ข่าว

'เจิมศักดิ์'แนะทบทวนข้อบังคับสปช.

'เจิมศักดิ์'แนะทบทวนข้อบังคับสปช.

03 พ.ย. 2557

'เจิมศักดิ์' ท้วงร่างข้อบังคับการประชุม สปช. เคร่งครัดคล้ายสภาการเมือง แนะทบทวน เพิ่มดุลยพินิจ ปธ.ที่ประชุมตัดสินใจ ให้คนนอกเสนอข้อมูลปฏิรูป เปิดกรอบความคิด

 
                          3 พ.ย. 57  เมื่อเวลา 10.00 น.  ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุม สปช. หลังจากที่คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สปช. พิจารณาแล้วเสร็จ โดยก่อนเข้าสู่การหารือดังกล่าว นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สปช. ด้านสังคม เสนอความเห็นต่อที่ประชุมว่า สภา สปช. ถือเป็นสภาวิชาการ มีหน้าที่เสนอแนะ และให้คำปรึกษากับคณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งนี้อาจจะเป็นความเข้าใจผิด และมองว่าเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ สปช.ต้องมาใช้ห้องประชุมรัฐสภา เพื่อดำเนินการปรชุม และเมื่อมีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์และวิทยุ ทำให้วิญญาณทางการเมืองเข้าสิง ดังนั้นหากใช้วิธีดังกล่าวไปเรื่อยๆ ทำให้เป็นปัญหาได้ ทั้งนี้ตนขอเสนอให้พิจารณาความสำคัญว่าจำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้ข้อบังคับ หรือการลงมติที่เคร่งครัดเหมือนสภาการเมืองที่มีการแบ่งพรรค และแบ่งสัดส่วนจากรายภาค อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ประธาน ได้ใช้ดุลยพินิจในการทำหน้าที่ หรือการบริหารการประชุม เพื่อบริหารความคิด ข้อเสนอต่อองค์กรต่างๆ
 
                          "สภา สปช. สภาวิชาการ ที่ต้องใช้องค์ความรู้ สังเคราะห์กรอบความคิด เพื่อหาฉันทามติร่วมกัน โดยอาจเชิญผู้รู้ภายนอก ทั้งนายอานันท์ ปันยารชุน , นพ.ประเวศ วะสี , นายคณิต ณ นคร , นายวสิษฐ เดชกุญชร , นายอมร จันทรสมบูรณ์ , นายอนันต์ สมุทวณิช ที่เคยทำเรื่องปฏิรูปมาให้ความเห็นต่อที่ประชุมเพื่อเปิดกรอบความคิด"
 
                          จากนั้นได้เข้าสู่การพิจารณา โดยนายเทียนฉาย ได้ขอมติจากที่ประชุมงดเว้นการถ่ายทอดสดการประชุม ตามข้อบังคับการประชุม สนช.ข้อที่ 13 เนื่องจากวาระพิจารณาดังกล่าวเป็นเรื่องภายใน และขอให้ใช้การพิจารณาร่างข้อบังคับฯ ดังกล่าวเป็นแบบ 3 วาระรวด และตั้งกมธ.เต็มสภา ซึ่งที่ประชุมไม่มีผู้ใดขัดข้อง
 
                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณาวาระแรก นั้น ได้ใช้เวลาอภิปราย ประมาณ 15 นาที จากนั้นได้ลงมติรับหลักการวาระแรก ด้วยเสียง 204 เสียง ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง จากนั้นได้ตั้งกมธ.เต็มสภาฯ เพื่อพิจารณาวาระสองแบบรายข้อ และวาระสาม ต่อไป