
โคมลอย & บั้งไฟ สมานฉันท์
04 พ.ย. 2557
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โคมลอย & บั้งไฟ สมานฉันท์ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
อีกเพียงแค่สองวันก็จะถึงวันลอยกระทง ซึ่งถือเป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย ย้อนหลังไป 40-50 ปีที่แล้ว ก่อนจะถึงเทศกาลลอยกระทงประมาณหนึ่งเดือน ทุกหนแห่งในประเทศไทยจะมีเสียงเพลงรำวงกระหึ่มทุกหัวระแหง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงรำวงวันลอยกระทง ซึ่งเป็นเพลงที่โด่งดังถึงขนาดนักร้องต่างชาติผู้มีชื่อเสียงเช่น ฟรานซิส ยิป ยังเคยเอาไปร้องบันทึกเสียง และมีการแปลงเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ ถ่ายทอดเรื่องราวประเพณีอย่างกว้างขวางเผยแพร่ไปทั่วโลก
แต่ลอยกระทงย้อนหลังไปเพียงแค่สักสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ กลับไร้เสียงเพลงรำวงวันลอยกระทงให้ได้ยินแม้แต่น้อย ทำให้สีสันและบรรยากาศของวันลอยกระทงเปลี่ยนไป โดยมีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาสำหรับวันลอยกระทงยุคใหม่นี้คือ การปล่อยโคมลอย ซึ่งนำเอาแบบอย่างมาจากทางภาคเหนือ แต่ปัจจุบันนี้มีการปล่อยโคมลอยกันทั่วประเทศไทยและขนาดของโคมลอยก็ใหญ่ขึ้น จำนวนการปล่อยในแต่ละท้องถิ่นก็มากขึ้น ทำให้โคมลอยอยู่บนฟ้าได้นานและลอยสูง จนฝ่ายการบินอ้างว่าไปรบกวนการบินจนอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้
เช่นเดียวกับทุกครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้น แทนที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะนั่งลงหาทางออกร่วมกันเพื่อแก้ปัญหา แต่กลายเป็นว่าแต่ละฝ่ายต่างยกเหตุผลมาต่อว่าฝ่ายตรงข้าม ว่าเป็นผู้กระทำผิดอย่างให้อภัยไม่ได้ ฝ่ายการบินก็อ้างมาตลอดว่าทั้งบั้งไฟและโคมลอยมีอันตรายร้ายแรง และจะต้องห้ามมีการกระทำอีกต่อไป ส่วนฝ่ายผู้สนับสนุนให้มีการจุดบั้งไฟและปล่อยโคมลอยก็อ้างว่า เป็นวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบสานต่อเนื่องมายาวนาน คนที่ออกมาบอกว่าต้องห้ามไม่ให้มีการจุดบั้งไฟและปล่อยโคมลอย คือฝ่ายหรือกลุ่มคนที่ไม่รักวัฒนธรรมและประเพณีของไทยแต่โบราณ
แต่หากว่าทั้งสองฝ่ายได้นั่งลงปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อหาทางออก หรือหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง มาร่วมกันกำหนดขนาดของบั้งไฟทั้งความยาวและความกว้างของลำตัว เป็นต้น เช่นเดียวกันกับปัญหาเรื่องโคมลอย หากมีการกำหนดขนาดและสัดส่วนของตัวโคมลอย กำหนดวัสดุที่นำมาทำโคมลอยไม่ให้เป็นวัสดุที่ติดไฟง่าย และไม่แข็งจนร่วงลงมาเป็นอันตรายต่อผู้อื่น เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเช่นไฟไหม้
หากหน่วยงานราชการเป็นตัวกลาง ทำการเชิญเอาผู้ที่เกี่ยวข้องทุกด้านเข้ามาปรึกษาหารือ และร่างข้อกำหนดขึ้นมาให้ชัดเจน วัฒนธรรมประเพณีที่มีมาช้านานก็ยังสามารถดำรงคงอยู่ต่อไปได้ นอกจากจะเป็นการสืบสานและส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณีของบรรพบุรุษแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นการนำเงินรายได้เข้าท้องถิ่นอีกทางหนึ่งด้วย อีกทั้งยังป้องกันปัญหาร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเรือนของประชาชน, อุบัติเหตุการบิน และปัญหาไฟไหม้ป่า ให้หมดไปได้อีกทางหนึ่ง ถือเป็นการอยู่ร่วมกันด้วยความสุขอย่างประสมประสาน หรือสมานฉันท์ตามศัพท์สมัยใหม่ที่กำลังนิยมกันด้วยครับ
------------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โคมลอย & บั้งไฟ สมานฉันท์ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



