
'ประวิตร'สั่งตรวจสอบตาลปัตรชื่อ'ทักษิณ'
03 พ.ย. 2557
'ประวิตร' สั่งตรวจสอบตาลปัตรชื่อ 'ทักษิณ' เตือนนักการเมืองอย่าสร้างความแตกแยก รายชื่อ กมธ.ยกร่างรธน.เป็นเรื่องของ 'ประยุทธ์' ชี้ป่วนใต้ตอบโต้จับแกนนำ
3 พ.ย. 57 เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล ว่า แผนการดำเนินการแก้ไขปัญหาความไม่สงบมีอยู่แล้ว เพราะทำกันมานาน วันนี้นำแผนของแต่ละหน่วยงานว่าต้องทำโครงการอะไรบ้าง และอยากให้รีบดำเนินการ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ส่วนสาเหตุที่เหตุการณ์กลับมารุนแรงอีกครั้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เพราะฝ่ายรัฐจับแกนนำของเขาหลายคน และเขาพูดอยู่แล้วว่านี่เป็นการตอบโต้ ดังนั้นต้องดูแลมากขึ้นในแง่ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่ง พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร ผู้บัญชาการทหารบก และหน่วยงาน ก็ดูแลและสั่งการไปเรียบร้อยแล้ว โดยใช้กำลังทหาร ตำรวจ ชรบ. อรบ. เข้าควบคุมพื้นที่มากขึ้น ซึ่งการดูแลนั้น เจ้าหน้าที่เขาทราบปัญหา และเตรียมการอยู่แล้ว โดยมีการประชุมมาก่อนหน้านี้ 2 สัปดาห์ เพื่อรับมือการเปิดเทอม
เมื่อถามว่า การก่อเหตุเป็นการเร่งให้เกิดการเจรจาด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็อาจจะมีส่วนนะครับ แต่ในเรื่องการพูดคุย ยังไม่ได้เริ่ม แต่ผู้ที่จะพูดคุยต้องสงบด้วย เพราะเราต้องการให้เกิดสันติสุขนะครับ ไม่ใช่มาเร่งดำเนินการแบบนี้ ผมก็ไม่เห็นด้วย มีอะไรก็พูดจากัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ภาพรวมของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นดีขึ้นมาก มีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ แต่ทั้งนี้พื้นที่มีความกว้างขวางมาก เจ้าหน้าที่ก็มีความพยายามที่จะควบคุมพื้นที่ และเข้าไปอยู่ในพื้นที่ ซึ่งหมู่บ้านที่เคยเข้าไม่ได้ ก็สามารถเข้าไปได้แล้ว
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่า จะประสานกับมาเลเซียให้ประสานกับกลุ่มผู้ก่อเหตให้เขาลดความรุนแรงลง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราจะไปบอกอย่างนี้ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องภายในของเรา ในการสร้างความเข้าใจกับประชาชนของเราให้ได้
"แต่เกิดเหตุแบบนี้ เราก็ไม่ได้พักเรื่องการพูดคุย แต่ทำยังไงเราจะทำให้เกิดความสมดุลมากที่สุด แต่แนวทางการพูดคุยเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดสันติสุขในอนาคตที่จะต้องทำให้ได้ มีหลายช่องทางทุกฝ่ายก็ต้องมาประสานกันนะครับ"
เมื่อถามว่า การพูดคุยสันติสุขต้องรอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เดินทางไปเยือนมาเลเซียก่อนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องรอ เพราะนายกฯ ต้องไปพูดคุยเรื่องอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่คุยเรื่องภาคใต้อย่างเดียว เพราะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลประชาชนในพื้นที่อยู่แล้วในการร่วมมือร่วมใจทำให้เกิดความสันติสุขให้ได้ ทั้งนี้แม้ผู้ที่ก่อเหตุมีหลายพวกหลายกลุ่ม ก็ต้องพยายามทำให้ได้ภายในหนึ่งปี ก็ต้องพยายามทำให้ได้ เพราะนายกฯ และ ผบ.ทบ.ก็ตั้งใจเต็มที่ในการทำให้เกิดวามสันติสุขใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้ได้
สั่งตรวจสอบตาลปัตรชื่อ 'ทักษิณ' เตือนอย่าสร้างความแตกแยก
พลเอกประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีนักการเมืองมีความเคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอยู่ว่า จะสัมภาษณ์ก็สัมภาษณ์ แต่อย่ามาสร้างความแตกแยกในสังคม เพราะเรารับไม่ได้นะครับ ถ้าอย่างงั้นก็ต้องมีการพูดคุยกัน พูดอะไรก็พูดไป แต่อย่าพูดให้เกิดความแตกแยก ไม่ได้ ให้เกิดความไม่มั่นคงของรัฐ ไม่ได้ แต่ทั้งนี้ก็เป็นความคิดเห็นของแต่ละคน ก็เป็นธรรมดา คิดได้ แต่ทำไม่ได้
"ผมก็ขอร้องทุกคน อยากคิดอะไร คิดไป แต่ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม ทำไม่ได้ รัฐบาลต้องการทำงาน เพื่อความมั่นคงของรัฐ สื่อมวลชนต้องช่วยด้วยนะครับ ช่วยผม ช่วยรัฐบาลด้วย ไม่ใช่เอาแต่ถามให้เกิดความแตกแยก เสี้ยมกันไป เสี้ยมกันมา ไม่เกิดประโยชน์หรอก เชื่อผมเถอะ"
ส่วนกรณีที่มีการออกมาขู่ หากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รับเรื่องถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ กล่าวว่า การขู่ ก็ขู่ไปนะครับ การปฏิบัติ เราก็ปฏิบัติ แต่ไม่ใช่ว่าทำอย่างโน้นทำอย่างนี้แล้วทำให้เกิดความแตกแยก ความไม่มั่นคง รัฐบาลทำงานไม่ได้ เรารับไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การทอดกฐินแล้วที่ตาลปัตรมีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แบบนี้ทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้ ต้องให้เจ้าหน้าที่เขาไปดู เราทำทุกอย่างเพื่อให้ความเป็นธรรม เวลานี้รัฐบาลแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ พยายามทำอยู่ สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นให้ได้ ท่านนายกฯ ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ท่านกำลังทำทุกอย่างอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกฎอัยการศึก จะประกาศใช้ยาวใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า ประกาศอะไรยาว คุณคิดเองทั้งนั้นแหละครับ ก็ดูสิว่ามันควรจะมีหรือไม่ควรจะมี
นักข่าวก็รู้ว่าควรจะมีหรือไม่มีครับ
ชี้รายชื่อ กมธ.ยกร่างรธน. เป็นเรื่องของ 'ประยุทธ์'
พลเอกประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะมีการประชุมร่วมระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 4 พ.ย. เพื่อเคาะรายชื่อบุคคลที่จะไปเป็นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของ คสช.และ ครม. ว่า เป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนคุณสมบัตินั้น ก็ระบุชัดเจนว่า "เอามาร่างรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญแล้วต้องมีคุณสมบัติอะไรอีกหละ" อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ร่วมคุยด้วยในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของท่านนายกฯ คสช. และ ครม.
แจงเงินทอดกฐิน 82 ล้าน เป็นของตัวเองแค่หลักหมื่น
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายวาริน บัววิรัตน์เลิศ หรือโหร คมช. ระบุในงานบุญมหากุศล ครั้งที่ 12 ที่วิหารหลวงปู่เกวลัน หมู่บ้านสุขิโต ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่ารัฐบาลนี้จะอยู่บริหารงาน 3 ปี ว่า ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้ไปร่วมงาน แต่ไปทำบุญที่วัดพระพุทธบาทสี่รอย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ส่วนประเด็นเรื่องเงินทอดกฐิน เพื่อสร้างเจดีย์โฆสมังคลาราม (หลวงปู่คำพันธ์) อ.ปลาปาก จ.นครพนม จำนวน 82 ล้านบาทนั้น มีจากหลายส่วนร่วมบริจาคเงิน ส่วนตนบริจาคไปเป็นหลักหมื่นบาทเท่านั้น
ผบ.ทบ.ร่วมประชุมแก้ปัญหาใต้
พล.อ.ประวิตร เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ร่วมประชุม
โดย พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ว่า ในการประชุมวันนี้ จะมีการพูดคุยถึงเรื่องขอบเขตงานที่รับผิดชอบในแต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยจะมีการสรุปภาพรวมสถานการณ์ในรอบปี ต่อไปเมื่อได้ภาพรวม เราก็จะนำมาสรุปทำเป็นแผนงานในสามเดือนเดือนต่อไป ว่าต้องมีการวางแผนรวมถึงยุทธศาสตร์เพิ่มเติมอะไรบ้าง ต่อไปเมื่อวางแผนในรอบสามเดือนแล้ว เราก็จะมีการประชุมกระทรวงที่เกี่ยวข้องประจำทุกเดือน เพื่อขับเคลื่อนและติดตามความคืบหน้างานที่แต่ละกระทรวงได้รับมอบหมาย
เมื่อถามว่า เหตุใดจึงมีสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นบ่อยในช่วงนี้ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ความจริงแล้ว มีความพยายามเฝ้าสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา รวมถึงมีความพยายามยกระดับความรุนแรงในการก่อเหตุ และเป็นที่ทราบกันดีว่ารัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องการให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างสันติสุข โดยนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมพูดคุยกับทางการมาเลเซียแล้ว และอยากมีการพูดคุยเหมือนเดิม อีกทั้งอยากให้แก้ปัญหาด้วยความสันติสุขเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ใช้กำลังในการแก้ไขปัญหา ซึ่งหากเราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ก็อาจจะทำให้การต่อรองมีน้ำหนัก และเกิดขึ้นเร็ว ทำให้ผู้ก่อความไม่สงบพยายามยกระดับความรุนแรงในการสร้างสถานการณ์มากขึ้น ซึ่งช่วงเช้าวันนี้ ตนได้มีการประชุมทางไกลกับทางแม่ทัพภาคที่ 4 และได้สั่งการเน้นย้ำให้หน่วยเฉพาะกิจจังหวัดมีการปรับแผนช่วงเวลาในการปฏิบัติงานในพื้นที่ให้สอดคล้องกับการก่อเหตุ แต่ตนไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากเป็นเรื่องยุทธวิธีในการปฏิบัติงาน ที่เกรงว่าผู้ก่อความไม่สงบจะรู้ความเคลื่อนไหว โดยตนยืนยันว่า เราได้ให้ความระมัดระวังในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากประชาชนต้องการความสงบสุขกลับคืนมา แต่เมื่อเรามีจุดอ่อนบางอย่าง เช่น หากเราเข้าไปดูแลโรงเรียน ก็อาจทำให้คนร้ายไปก่อเหตุในสถานที่ราชการอื่นแทน ขณะนี้เราจึงวางกำลังให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ตนจึงขอความเห็นใจประชาชนในพื้นที่ เพราะระหว่างคนตั้งใจก่อเหตุกับคนแก้ไขปัญหามีวิธีการทำงานที่ยากลำบากแตกต่างกัน เราจึงพยายามปรับยุทธวิธี
เมื่อถามว่า การก่อเหตุมองว่าเป็นการต่อรองและกดดัน เพื่อให้มีการพูดคุยสันติสุขเกิดขึ้นโดยเร็วหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เรื่องการพูดคุย ตนไม่สามารถตอบได้ว่าฝ่ายผู้เห็นต่างต้องการหรือไม่ แต่ฝ่ายเราต้องการอยู่แล้ว เพราะอยากให้เกิดสันติสุข และแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี โดยที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายก็ได้แสดงออกถึงความต้องการของแต่ละฝ่าย
เมื่อถามว่า หากมีการพูดคุยสันติสุข จะทำให้มีการก่อเหตุเพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เราต้องระมัดระวังอยู่แล้ว แต่หากการพูดคุยมีความตั้งใจกันจริง สถานการณ์อาจผ่อนคลายความตึงเครียดลงได้



