
มทภ.4สั่งปรับกลยุทธรปภ.เข้มพื้นที่เสี่ยง
01 พ.ย. 2557
ป่วนนราธิวาส เผาเสาส่งสัญญาณมือถือ 5 จุด 3 อำเภอ หลักฐานชี้บึ้ม 4 จุด ปัตตานี คนร้ายกลุ่มเดียวกัน แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับกลยุทธรปภ.เข้มพื้นที่เสี่ยง
1 พ.ย. 57 เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.ท.เนติธร วัตตธรรม นักวิทยาศาสตร์ สบ.3 กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ร.ต.ท.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และพนักงานสอบสวน ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 จุด ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ บาเจาะ รือเสาะ และยี่งอ ซึ่งถูกคนร้ายลอบวางเพลิงในช่วงระหว่างเวลา 19.15 น. - 19.20 น. เหตุเกิดในช่วงคืนของวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเดินทางเข้าตรวจสอบ เกรงคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหาร
โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในพื้นที่ อ.รือเสาะ จำนวน 2 จุด ซึ่งตั้งอยู่บ้านจือแร ม.3 ต.สาวอ โดยคนร้ายจำนวน 2-3 คน ได้ลอบปีนรั้วแล้วนำยางนอกของรถยนต์ไปวางไว้ใต้ตู้ส่งสัญญาณแล้วใช้น้ำมันเชื้อเพลิงราดจุดไฟเผา ซึ่งจุดนี้เครื่องส่งสัญญาณได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนจุดที่ 2 เป็นเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งตั้งอยู่บ้านลูโบะปูโละ ม.3 ต.สามัคคี ซึ่งคนร้ายได้วิธีเดียวกัน แต่โชคดีที่ยางรถยนต์เกิดมอดเสียก่อน สร้างความเสียหายต่อตู้ส่งสัญญาณเล็กน้อย
ส่วนจุดอื่นๆ อีก 3 จุด โดยแยกเป็นพื้นที่ อ.ยี่งอ 2 จุด คือ บริเวณบ้านตะลาฆอสะโต ม.8 ต.จอเบาะ และบ้านบลูกา ม.3 ต.ตะปอเยาะ และพื้นที่ อ.บาเจาะ คือ บ้านบือเระ ม.1 ต.บาเร๊ะใต้ ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายเล็กน้อย เนื่องจากชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้ช่วยกันดับไว้ทัน
ชี้บึ้มปัตตานี 4 จุด คนร้ายกลุ่มเดียวกัน
ความคืบหน้าจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด 4 จุด กลางเมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยจุดแรก ร้านคาราโอเกะ ครัวสงขลา ถ.โรงเหล้าสาย ข ต.รูสะมิแล ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2. ร้านคาราโอเกะสายรุ้ง ถนนหลัง มอ. ต.รูสะมิแล มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ น.ส.หมวย ริดธิชัย อายุ 17 ปี เป็นพนักงานเสิร์ฟสาวชาวลาวในร้าน 3. ร้านคาราโอะมารวย ถ.นาเกลือ ต.บานา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และ 4. ร้านแฟนจ๋า ถนนสงเคราะห์ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องต้นพบว่า ระเบิดทั้ง 4 จุด มีองค์ประกอบที่เหมือนกัน ส่วนการวางระเบิด เป็นการเข้าไปวางแล้วออกไปจากร้าน ประมาณ 5 นาที จึงเกิดระเบิด
ล่าสุด พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง (ผกร.) ได้ก่อเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องแบบเร่งด่วนบริเวณร้านค้าในเขตพื้นที่ จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และก่อเหตุลอบวางเพลิงเสาสัญญาณโทรศัพท์ในเขตพื้นที่ จ.นราธิวาส นั้น พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ./รอง ผอ.รมน. ได้รับทราบเหตุการณ์และแสดงความห่วงใยสถานการณ์มาตั้งแต่ต้น โดยได้สั่งการตรงกับ มทภ.4 / ผอ.รมน.ภาค 4 ทราบว่า กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้จัดกำลัง 3 ฝ่าย พร้อมกำลังประชาชน เข้าคลี่คลาย และควบคุมสถานการณ์ในขั้นต้นได้แล้ว ทั้งนี้ ผบ.ทบ. / รอง ผอ.รมน. สั่งการเพิ่มเติมให้ทุกหน่วย ทุกด่านตรวจ / จุดตรวจ เข้มงวดกวดขันการเกิดเหตุในพื้นที่รับผิดชอบอื่นๆ ด้วย และหลังจากนี้ให้เร่งตรวจสอบภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล และวัตถุพยานอื่นๆ เพื่อติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษต่อไป
แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับกลยุทธ
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์คนร้ายได้สร้างสถานการณ์ก่อกวนในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี และนราธิวาส เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 18.43 น. - 19.30 น.
"จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมุ่งสร้างสถานการณ์ก่อกวนด้วยการลอบวางเพลิงสิ่งสาธารณะประโยชน์ และลอบวางระเบิดสถานบันเทิง โดยใช้ระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก บรรจุในท่อเหล็ก ขนาด 2 x 6 นิ้ว จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา วิ่งเข้ามาวางในร้านแล้วหลบหนีไปก่อนเกิดระเบิดขึ้น จนนำมาสู่ความสูญเสียดังกล่าว ทั้งนี้ พลเอกอุดมเดช ได้แสดงความห่วงใย พร้อมสั่งกำชับให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เร่งคลี่คลายสถานการณ์ ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี และศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ เข้าควบคุมสถานการณ์พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐาน และเบาะแส คนร้าย เพื่อติดตามจับกุมมาลงโทษตามขบวนการทางกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งได้สั่งการให้หน่วยปรับกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยนอกเขตพื้นที่เมือง ด้วยการตั้งด่านตรวจ แบบไม่เป็นเวลาให้มากขึ้น นอกจากนี้ให้เพ่งเล็งเขตพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ และที่ตั้งฐานปฏิบัติการให้มากขึ้น"
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังกล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ หน่วยสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เป็นเพราะทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง ในขณะที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงสร้างสถานการณ์ความรุนแรงแบบสุดโต่ง เผด็จการ และก่อการร้าย โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน แต่อย่างใด ทั้งนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหาย เพื่อหาทางช่วยเหลือเยียวยาต่อไป จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันประณาม และต่อต้านพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมกับขอความร่วมมือช่วยกันแจ้งเบาะแสคนร้าย โทร 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
-------------------------
(ขอบคุณภาพ : ทีมภาพข่าวสมาคมกู้ชีพ กู้ภัย สันติปัตตานี)



