ศึกหนักของพรรคตราลา หลังสิ้นโอบามา สิ้นมนต์ขลัง 'เชนจ์'
02 พ.ย. 2557
เปิดโลกวันอาทิตย์ : ศึกหนักของพรรคตราลา หลังสิ้นโอบามา สิ้นมนต์ขลัง 'เชนจ์' : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า แค่ 6 ปีเท่านี้ วาทกรรมของคำว่า "เชนจ์" ที่เคยสะท้านโลกทั้งใบนี้พลันสิ้นมนต์ขลังลงจนแทบไม่เหลือเค้ากระแสคลั่งไคล้และคลุ้มคลั่งกับคำคำนี้มาก่อนหน้า เมื่อชาวประชาทั่วทุกหัวระแหงเริ่มประจักษ์กับตัวเองว่า คำคำนี้เป็นเพียงแต่ "วจีกรรม" อันสวยหรูทางการเมืองเท่านั้น หาได้มาจากมโนกรรมและกายกรรมที่สุจริตใจของ บารัก โอบามา ไม่
ความจริงที่ประจักษ์แจ้งนี้ ทำให้คะแนนนิยมของโอบามาเสื่อมทรุดลงอย่างรวดเร็วอย่างแทบไม่น่าเชื่อ จากผลการสำรวจความเห็นมะกันชนที่สถานีโทรทัศน์ข่าวซีเอ็นเอ็นร่วมกับ โออาร์ซี อินเตอร์เนชั่นแนล จัดทำเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ผลที่น่าตกใจว่า มีมะกันชนถึงร้อยละ 68 ไม่พอใจการบริหารประเทศของโอบามา ในจำนวนนี้แยกเป็นไม่พอใจนโยบายด้านการต่างประเทศร้อยละ 30 อีกร้อยละ 38 รู้สึกไม่พอใจในนโยบายในประเทศ ผลการสำรวจยังพบว่า มะกันชนอีกร้อยละ 53 ให้ผู้นำผิวสีคนแรกของแดนดินถิ่นอินทรีผยอง "สอบตก" ในการทำหน้าที่ผู้บริหารประเทศ อีกร้อยละ 55 สารภาพว่า "ไม่เห็นด้วย" กับการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของประธานาธิบดีผิวสีผู้นี้
ผลการสำรวจครั้งนี้ถือเป็นข่าวร้ายที่สุดในรอบหลายปีทั้งของโอบามาและพรรคตราลาเดโมแครต เพราะมีขึ้นในช่วงที่ต้องสู้ศึกเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งจะมีการหย่อนบัตรในวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายนนี้ มีทั้งการเลือกตั้ง ส.ส.และส.ว.จำนวนกึ่งหนึ่ง นอกเหนือจากการเลือกตั้งผู้ว่าการมลรัฐ และการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ทั้งสมาชิกสภาเทศบาลท้องถิ่น เทศบาลเมือง อัยการ และผู้พิพากษา ที่สำคัญ สัญญาณทุกสัญญาณล้วนบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า อาจมาถึงยุคสุดท้ายของโอบามาและพรรคตราลาแล้ว ก่อนจะมีการเลือกตั้งใหญ่ในอีก 2 ปีข้างหน้า
ถ้าผลเลือกตั้งเป็นไปตามสัญญาณที่บ่งบอกล่วงหน้านี้ เท่ากับว่าโอบามาจะต้องถูกโดดเดี่ยวหรือกลายเป็นรัฐบาลเป็ดง่อยตลอดช่วง 2 ปี ที่ยังนั่งอยู่ในทำเนียบขาว แทบจะไม่มีอำนาจต่อรองในรัฐสภาแม้แต่น้อย หากพรรคตราช้างรีพับลิกัน ซึ่งขณะนี้ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ อยู่แล้ว จะสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาด้วย เพียงแค่เอาชนะการเลือกตั้งใน 6 มลรัฐเท่านั้น นั่นเท่ากับว่า อำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติแทบจะแยกออกจากกันโดยเด็ดขาด ผลตามมาก็คือ โอกาสที่โอบามาจะผ่านร่างกฎหมายสำคัญๆ ฉบับต่างๆ แทบเป็นศูนย์หรือคงจะยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งทำให้มีโอกาสที่จะชัตดาวน์หรือปิดสถานที่ราชการต่างๆ เหมือนเมื่อปีที่แล้วหรือเมื่อหลายปีก่อนหน้ามีทางเป็นไปได้มากขึ้น รวมไปถึงการไม่สามารถแต่งตั้งผู้ที่เหมาะสมเข้ารับตำแหน่งสำคัญๆ ต่างๆ หากไม่ผ่านการลงมติเห็นชอบจากรัฐสภา
ลางร้ายนี้คงจะทำให้ ฮิลลารี คลินตัน อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศในสมัยรัฐบาลโอบามา 1 ต้องคิดหนักมากขึ้น ก่อนจะประกาศในช่วงต้นปีหน้าว่า จะตัดสินใจลงสมัครชิงเป็นตัวแทนของพรรคตราลาเพื่อชิงทำเนียบขาวหรือไม่
ในขณะนี้พรรคตราช้างต้องการอีกแค่ 6 ที่นั่ง จากที่ครองอยู่ในขณะนี้ก็สามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้ จากแนวโน้มในตอนนี้ บ่งชี้ว่า ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันค่อนข้างมั่นใจว่าจะได้ที่นั่งเพิ่มจากที่ครองอยู่แล้วอย่างน้อย 3 ที่นั่ง จากรัฐเซาท์ ดาโกตา, รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย และรัฐมอนแทนา ส่วนอีก 10 รัฐที่ต้องชิงชัยกันนั้น มีอยู่ 4 รัฐที่สถานะของผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตไม่ค่อยสู้ดีนัก มีโอกาสพลิกผันเป็นฝ่ายปราชัยได้ง่ายๆ หากพลั้งเผลอเพียงนิดเดียว ส่วนอีก 3 รัฐนั้น พรรคตราลายังค่อนข้างมีคะแนนเสียงที่แข็งอยู่มาก
นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญการเลือกตั้งในแดนอินทรีหลายคนให้ความเห็นคล้ายกันว่า สถานการณ์ของพรรคตราลาเดโมแครตดูเหมือนกับ "ผีซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น" ก็ไม่ปาน เพราะคะแนนนิยมที่ตกต่ำของโอบามา นอกจากจะไม่สามารถช่วยดึงคะแนนนิยมให้แก่ผู้สมัครจากพรรคตราลาได้แล้ว ยังอาจจะยิ่งฉุดดึงคะแนนของผู้สมัครให้ตกต่ำลงไปอีก และอาจจะเป็นเพราะตระหนักดีแก่ใจ ผู้สมัคร ส.ส.และส.ว.ของพรรคตราลาหลายคนก็นกรู้ รีบโบกไม้โบกมือห้ามโอบามาบินไปช่วยหาเสียงอย่างที่พึ่งจะเป็นเหมือนในอดีต เพราะรู้ว่ายิ่งช่วยก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ของตัวเองมีแต่เลวร้ายลง แม้ต้องหาเสียงเองอย่างหนักจนแทบหืดขึ้นคอก็ตาม
มาร์ก เบกิค วุฒิสมาชิกพรรคตราลาแห่งรัฐอลาสกา ซึ่งจะเป็นตัวชี้ขาดว่าพรรคนี้จะสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้ต่อไปหรือไม่ พูดสั้นๆ เพียงแค่ว่า โอกาสชนะของตัวเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับโอบามา เพราะโอบามาจะอยู่ในทำเนียบขาวอีกแค่ 2 ปีเท่านั้น ขณะที่ อลิสัน ลุนเดอร์แกน กริมส์ ผู้สมัครในรัฐเคนทักกี ซึ่งต้องการจะเอาชนะ มิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างน้อย ผู้เป็นคู่แข่งสำคัญ ก็รู้ลู่ทางลมดี จึงไม่ยอมพูดหรือร่วมวงอภิปรายว่าเธอลงคะแนนเสียงให้ประธานาธิบดีด้วยหรือไม่ เกรงว่าจะทำให้โอกาสชนะของเธอยิ่งหลุดลอยถอยห่างมากยิ่งขึ้นไปอีก
ตอนนี้บทบาทของโอบามาจึงถูกจำกัดแค่ช่วยระดมทุนหาเสียงในพื้นที่ที่พรรคตราลาหยั่งรากลึกมานานอย่างนิวยอร์กและลอสแองเจลิส กับพื้นที่อีกไม่กี่แห่งที่พรรคนี้ครองเก้าอี้ผู้ว่าการรัฐเท่านั้น
ในส่วนของพรรคตราช้างรีพับลิกัน ดูเหมือนว่ากระแสลมการเมืองค่อนข้างจะเป็นใจให้กลุ่มสายกลางหรือสายพิราบในพรรค ซึ่งบางส่วนเคยพยายามรอมชอมกับโอบามาด้วยการยอมผ่านร่างกฎหมายบางฉบับ อาทิ กฎหมายปฏิรูปการเข้าเมือง ตรงข้ามกับสายเหยี่ยวในพรรค อย่างกลุ่มที ปาร์ตี้ ซึ่งปักหลักขัดขวางร่างกฎหมายเกือบทุกฉบับที่รัฐบาลนำเสนอ ตอนนี้ก็ยิ่งสบช่องเหมาะ จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อจะสยบคู่ต่อสู้ทุกวิถีทาง รวมไปถึงการโฆษณาหาเสียงประธานาธิบดีทางโทรทัศน์ละเลงภาพผู้สมัครจากพรรคตราลาว่า สมคบกับโอบามาด้วยการยกมือออกเสียงให้จนดำเนินนโยบายผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า
อย่างไรก็ดี ผู้สมัครจากพรรคตราลาก็ยังไม่ยอมสิ้นความหวัง ส่วนหนึ่งต้องการพึ่งพาคะแนนเสียงจากผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด ให้เป็นคนชี้ขาดว่า พรรคใดจะชนะเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ แต่นักวิชาการหลายคนเชื่อว่า พรรคตราลาคงจะโชคร้ายที่คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนนโยบายของโอบามา ดังนั้น โอกาสที่ผู้สมัครจากพรรคตราช้างจะชนะจึงค่อนข้างเป็นไปได้สูงมากกว่า
ผลการสำรวจของสถาบันวิจัยพิวเมื่อเดือนที่แล้ว พบว่าแค่ 15 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกันเท่านั้นที่สนใจติดตามข่าวการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด ส่วนใหญ่มุ่งความสนใจไปที่ข่าวการรับมือกับมหันตภัยโรคร้ายอีโบลา ซึ่งมีแต่เสียงก่นด่าว่าหย่อนยาน และการทุ่มงบประมาณก้อนมหาศาลในการปราบปรามกลุ่มติดอาวุธไอเอสในอิรักและซีเรีย ซึ่งเหมือนกับยิ่งปราบยิ่งโต แม้จะใช้เงินไปแล้วกว่า 18,800 ล้านบาท ภายในช่วงแค่ 5 สัปดาห์แล้วก็ตาม ขณะที่พรรคตราช้างก็ได้คะแนนนิยมมากขึ้นในการเลือกตั้งส.ส. จากกระแสคัดค้านนโยบายปฏิรูปสุขภาพ เหมือนกับยุคหนึ่งที่มะกันชนคัดค้านพรรคตราช้างจากนโยบายทำสงครามในอิรักของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช
สงสารก็แต่ ฮิลลารี คลินตัน หากตัดสินใจจะเดินหน้าท้าชิงทำเนียบขาว ก็คงต้องเผชิญศึกหนักยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมาจากระเบิดลูกใหญ่ที่โอบามาวางไว้
-------------------------
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : ศึกหนักของพรรคตราลา หลังสิ้นโอบามา สิ้นมนต์ขลัง 'เชนจ์' : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)



