
จลาจล!กองทัพ'บูร์กินาฟาโซ'ยึดอำนาจ
31 ต.ค. 2557
กองทัพประเทศบูร์กินาฟาโซ ในทวีปแอฟริกา เข้ายึดอำนาจบริหาร หลังเกิดจลาจล ผู้ประท้วงบุกเผาอาคารรัฐสภา เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีลาออก
31 ต.ค. 57 ประชาชนหลายหมื่นคน เดินขบวนอย่างสงบ ก่อนผู้ชุมนุมหลายร้อยคนที่โกรธแค้น บุกเข้าไปเผาอาคารรัฐสภา ในกรุงวากาดูกู เมื่อวาน (30 ต.ค.) เพราะไม่พอใจที่ประธานาธิบดีแบลซ กอมปาโอเร่ ที่บริหารประเทศมานาน 27 ปี จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้ตัวเองดำรงตำแหน่งต่อไปได้อย่างไม่จำกัด ผู้ประท้วงได้ปล้นทรัพย์สินมีค่า และจุดไฟเผารถยนต์หลายคัน ก่อนบุกไปยังสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ทำให้ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลาย และเมื่อผู้ประท้วงเคลื่อนตัวเข้าใกล้ทำเนียบประธานาธิบดี ทางการได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ยิงแก๊สน้ำตา และมีตำรวจยิงกระสุนจริง เพื่อสลายผู้ประท้วงด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ประท้วงบางส่วน บุกเผาสำนักงานพรรครัฐบาล และศาลาว่าการในเมืองโบโบ ดิเยาลาสโซ่ ด้วย
และหลังเกิดเหตุจลาจล ประธานาธิบดีประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้กองทัพเข้าควบคุมสถานการณ์ แต่แถลงยกเลิกในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา และพลเอกแนเบเร โอโนเร แตรโอเร ผู้บัญชาการทหารบก และประธานเสนาธิการทหาร ประกาศในเวลาต่อมา สั่งยุบรัฐบาล และรัฐสภา และเตรียมหารือกับทุกพรรคการเมือง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล พร้อมให้สัญญาว่า จะคืนอำนาจแก่ประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ภายใน 1 ปี นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศกฎเคอร์ฟิว ที่ห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถาน ตั้งแต่ 1 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้า ตามเวลาท้องถิ่น
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครทราบว่า ประธานาธิบดีอยู่ที่ไหน แต่เขายืนยันว่า ตัวเองยังอยู่ในอำนาจ และพร้อมเจรจาเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล โดยจะยอมลงจากตำแหน่ง ก็ต่อเมื่อมีประธานาธิบดีคนใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแล้วเท่านั้น
แกนนำพรรคฝ่ายค้าน ระบุว่า การกระทำของกองทัพในขณะนี้ เป็นการก่อรัฐประหาร และผู้ประท้วงจะไม่ยอมรับข้อเสนอใดๆ นอกจากประธานาธิบดี ต้องลาออกจากตำแหน่งทันที พร้อมทั้งระบุว่า มีผู้เสียชีวิตมากถึงเกือบ 30 คน และบาดเจ็บกว่า 100 คน จากเหตุปะทะรุนแรงระหว่างผู้ประท้วง และตำรวจ
สถานการณ์ในบูร์กินาฟาโซ ตึงเครียดมาหลายวันแล้ว หลังจากผู้ประท้วงออกมาเดินขบวนตามท้องถนน เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยตามกำหนดการ สภาผู้แทนราษฎร จะลงมติอนุมัติร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อยกเลิกมาตรการที่ห้ามประธานาธิบดี ที่มีวาระ 5 ปี ดำรงตำแหน่งเกินสองสมัยติดต่อกัน เพื่อเปิดทางให้ประธานาธิบดีกอมปาโอเร่ วัย 63 ปี ที่ก้าวสู่อำนาจจากการรัฐประหาร เมื่อปี 2530 สามารถลงสมัครเลือกตั้งได้อีกปีหน้า หลังจากปกครองประเทศมายาวนาน 27 ปี
ฝรั่งเศส ที่เคยเป็นเจ้าอาณานิคมของบูร์กินาฟาโซ ประณามเหตุรุนแรง และเรียกร้องให้ประเทศกลับคืนสู่ความสงบ ส่วนสหภาพแอฟริกา เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้น และจะส่งคณะผู้แทนไปเจรจา หาทางไกล่เกลี่ย นอกจากนี้สหประชาชาติ จะส่งทูตพิเศษไปช่วยเจรจาฟื้นคืนความสงบในประเทศ
ขณะที่สหรัฐ แถลงแสดงความพอใจที่รัฐบาลยอมถอนร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจะมีการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง และถ่ายโอนอำนาจสู่ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งคนใหม่ โดยย้ำให้กระบวนการถ่ายโอนอำนาจ เป็นไปอย่างสันติตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีนอกรัฐธรรมนูญ
-------------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



