ข่าว

'ไอเอส'สังหารหมู่322คน

'ไอเอส'สังหารหมู่322คน

03 พ.ย. 2557

'อิรัก' ยอมรับเป็นครั้งแรกว่า 'กลุ่มไอเอส' สังหารหมู่ชนเผ่าในจังหวัดอันบาร์ไป 322 คน รวมทั้งผู้หญิงและเด็กราว 50 ศพ ที่ถูกนำไปทิ้งไว้ในบ่อน้ำ

 
                          3 พ.ย. 57  รัฐบาลอิรัก แถลงยืนยันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกว่า กลุ่มไอเอส ได้สังหารสมาชิกชนเผ่าในจังหวัดอันบาร์ ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศไป 322 คน ที่รวมทั้งผู้หญิงและเด็กราว 50 ศพ ที่ถูกนำไปทิ้งไว้ในบ่อน้ำ 
 
                          หนึ่งในผู้นำชนเผ่า บอกว่า พวกไอเอส ได้ฆ่าอย่างเป็นระบบ และยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งถึงวันอาทิตย์ ทำให้กลายเป็นเหตุนองเลือดที่เลวร้ายที่สุดในอิรัก นับตั้งแต่กลุ่มไอเอส กระจายกำลังผ่านทางเหนือของประเทศ เมื่อเดือนมิถุนายน โดยมีเป้าหมายจัดตั้งรัฐคอลิฟะฮ์ทั้งในอิรักและซีเรีย // ผู้นำชนเผ่า ที่แม้จะเป็นสุหนี่เหมือนพวกไอเอส แต่ก็พยายามต้านทานการบุกของไอเอส นานหลายสัปดาห์แล้ว และกระสุนของพวกเขาใกล้จะหมดลง เช่นเดียวกับอาหาร และเชื้อเพลิง ขณะที่พวกไอเอส เข้าใกล้หมู่บ้านของพวกเขาแล้วเช่นกัน 
 
                          กระทรวงสิทธิมนุษยชนอิรัก เปิดเผยว่า จำนวนของชนเผ่าอัลบู นิมร์ ที่ถูกกลุ่มไอเอส สังหาร มีทั้งสิ้น 322 คน และพบศพเด็กกับผู้หญิงในบ่อน้ำมากถึง 50 ศพ ด้านผู้นำชนเผ่า บอกว่า พวกเขาขอไปยังรัฐบาลและกองทัพหลายครั้ง ให้ส่งอาวุธไปช่วย แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ 
 
                          สถานีโทรทัศน์ของทางการ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล-อาบาดี ได้สั่งให้ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอเอส รอบเมืองฮิต เพื่อตอบโต้การสังหารหมู่ที่เกิดขึ้น ด้านเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บัญชาการปฏิบัติการด้านความมั่นคง และพลเรือน ต่างเปิดเผยว่า ไม่เคยได้ยิน หรือมีคนเห็นการใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศแต่อย่างใด
 
                          การล่มสลายของหมู่บ้านชนเผ่าในจังหวัดอันบาร์ จะทำลายความหวังของรัฐบาลชีอะห์ ที่จะให้ชนเผ่านิกายสุหนี่เหล่านี้ ที่เคยช่วยนาวิกโยธินสหรัฐเอาชนะกลุ่มอัล ไกดา มาแล้ว กลับมาเป็นกองกำลังต้องห้ามเพื่อช่วยเหลือกองทัพใหม่ของอิรักต่อสู้กับศัตรูที่มีศักยภาพมากกว่าเดิม ซึ่งการใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐ ได้ช่วยนักรบชาวเคิร์ดในกองกำลังเพชเมอร์กา สามารถยึดคืนดินแดนทางเหนือที่กลุ่มไอเอส ยึดไปตอนกระจายกำลังเพื่อหวังจะเขียนแผนที่ใหม่ในตะวันออกกลาง แต่สถานการณ์ในจังหวัดอันบาร์แตกต่างจากพื้นที่ของชาวเคิร์ด
 
                          กลุ่มไอเอส ได้ยึดครองจังหวัดในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ไว้เกือบทั้งหมดแล้ว รวมทั้งหลายเมืองในหุบผาบริเวณแม่น้ำยูเฟรติส ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของชาวเผ่านิกายสุหนี่ หลังจากยึดดินแดนตั้งแต่ชายแดนซีเรียไปจนถึงชานกรุงแบกแดด ถ้ายึดจังหวัดอันบาร์ได้ กลุ่มไอเอส มีโอกาสที่จะเข้าถึงกรุงแบกแดดได้โดยง่าย
 
 
 
 
 
 
-------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)