ข่าว

กราดยิง'ชาวบ้านเทพา'ดับเพิ่ม1

กราดยิง'ชาวบ้านเทพา'ดับเพิ่ม1

02 พ.ย. 2557

คนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงถล่มชาวบ้านใน อ.เทพา จ.สงขลา มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 4 คน และบาดเจ็บ 7 คน ผู้ว่าฯ รุดเยี่ยมผู้บาดเจ็บและญาติ

  
 
          วันที่ 2 พย.2557 มีความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มชาวบ้าน ซึ่งเป็นชาวไทยพุทธ บริเวณหน้าร้านขายของชำ เลขที่ 57/1 ม.8 บ้านหนองสาหร่าย ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อช่วงวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา 
 
          ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน คือ นายสุกิจ จันทรัตน์ รวมผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 4 คน ส่วนผู้บาดเจ็บมี 7 คน สาหัส 3 คน โดยนายอุทัย กิ้มเส้ง และนายถวิล เพชรจำรัส ถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลสงขลา  ส่วนนายวิมล จันทร์แก้ว แพทย์ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ และผู้บาดเจ็บที่เหลืออีก 4 คน แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว  ประกอบด้วย นายเอกพล เพชรจำรัส นายจิรศักดิ์ ไชยศรี นางอารมณ์ จันทรัตน์ และ ด.ญ.ศิริวรรณ จันทรัตน์
 
          จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 20 ปลอก และใบปลิวที่คนร้ายทิ้งไว้ 8 แผ่น โดยข้อความในใบปลิว ระบุอ้างว่า เป็นการแก้แค้นให้เหยื่อที่ถูกเจ้าหน้าที่ยิงผิดตัวที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23ต.ค.57 ที่ผ่านมา  
 
          ซึ่ง พล.ต.ต.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ ผู้บัญชาการศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์สอบสวน เบื้องต้น ขอตรวจสอบวัตถุพยานและใบปลิวว่า เชื่อมโยงกับกลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กลุ่มใด แต่เชื่อการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง 7 คน ก่อนหน้านี้เป็นสาเหตุจูงใจให้ก่อเหตุอุกอาจครั้งนี้
 
          โดยในช่วงเช้าของวันนี้ ทาง พ.ต.อ.อำพล บัวรับพร รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา จะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับเรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวน เพื่อหาเบาะแสในการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ
 
          ขณะที่นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า  จะเดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 7 ราย ซึ่งขณะนี้พักรักษาอาการที่โรงพยาบาลเทพา โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลา จากนั้นจะไปเยี่ยมญาติของผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย พร้อมดูแลให้ทุกคนได้รับเงินเยียวยาอย่างเร็วที่สุด รวมทั้งสั่งกำชับเจ้าหน้าที่คุมเข้มความปลอดภัย




กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า สั่งการทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังเป้าหมายอ่อนแอ 
 
          เมื่อเวลา 09.22 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์คนร้าย จำนวน 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นยานพาหนะ พร้อมอาวุธปืนเล็กยาว เอ็ม 16 กราดยิงราษฎร บริเวณหน้าร้านขายของชำบ้านเลขที่ 57/1 บ้านหนองสาหร่าย หมู่ที่ 8 ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เหตุเกิด เมื่อ 1 พ.ย. 2557 เวลา 18.40 น. ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ราษฎรเสียชีวิต 3 ราย และได้รับบาดเจ็บ 8 ราย ดังนี้
 
          “จากกรณีเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้บัญชาการทหารบก ได้แสดงความเสียใจ ต่อครอบครัว และญาติของผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากการกระทำอย่างโหดร้าย ป่าเถื่อน และไร้มนุษยธรรม ของกลุ่มขบวนการที่มีพฤติกรรมแบบสุดโต่ง เผด็จการ และก่อการร้าย พร้อมสั่งกำชับให้ กองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เร่งคลี่คลายสถานการณ์ รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และให้หามาตรการดูแลความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่งพฤติกรรมของกลุ่มขบวนการ และองค์กรเครือข่ายกว่า 10 ปีที่ผ่านมา คือการเรียกร้องหาความเป็นธรรม จากสถานการณ์ ด้วยการทำร้ายพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ สร้างความหวาดระแวง และความเกลียดชัง ซึ่งเป็นสิ่งที่สมควรต้องได้รับการประณามอย่างกว้างขวาง เพราะมนุษย์ทุกคนย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม จึงถือเป็นการกระทำของพวกนอกศาสนา จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และเครือข่ายองค์กรที่เคลื่อนไหว เรียกร้องหาความเป็นธรรมในพื้นที่ร่วมกันประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าว” พันเอกปราโมทย์ กล่าว 
 
          พันเอกปราโมทย์ ยังได้กล่าวอีกว่า ทางท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวัง และเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยเป้าหมายอ่อนแอ โดยเฉพาะชุมชนไทยพุทธให้มากขึ้น พร้อมกำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐาน โดยใช้กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเร่งติดตามผู้ก่อเหตุรุนแรงในครั้งนี้มาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุด รวมทั้งขอความร่วมมือภาคประชาชนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลความปลอดภัย และแจ้งเบาะแสคนร้าย โดยให้โทรสายด่วนหมายเลข 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง