
เทพไทเตรียมฝากเสื้อฉันรักประเทศไทย"ให้ทักษิณ
ปชป.โต้"จาตุรนต์"ใช้ข้อูลเก่าโจมตีรัฐบาล หวั่นล่าชื่อขออภัยโทษปะทุความขัดแย้งรอบใหม่ "เทพไท"แนะเสื้อแดงฟ้องคนไทย 63 ล้านคน เตรียมฝากเสื้อ ฉันรักประเทศไทย ให้ ทักษิณ อ้าง"กษิต"ไม่ต้องรับผิดชอบแค่ถูกออกหมายเรียก
(6 ก.ค.) น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยระบุว่า รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศล้มเหลว เพราะมาจากวิธีการและรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยนั้น อยากถามกลับนายจาตุรนต์ว่า กรณีรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่มาจากรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน เหตุใดนายจาตุรนต์จึงไม่ออกมาพูดบ้าง ข้อมูลด้านเศรษฐกิจที่นายจาตุรนต์ พูดเป็นข้อมูลเก่าเกือบทั้งหมด และไม่ยอมพูดความจริง แทบไม่ยอมพูดถึงปัจจัยที่ดีขึ้นไม่ว่าเป็นแนวโน้มคนตกงานที่น้อยลงหรือตัวเลขการส่งออกที่ดีขึ้น จนทำให้เศรษฐกิจขึ้นมาอยู่ในแดนบวกในไตรมาส 4 ส่วนตัวเลขการท่องเที่ยวที่ลดเหลือ 22.2 % นั้นเกิดจากสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจโลกและการระบาดของไข้หวัด 2009 ขณะที่การส่งออกของไทยเริ่มดีขึ้น
หวั่นล่าชื่อขออภัยโทษปะทุความขัดแย้งรอบใหม่
น.พ.บุรณัชย์ แถลงถึงสถานการณ์การเมืองที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะรวบรวมรายชื่อประชาชนถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า พรรคห่วงใยการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่พรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุน สุ่มเสี่ยงจะทำให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่
"เทพไท"เตรียมฝากเสื้อ “ฉันรักประเทศไทย ”ให้ ทักษิณ
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เท่าที่พลิกกฎหมายดูไม่เห็นว่าจะมีกฎหมายฉบับใดที่คนเสื้อแดงสามารถนำมาฟ้องได้ หากคนเสื้อแดงจะฟ้อง ก็ต้องฟ้องคนไทยทั่วประเทศ 63 ล้านคน ที่รับไม่ได้กับการกระทำดังกล่าว
นายเทพไท ยังกล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะเดินทางไปเยี่ยมพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดูไบ ว่าหากใครจะไปตนจะฝากเสื้อ “ฉันรักประเทศไทย ” ไปให้พ.ต.ท.ทักษิณ 1 ตัว หากใครจะไปก็บอกด้วยจะได้ฝากถูกคน และหากพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเข้าคุกตนก็จะเข้าไปเยี่ยมตามช่องทางปกติในการเยี่ยมผู้ต้องหาต่อไป
อ้าง"กษิต"ไม่ต้องรับผิดชอบแค่ถูกออกหมายเรียก
นายเทพไท กล่าวถึงกรณีนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถูกพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง และ สภ.ราชาเทวะ จ.สมุทปราการ ออกหมายเรียกไปรับทราบข้อกล่าวก่อการร้ายจากกรณียึดสนามบินช่วงปลายปี 2551 ว่า นายกษิต ยังไม่จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่ง เพราะการออกหมายเรียกเป็นเพียงกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นเท่านั้น แต่มีความพยายามตีปลาหน้าไซ และฉวยโอกาสของพรรคเพื่อไทยเพื่อกดดันให้นายกษิต ต้องแสดงความรับผิดชอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายกษิต เคยให้สัมภาษณ์ระหว่าง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบชน.หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว กำลังเดินทางไปขอหมายจับ 21 แกนนำพันธมิตรจากคดียึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบินไว้ว่า “ หากผมเป็น 1 ใน 21 แกนนำพันธมิตรที่จะถูกออกหมายจับ ก็พร้อมจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะต้องให้ความเคารพกระบวนการยุติธรรม และหากตนไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว ก็จะไปต่อสู้กับสิ่งเลวร้ายในวงการการเมืองบนถนนต่อไป ” โดยข้อความดังกล่าวดังถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับในวันที่ 24 กุมภาพันธุ์ 2552



