
รักชาตินอกตำรา
รักชาตินอกตำรา : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น
การเรืองอำนาจของแนวคิดนิยมขวาในประเทศไทยเป็นเรื่องใหม่ในรอบหลายสิบปี ที่แม้แต่การรัฐประหารเมื่อปี 2549 ก็มิได้เป็นเช่นนี้ นับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา การปกครองของไทยซึ่งอิงกับโลกเสรีประชาธิปไตยที่มีสหรัฐเป็นหัวหอกนั้น ออกแนวขวาเบาๆ ถึงขวามาก ฝ่ายซ้ายถูกกำราบต้องหันไปต่อสู้ด้วยกำลังจนสิ้นสุดยุคสงครามเย็น จากนั้นไทยดูเหมือนฝ่ายขวาจะหายไป กลายเป็นเรื่องล้าสมัย ข้างนอกมหาวิทยาลัยมีประชาธิปไตยค่อนข้างเต็มที่ ข้างในมีอดีตฝ่ายซ้ายเข้าสอนหนังสือด้วยอุดมคติสังคมนิยม จนกระทั่งมาถึงยุคสนธิจุติขึ้นมาทางการเมือง ความรู้สึกเป็นขวาเป็นซ้ายถูกแฝงเข้ามากับความเป็นเหลืองเป็นแดง และดูเหมือนจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ประกาศเป็นขวาจริงๆ จังๆ ในที่สาธารณะ เพราะ "ได้ใหญ่" ขณะที่ก็มีคนที่สวนด้วยความเป็นซ้ายจริงๆ จังๆ ตามโซเชียลมีเดียเหมือนกัน
การเป็นขวาหรือซ้ายนั้น มีทั้งคุณทั้งโทษ ถ้าผู้กุมบังเหียนความคิดดำเนินการไม่เหมาะสมก็กลายเป็นแย่ไป เจ็ด-แปดปีที่ผ่านมามีการปลุกกระแสขวาจัดคลั่งชาติขึ้นมาจนนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านและทะเลาะเบาะแว้งกันเอง และที่น่ากลัวคือ นำไปสู่การสร้างแนวร่วมมุมกลับ เช่น พวกหมิ่นสถาบัน ความเสื่อมโทรมที่ผุดออกมามากมายทำให้รัฐบาลใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นรัฐบาลแรกในรอบเกือบสามสิบปีที่แสดงแนวคิดเชิงขวาชัดเจนนั้น พยายามก้าวลึกลงในการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เรื่องการสร้างแนวคิดใหม่ทางการศึกษา
แต่การปลูกฝังแนวความคิดรักชาติรักแผ่นดินให้มากขึ้นในยุคนี้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะประสบผลสำเร็จโดยง่าย แม้จะใช้อำนาจสั่งผู้รับปฏิบัติขวาหันซ้ายหันได้ไม่ต่างจากรัฐบาลฝ่ายขวาในอดีตใช้ ทั้งนี้เพราะโลกเปลี่ยนไปในทางที่คุ้นเคยกับการตั้งคำถาม การใช้เหตุผล และความเป็นอยู่แบบประชาธิปไตยมากกว่าสมัยยุคโน้น ลำพังแค่การสอนในรั้วโรงเรียนหรือการออกกฎหมายบังคับเอานั้น ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดบุคคลได้ ถ้ารัฐหวังจะให้คนเดินตามก็จะต้องมีมาตรการทางอ้อมออกมาหลายอย่างที่ไม่เชย ไม่ถูกตั้งข้อสงสัย ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ
การจูงใจให้ชมหนังวีรกรรมบูรพกษัตริย์ การแต่งเพลงร่วมสมัยที่แสดงถึงความรักชาติ ไปจนถึงล่าสุดที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยด้วยการเอื้อประโยชน์ลดภาษีบุคคลเป็นความพยายามทางอ้อมที่ทำให้เกิดความรักชาติ รักความเป็นไทย น่าจะมีสิ่งต่อยอดเหล่านี้อีก เช่น ส่งเสริมให้ใช้เสื้อผ้าไทยใส่สบายโดยยกเลิกการใส่สูทแบบฝรั่งในทุกโอกาสทั้งที่สำคัญและไม่สำคัญ ทุกทัวร์ที่ออกนอกประเทศควรจัดให้มีการอบรมมารยาทไทยสักครึ่งชั่วโมงที่สนามบินเพื่อที่ไม่แสดงอะไรรุ่มร่ามเวลาอยู่ต่างแดน จัดแสดงคอนเสิร์ตดนตรีไทยในที่สาธารณะ ประกวดสุนทรพจน์รักชาติร่วมสมัยในแนวทางที่สร้างสรรค์ว่ารักชาติคือการต้องการอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างสันติ เป็นพลเมืองที่ดี และรักในระบอบประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญคือ ข้าราชการทุกคนต้องแสดงความตัวอย่างที่ดีของคนไทยในอุดมคติอย่างน้อยก็หน้าฉาก ตั้งแต่เรื่องมารยาท ความสมถะ ความมีน้ำใจ และอย่าลืมความเมตตากรุณาต่อผู้น้อย



