
พรเพชรรับปธ.ศาลฎีกาท้วงตั้งเมธีนั่งกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ
01 พ.ย. 2557
พรเพชร รับปธ.ศาลฎีกาส่งหนังสือท้วงตั้ง เมธี นั่งกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ เหตุถูกฟ้องในคดีอาญา โยนวิปสนช.หาทางออก คาด 6 พ.ย.ได้ข้อสรุปปมรับเรื่องสอย สมศักดิ์-นิคม
1 พ.ย.57 นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีนายดิเรก อิงคนันท์ ประธานศาลฎีกา ส่งหนังสือถึงประธานสนช. แจ้งเรื่องมีกลุ่มทนายความคัดค้านการแต่งตั้งนายเมธี ครองแก้ว อดีตกรรมการป.ป.ช. เป็นกรรมการตุลาการ (กต.) ผู้ทรงคุณวุฒิ เนื่องจากมีคุณสมบัติต้องห้าม กรณีถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญา ว่า เพิ่งได้รับหนังสือจากประธานศาลฎีกา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนี้จะนำเรื่องดังกล่าวแจ้งให้คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสนช. (วิปสนช.) และที่ประชุมสนช.ทราบต่อไป ซึ่งคงต้องกำชับที่ประชุมให้เพิ่มความระมัดระวังในการรับฟังข้อมูลต่างๆให้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ทราบว่า ขั้นตอนทางธุรการได้มีการส่งเรื่องนี้ออกไปจากสนช.แล้วหรือยัง
นายพรเพชร กล่าวว่า กรณีของนายเมธีนั้น ตนยังไม่ได้อ่านรายละเอียดที่ประธานศาลฎีกาส่งมา ขอดูรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนว่า เป็นการขัดคุณสมบัติ หรือผิดจริยธรรม หากพบว่า มีการขาดคุณสมบัติจริง ถือเป็นเรื่องใหญ่ ก็ต้องหารือกับวิปสนช.ว่าจะหาทางออกกันอย่างไรต่อไป ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า จะต้องมีการทบทวนรายชื่อใหม่หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ก็เชื่อว่าคงหาทางออกเรื่องนี้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมสนช.เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติเลือกเลือกนายเมธี ครองแก้ว ด้วยเสียง 144 คะแนน และ นายปรีชา ชวลิตธำรง ด้วยคะแนน 134 คะแนน เป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ไปแล้ว ต่อมานายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา มีหนังสือ ที่ ศย 003/57449 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2557 ถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุว่า ได้รับหนังสือจากทนายความ 18 คน มีเนื้อหาคัดค้านการเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิของนายเมธี ครองแก้ว ว่า นายเมธีถูกฟ้องเป็นจำเลยในหลายคดี จึงมีคุณสมบัติอันเป็นลักษณะต้องห้าม หรืออาจไม่เหมาะสมทางจริยธรรม หรืออาจไม่เหมาะสมเกียรติศักดิ์แห่งสถาบันตุลาการแก่การดำรงตำแหน่งกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งหนังสือดังกล่าวถูกส่งมาหลังจากที่สนช.ได้มีการลงมติไปแล้ว จึงถือได้ว่า กระบวนการภายในสนช.ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว
‘ปธ.สนช.’ คาด 6 พ.ย.ได้ข้อสรุปปมรับเรื่องสอย ‘สมศักดิ์-นิคม’
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการประชุมสนช.เพื่อพิจารณาการรับเรื่องถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาส.ว.โดยมิชอบ ในวันที่ 6 พ.ย.ว่า การประชุมในวันดังกล่าวคาดว่า ที่ประชุมน่าจะมีคำตอบเป็นที่ยุติได้ว่า ที่ประชุมสนช.จะรับเรื่องการถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคมไว้พิจารณาหรือไม่ หลังจากสมาชิกสนช.ไปศึกษาสำนวนป.ป.ช.กว่า 4,000 หน้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างมากในวันที่ 6 พ.ย.คือ เรื่องฐานความผิดตามรัฐธรรมนูญปี 50 ตามที่ป.ป.ช.ส่งมานั้น ยังคงมีอยู่หรือไม่ ถ้ายังคงมีอยู่ก็จะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการถอดถอนต่อไป แต่ถ้าฐานความผิดไม่อยู่แล้ว สนช.ก็ไม่ควรรับเรื่องเข้ามาพิจารณา
นายพรเพชร กล่าวว่า ส่วนที่นายถาวร เสนเนียมอดีตแกนนำกปปส. ระบุ หากสนช.ไม่รับเรื่องถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคมไว้พิจารณา จะเผชิญหน้ากับมวลมหาประชาชนนั้น ไม่รู้สึกกดดัน เชื่อว่า ที่ประชุมสนช.คงไม่กดดันเช่นกัน ไม่ว่าสนช.จะมีมติอย่างไร ย่อมมีทั้งคนพอใจและไม่พอใจจากทั้งสองฝ่าย สนช.จึงต้องยึดหลักข้อกฎหมายในการพิจารณา การที่นายถาวรระบุว่า สนช.มีอำนาจการถอดถอนตามมาตรา 5 และ 6 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวนั้น ไม่ขอปฏิเสธว่า สนช.มีอำนาจอยู่จริง แต่ต้องดูฐานความผิดด้วยว่า ยังมีผลบังคับใช้อยู่หรือไม่ ถ้าความผิดถูกยกเลิกไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งที่ประชุมสนช.ต้องมาหารือกันในประเด็นนี้ว่า ความผิดยังคงมีอยู่หรือไม่
นายพรเพชร กล่าวว่า ส่วนการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโครงการรับจำนำข้าว ตามสำนวนของป.ป.ช.ที่ส่งมาให้สนช.พิจารณาถอดถอนนั้น นอกจากจะระบุถึงฐานความผิดตามรัฐธรรม นูญปี 50 แล้ว ยังระบุฐานความผิดตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 มาตรา 58 ประกอบมาด้วย ซึ่งกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าว ยังคงมีอยู่ ไม่สามารถยกเลิกได้ ดังนั้นจึงต้องรับเรื่องไว้พิจารณา แต่ไม่ได้หมายความว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่จนทำให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวแล้ว เพราะต้องให้ที่ประชุมสนช.ใช้ดุลยพินิจไต่สวน โดยเชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาชี้แจงข้อมูลต่อที่ประชุมสนช. ก่อนจะลงมติตัดสินอีกครั้ง
‘กล้านรงค์’ ลั่นทำตามหน้าที่ไม่ปกปิดข้อมูล ปมคดีอาญา ‘เมธี’
นายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีนายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา ทำหนังสือถึงประธาน สนช.ว่าตนเองปกปิดข้อเท็จจริงเรื่องนายเมธี ครองแก้ว ตกเป็นจำเลยในคดีอาญาหลายคดีเนื่องจากมีความสนิทสนมกัน ว่า ตนเป็นเพียงประธานกมธ.เพื่อพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรเป็นกรรมการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิเท่านั้น ไม่ได้ลงคะแนนด้วยซ้ำ และเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกมธ.จะพิจารณาคุณสมบัติ ตนไม่เคยล็อบบี้ โดยที่ประชุมมีการพิจารณาคุณสมบัติและมีการซักถามชี้แจง เลือกกันเอง ส่วนตนเป็นคนชี้แจ้งข้อเท็จจริงเท่านั้น โดยข้อเท็จจริงที่ชี้แจงมีเอกสารระบุ ชัดเจน มีการส่งเอกสารแจกให้สนช.ทุกคนไม่มีการปกปิดข้อเท็จจริง เราตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานกว่า 35-36หน่วยงาน อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้บอกให้นายเมธีมาสมัครด้วยซ้ำ ตนเป็นประธาน เป็นกลางต้องทำตามหน้าที่ ไม่เคยคิดช่วยใคร
เมื่อถามว่า มี สนช.ระบุออกมาการแสดงความรับผิดชอบ นายกล้านรงค์ กล่าวว่า รับผิดชอบด้วยการลาออกใช่หรือไม่ ยืนยันว่าตนทำตามหน้าที่และในเอกสารลับแจกหมดทุกอย่าง ไม่มีปัญหา ลงคะแนนรับรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยนายเมธีคะแนนมาเป็นที่ 1 และการที่ตนเป็นประธานกมธ.ก็เพราะกรรมาธิการทั้ง15-17 คนเลือก คนไม่ได้ตั้งด้วยตัวเองเป็นประธาน



