ข่าว

คุยนอกกรอบ : ทำบุญแบบ 'นักร้อง'

คุยนอกกรอบ : ทำบุญแบบ 'นักร้อง'

02 พ.ย. 2557

คุยนอกกรอบ : ทำบุญแบบ 'นักร้อง' : เรื่อง...สินีพร มฤคพิทักษ์

 
                             การเรียนรู้เป็นเรื่องที่ไม่สิ้นสุดจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากต้องนำวุฒิการศึกษามาใช้สำหรับหน้าที่การงาน
 
                             ดูอย่าง สุชาติ ชวางกูร อดีตนักร้องที่โด่งดังจากเพลง “ดั่งเม็ดทราย” เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ที่มีเนื้อร้องบางตอนว่า 
 
                             "..หากรัก เธอดั่งเช่นเม็ดทราย คงหวั่นใจมิวาย ทรายยามต้องสายลม แต่เพียงแผ่วก็ปลิวริ้วลม ผสมคลี่นที่สาดซัดมา...หากรัก วอนบอกลมพัดพา ลมเจ้าเอยนิจจา พาซึมเศร้าเหงาใจ แต่เพียงเจ้าเลยพัดไกล ใจฉันก็ลอยลับไป...เหมือนเม็ดทราย...."
 
                             สุชาติ นับเป็นนักร้องยอดนิยมคนหนึ่งในเวลานั้น มีผลงานเพลงออกมานับสิบชุด รวมทั้งเคยเป็นนักแสดงภาพยนตร์และละครเวทีด้วย หลังจบการแสดงละครเวทีเรื่อง "เก็บดาวดวงใหม่ไปใส่ฟ้า" ซึ่งแสดงร่วมกับ ภัทราวดี และชรัส เฟื่องอารมย์ ในวันที่ 14 สิงหาคม 2530 สุชาติเดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา และใช้ชีวิตที่นั่นอยู่เกือบ 20  ปี 
 
                             ปี 2548 สุชาติเดินทางกลับประเทศไทย พร้อมปริญญาโท 3 ใบ คือ Master of International Management (MIM) จาก University of Denver, Master of Science in Finance (MS-Finance) จาก University of Colorado และ Master of Science in Economics (MS-Economics) จาก State University of New York 
 
                             ถามถึงเหตุผลที่เรียนปริญญาโทหลายใบ เขาตอบว่า ตอนอยู่กรุงเทพฯ เรียนปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง ต้องอัดความรู้เข้าไปในช่วงเวลาจำกัด สมองบางทีไม่ได้ย่อยข้อมูล ถึงแม้ตอนที่เราสอบจะรู้เข้าใจ พอเวลาผ่านไปเราต้องรีบไปทำอย่างอื่น ไม่มีเวลาย่อยข้อมูล ผ่านมาสักพักภาพที่เราเคยเห็น ภาพชัดในวันที่ไปสอบ เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ที่หายไปบางส่วน พอไปอยู่อเมริกาต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจทั้งหมดและรู้สึกว่า ยิ่งเรียนยิ่งสนุก ไอ้นั่นก็ไม่รู้ อยากรู้ทำไมเป็นอย่างนี้ จึงเรียนหลายด้าน
 
                             “ตอนเรียนปริญญาตัวสุดท้ายเป็นคอร์สปริญญาเอก พอเรียนคอร์สเวิร์กแล้ว เราก็ไปขึ้นหัวข้อ (topic) เป็นที่น่าสนใจ แต่การหาข้อมูลและการนำมาเข้าโมเดลเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก เรื่องที่จะทำคือคอร์รัปชั่นกับอีโคโนมิก ดีเวลลอปเมนท์ เขาบอกยูจะไปหาข้อมูลยังไง สมมุติเราเอาตัวจีดีพีเป็นตัวตั้ง ในปีนั้นอาจเทียบกับงบประมาณ กว่าจะแปรภาพออกมาเป็นจีดีพีผ่านอะไรมาตั้งเยอะ คุณมีรายละเอียดอะไรมากกว่านั้นไหม แต่ละโครงการมีหลักฐานไหม เช่น โครงการนี้ใช้งบร้อยล้าน ไปถึงประชาชนเท่าไหร่ ค่าดำเนินการเท่าไหร่ แล้วมีอะไรแอบแฝง ทำไมถึงเป็นโครงการนี้ คุณเอาอะไรมา...ตอนที่ผมคิดตรงนี้ประมาณปี 1987-1988 เขายังไม่ค่อยเชื่อการเก็บข้อมูล” (เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับ 838 มิถุนายน 2550)
 
                             แม้จะมีปริญญาโท 3 ใบ จากเมืองนอก แต่หากต้องการให้สังคมฟัง (บ้าง) ต้องมีคำว่า “ดอกเตอร์” นำหน้า ดังที่เจ้าตัวบอกว่า 
 
                             “ปริญญาเหมือนใบเบิกทาง คุณจะเก่งแค่ไหนก็ตาม หากไม่มีใบปริญญา คนจะฟังยากมาก (ทั้งที่มีปริญญาโทหลายใบแล้ว) มันไม่มีความหมาย ต้องมีคำว่าดอกเตอร์...” 
 
                             ปัจจุบันสุชาติกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก สาขารัฐศาสตร์ เพราะตั้งใจว่า บั้นปลายชีวิตจะทำงานเป็นอาจารย์สอนหนังสือ
 
                             “สังเกตพวกอาจารย์จะไม่ค่อยแก่ ไม่เป็นอัลไซเมอร์ อาจารย์ที่สอนเราบางท่านอายุ 70 ปีแล้ว ยังเดินตัวปลิว ความจำดี ตอนเรียนที่โน่นก็เหมือนกัน อาจารย์สูงอายุทั้งนั้นแต่แข็งแรง...เรียนที่นี่ต้องเข้าห้องเรียน ทุกวันเสาร์อาทิตย์...”
 
                             แม้เพิ่งเรียนได้เทอมแรก แต่เขาบอกว่า คิดหัวข้อทำวิทยานิพนธ์ไว้แล้ว ขออุบไว้ก่อน เดี๋ยวคนอื่นเอาไปทำ รวมทั้งต้องให้อาจารย์พิจารณาก่อน
 
                             ตารางชีวิตประจำวันจึงแตกต่างจากคนอื่น ที่วันจันทร์-ศุกร์ ค่อนข้างสบายๆ ถามว่าทำอะไรบ้าง คำตอบคือ 
 
                             “อยากนอน อ่านหนังสือ ทำงานที่ต้องทำ เช่น เขียนหนังสือ งานให้คำปรึกษาอื่นๆ เช่นมีคนปรึกษาปัญหาชีวิต การลงทุน แต่ไม่ได้รับปรึกษาการลงทุนเป็นกิจจะลักษณะ ถ้ามีคนถาม ให้คำปรึกษานิดหน่อย..."
 
                             "ส่วนตัวไม่เล่นหุ้น ถ้าเล่นหุ้นมีหลักอย่างเดียวคือ ใจจดจ่ออยู่กับการเปลี่ยนแปลง ผลการดำเนินงาน การบริหารงาน ถ้าคุณอยู่กับตรงนั้นตลอดเวลาจึงจะไม่เป็นแมลงเม่า ผมมีหุ้นระยะยาว จ่ายปันผล มีถือหุ้นแบบนี้นิดหน่อย” 
 
                             งานด้านขีดๆ เขียนๆ ก็เคยทำ โดยเป็นอดีตบรรณาธิการฮันท์แม็กกาซีนตอนเริ่มก่อตั้ง เป็นนิตยสารแนวเศรษฐกิจอุตสาหกรรม รายเดือน มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ โดยปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาและเขียนต้นฉบับส่ง 
 
                             “ผมเขียนแนวสาระด้านเศรษฐกิจกับท่องเที่ยว เพราะเป็นคนชอบเที่ยว ล่าสุดเขียนเรื่องไต้หวัน ไปไต้หวันมา หากมีว่างปั๊บจะไปเที่ยวตรงโน้นตรงนี้ และเขียนเป็นสต็อกไว้ ส่วนตัวชอบญี่ปุ่น”
 
                             ช่วงสิ้นปีจะไป “สวดมนต์ข้ามปี” ที่ศูนย์วิปัสสนา ไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย ซึ่งพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ก่อตั้งขึ้น
 
                             สุชาตินิยามตัวเองในความเป็น "ลูกศิษย์ท่าน ว." ว่า “อ่านหนังสือ ฟังเทศน์ เราต้องใช้ปัญญาในการทำงานทุกอย่าง ไม่ใช่เชื่อเครื่องราง”
 
                             กิจกรรมอีกอย่างที่เขาทำมา 5 ปีแล้ว คือ การเยี่ยมเยือนผู้ป่วยที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
 
                             “ตั้งแต่เกิดเหตุที่ถนนราชดำเนินปี 2553 เราไปเยี่ยมคนเจ็บทุกวันจันทร์ หลังจากอาการดีขึ้นคนไข้ย้ายจากตึกอุบัติเหตุ รพ.พระมงกุฎเกล้า ไปอีกตึก พอเราไปเยี่ยมเขาก็เจออีกกลุ่ม คือทหารที่บาดเจ็บ คนทั้งประเทศรู้ว่ามีทหารบาดเจ็บ (จากเหตุการณ์ไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้) แต่เราไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน มาอยู่ที่ รพ.พระมงกุฎฯ เป็นเซ็นเตอร์...เวลาที่เขาได้รับบาดเจ็บ โรงพยาบาลในพื้นที่รักษาพยุงอาการไม่ให้ทรุดและส่งตัวต่อมาที่นี่” 
 
                             เวลาไปเยี่ยมทำอะไรบ้าง คุย ร้องเพลง?
 
                             “เดี๋ยวนี้ไม่ได้ร้องแล้ว พี่ๆ น้องๆ ที่ไปด้วยเขาร้องกัน เราทำอย่างอื่น มันเป็นงานอาสา ไม่ได้บอกว่าคนไหนทำอะไร ตอนแรกเยี่ยมทุกวันจันทร์ ตอนหลังเป็นไปเยี่ยมทุกเดือน เดือนละครั้ง ตั้งแต่ปี 53 เป็นต้นมา และเดือนธันวาคมเราจะจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นงานใหญ่ ปีนี้เราพยายามจัดให้ได้ในวันที่ 27 ธันวาคม”
 
                             รูปแบบการจัดงานปีใหม่ เหมือนเป็นคอนเสิร์ตเล็กๆ น้องในกลุ่ม (ที่อาสามาทำงานด้วยกัน) สอนทหารร้องเพลง บางคนเป็นศิลปินวาดรูปก็สอนวาดรูป หากติดต่อหน่วยไหนได้ เช่น มีคนมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มาช่วยสอนคอมพ์ เขาก็ดูว่าใครสนใจ 
 
                             “เคยติดต่อคุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ซึ่งรีครูตไปเป็นพาราโอลิมปิก เพราะคุณจุตินันท์อุปถัมภ์ตรงนี้อยู่ คนอื่นที่มาช่วยงานและเป็นคนของสังคม เช่น น้องแพนเค้ก, "อั้ม" อธิชาติ, "นัท" มีเรีย, "บุ๋ม" ปนัดดา, "เท่ห์" อุเทน และทิพวรรณ ปิ่นภิบาล”
 
                             ทุกคนมาช่วยงานโดยไม่มีค่าตัว บางคนเอาของมาให้ เรียกว่าทุกคนที่มาร่วมงานเสียเงินกันทั้งนั้น 
 
                             ทราบว่าปีนี้เปลี่ยนคอนเซ็ปต์ใหม่ จัดคอนเสิร์ตหาทุนจัดงาน ไม่ขอรับบริจาคแล้ว? 
 
                             “ยังขอไปครับ คนไหนว่างเราก็บอกไป เนื่องจากคนเยอะขึ้น เราต้องดิ้นอย่างที่ทำได้ แต่เราดิ้นแบบสนุก ไม่ได้กดดันว่าต้องหาเงินเท่าไร เราเชื่อว่าหาได้ เพราะไม่ได้เอาเข้ากระเป๋า ผมทำเองคนเดียวไม่ได้ ก็ได้เพื่อนฝูง บอกเขาว่าจะทำคอนเสิร์ตหาเงินไปซื้อของขวัญให้คนไข้ ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ เราเคยได้ของดีๆ ให้เขาช่วงปีใหม่ ก็อยากให้ดียิ่งขึ้นๆ เขาได้รับแล้วดีใจ อยากบอกบริษัทห้างร้านที่มอบของขวัญให้ลูกค้าเขา ถ้าเหลือให้เราสัก 100 ชิ้น จะยินดีมาก จะได้แจกให้ทหาร เจ้าหน้าที่พยาบาลที่ดูแลทหารด้วย พี่พยาบาลก็เจอของหนักเหมือนกัน..แต่เขาดูแลทหารที่เจ็บป่วยดีมาก” 
 
                             ต้องหางบสำหรับทำกิจกรรมเรื่อยๆ
 
                             “คนที่มารวมกันคล้ายกันคือ จิตดี บ้างก็ไม่มีลูก ไม่แต่งงาน หรือแต่งงานแล้วลูกโต ก็อยากมารวมกลุ่มกัน นึกว่าถ้าเราเกษียณแล้วทำไง บางคนบอกไปซื้อที่ดินอยู่ด้วยกัน ก็ดีนะ...เราคุยกันว่า อยากทำเป็นมูลนิธิ หาที่ดินรกร้างว่างเปล่า เราเชื่อว่าคนอย่างคุณยายเนียมมีอีกเยอะ ถ้าเราได้ที่ดินแบบนี้และใช้คนในกลุ่มที่มีทุกประเภท หมอ สถาปนิก มาช่วยกัน...ตอนนี้สมาชิกในกลุ่มมี 50 คน หมุนเวียนกันมา ยังไม่เกษียณจากงาน แต่เราทำวันเสาร์อาทิตย์ หรือเย็นวันธรรมดา คนไหนมาไม่ได้ก็ส่งปัจจัยมา”
 
                             อดีตนักร้องดังบอกว่า กลุ่มชื่อ “สร้างพลเมืองคุณภาพ” คอนเซ็ปต์คือ ให้คนเกษียณไปอยู่ด้วยกัน แต่คัดนิดหนึ่งว่า คนเกษียณต้องดูแลเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมา ปัจจุบันมีเด็กที่พ่อแม่ไม่มีความสามารถในการเลี้ยงดู เราก็เอามาเลี้ยงเหมือนเป็นลูกหลาน ให้อยู่ในชุมชนนี้ ผู้ใหญ่ช่วยกันอบรมเลี้ยงดู เด็ก 1 คน มีผู้ใหญ่ 4 คนรับผิดชอบ งานอีกส่วนคือ รวบรวมความคิด ความเชี่ยวชาญของคนในชุมชน เพื่อถ่ายทอดแก่คนรุ่นต่อไป
 
                             ทั้งหมดที่พูดมาคืบหน้าไปแค่ไหน?
 
                             “ยังไม่ได้ทำ แต่คิดอยู่ว่าจะทำ ต้องหาที่ดินก่อน และรวมกลุ่มกัน..เราก็อยู่แค่ตาย แล้วคนอื่นก็ทำต่อ”
 
 
-------------------------
 
 
คอนเสิร์ตเฉพาะกิจ
 
 
คุยนอกกรอบ : ทำบุญแบบ 'นักร้อง'
 
 
 
                             แฟนๆ สุชาติ ชวางกูร และ เอเอฟ 10 โปรดทราบ 
 
                             วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 จะมีคอนเสิร์ตเฉพาะกิจของพวกเขา ในชื่อ I and my children บัตรราคา 1,500 และ 2,000 บาท จองบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์
 
                             "เป็นเราและลูกศิษย์ เอเอฟ 10 ปีที่แล้ว ผมเป็นครูใหญ่ ในรุ่นนี้มี 4 คน มาร่วมด้วย มี น้องถัง น้องเทน น้องเบนซ์ และน้องแตงโม ที่ศูนย์สิริกิติ์ แบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกหาเงินจัดงานปีใหม่ ให้ทหารที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล รอบที่สองหาทุนให้มูลนิธิธรรมานุรักษ์ จ.กาญจนบุรี ซึ่งรับเลี้ยงเด็กกำพร้า 200 คน"
 
                             “ช่วยกันทำกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม..หักค่าใช้จ่ายก่อน แต่ไม่คิดค่าตัว รอบแรกคาดว่าได้ 4-5 แสนบาท ก็ใช้จัดงานปีใหม่และให้ของขวัญ หากมีเงินเหลือก็เก็บไว้ใช้ต่อ เพราะเราไปเยี่ยมเขาทุกเดือน เวลาไปเยี่ยมทุกเดือนก็มีขนม ของว่าง และสตางค์ใส่ซองให้จำนวนหนึ่ง มีทหารกลุ่มหนึ่งที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว เราก็มีเงินส่วนหนึ่งให้เขา”
 
                             ทหารบาดเจ็บที่สุชาติและเพื่อนไปเยี่ยมเยือนมีประมาณ 50-70 คน คนที่หายป่วยแล้วเขาก็เชิญมาร่วมงานด้วย 
 
                             “ปีนี้เป็นปีที่ 5 ของขวัญเราหาให้ดีที่สุด ปีก่อนได้ทีวี 40 นิ้ว 6-7 เครื่อง เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เครื่องโกนหนวด ฯลฯ ได้ทุกคน ขึ้นกับว่าจะได้ของชิ้นเล็กหรือใหญ่ เวลาผมร้องเพลงก็เอาทีวีไปขาย บอกแฟนเพลงบ้าง บางคนบอกมาไม่ได้ก็ฝากปัจจัยมา ให้เอาเงินไปซื้อ...บอกซื้อนาฬิกาที่ตกรุ่นแล้วก็ได้ ราคาสี่ห้าพันบาท เราก็เอาเงินไปซื้อ พี่ดารารัตน์ (มหาดำรงค์กุล) น่ารักมาก ไม่เอาตังค์ ให้นาฬิกาข้อมือโอเรียนท์รุ่นใหม่มาเลย เรือนละประมาณ 1.5 หมื่นบาท ทหารคนที่ได้รับดีใจมาก โมเมนต์ที่เขาเปิดกล่องของขวัญ ร้อง “ว้าว” เราดีใจแทน ปลื้มใจแทนพี่เขา...”
 
 
-------------------------
 
(คุยนอกกรอบ : ทำบุญแบบ 'นักร้อง' : เรื่อง...สินีพร มฤคพิทักษ์)