปกครอง และผู้บริหารโรงเรียนมีส่วนร่วมกันจัดกิจกรรม อันเป็นการส่งเสริมเผยแพร่และสนับสนุนให้เยาวชน และประชาชนได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ ตลอดจนมีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยใต่ร่มพระบารมี โดยรณรงค์ภายใต้แคมเปญ "คืนความสุขให้คนในชาติ คืนประวัติศาสตร์สู่ผืนแผ่นดิน" อีกทั้งมีการมอบหนังสือชุดบันทึก 2 แผ่นดิน พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณโรงเรียนอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2557 นี้
 
                          นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ และชุมชนคนไทยในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ร่วมกันสนับสนุนโครงการ ถวายแก่วัดและโรงเรียน 3 วังหวัดชายแดนใต้  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ซึ่งมีกำหนดลงพื้นที่มอบหนังสือในเดือนตุลาคม-ธันวาคมนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมสนับสนุนโครงการได้ที่ชื่อบัญชี บริษัท ไดเร็ค มีเดีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 038-2-50203-5 สาขาสาทร ประเภทบัญชีออมทรัพย์ สอบถามโทร.0-2685-2255 ต่อ 2216 หรือ www.do-d-foundation.com