ข่าว

'ยรรยง'อัดผลสอบสต็อกข้าวบิดเบือน

'ยรรยง'อัดผลสอบสต็อกข้าวบิดเบือน

31 ต.ค. 2557

อดีต รมช.พาณิชย์ รัฐบาล 'ยิ่งลักษณ์' โต้ผลตรวจสอบสต็อกข้าว ผิดพลาด-บิดเบือนข้อเท็จจริง

 
                             31 ต.ค. 57  นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตถึงกรณีการแถลงผลการตรวจสอบสต็อกข้าวของรัฐบาลดังนี้ 1. ข้อสรุปที่ระบุว่า ข้าวในสต็อกที่ตรวจสอบได้มาตรฐานเพียงร้อยละ 10 และเป็นข้าวคุณภาพต่ำ ไม่ได้มาตรฐาน และเป็นสีเหลือง เกินร้อยละ 70 รวมทั้งมีข้าวเสื่อมร้อยละ 4-5 นั้น เป็นข้อสรุปที่ไม่ชัดเจน และผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างมาก เพราะข้าวที่รับจำนำนั้นส่วนใหญ่ผลิตโดยชาวนากว่า 40 ล้านตันข้าวเปลือก โดยเฉพาะในระยะแรก ซึ่งมีการรับจำนำข้าวเกือบทั้งหมด หรือจำนำทุกเม็ด การปลอมปนข้าวจึงเป็นไปได้ยากที่จะหาข้าวราคาถูกที่ไม่มีการจำนำมาสวมสิทธิ์ นอกจากนี้ ขั้นตอนการรับจำนำข้าว ที่จุดรับจำนำแต่ละจุด มีคณะทำงานฝ่ายต่างๆ 7-9 คน ที่คอยดูแลการปลอมปนข้าว ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะเจ้าของโรงสีที่จะต้องรับผิดชอบคุณภาพข้าวที่จะส่งให้โกดัง หากโกดังไม่รับมอบข้าว เจ้าของโกดัง และผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าวสาร (Surveyor) จะต้องรับผิดชอบ หากรับข้าวคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานเข้าโกดัง อีกทั้งในช่วงโครงการรับจำนำของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั้น คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับดูแล และตรวจสอบหลายคณะ คณะอนุกรรมการเหล่านี้ รวมทั้งหน่วยงานรับผิดชอบ อาทิ กรมการค้าภายใน และกรมการค้าต่างประเทศ ได้ตรวจสอบสต็อกข้าวทั้งในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพเป็นประจำ และได้รายงานผลการตรวจสอบให้ กขช.ทราบเป็นระยะๆ ซึ่งระบุว่า มีข้าวที่คุณภาพไม่ดี และข้าวเสื่อมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
 
                             นายยรรยง กล่าวอีกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เคยเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ในช่วงที่ตรวจสอบสต็อกข้าวไปกว่าร้อยละ 72 ว่า มีข้าวดี และถูกต้องประมาณร้อยละ 80 ซึ่งพออนุมานได้ว่า ผลสรุปสุดท้ายที่ระบุว่ามีข้าวไม่ได้มาตรฐานถึงร้อยละ 70 นั้น เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง หลังจากที่ได้ตรวจสอบพบว่ามีข้าวขาดหายจากบัญชีน้อยมาก ประมาณ 100,000 ตัน ซึ่งสวนทางกับข้อเท็จจริงที่พรรคประชาธิปัตย์ ป.ป.ช. และนักวิชาการ ที่โจมตีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า มีข้าวขาดหายไปถึง 2-3 ล้านตัน ทั้งนี้ วงการค้าข้าว ยังคงเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวที่รับจำนำมา โดยจะเห็นได้ว่า ในช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้นได้ระบายข้าวในรูปแบบต่างๆ ทั้งแบบเปิดประมูลทั่วไป แบบรัฐต่อรัฐ (G to G) และผ่านตลาดล่วงหน้า (AFET) โดยส่งมอบไปกว่า 15 ล้านตัน และยังไม่ได้ส่งมอบอีกประมาณ 3 ล้านตัน ซึ่งการซื้อขายเกือบทั้งหมด ผู้ซื้อไม่เคยโต้แย้งว่าข้าวรัฐบาลไม่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ คสช.ยึดอำนาจ มีการเปิดประมูลขายข้าวแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งปรากฏว่า มีผู้มาร่วมประมูลจำนวนมากทุกครั้ง แสดงถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวที่รับจำนำ และตลาดค้าข้าวโลกยังมีความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวไทยมาโดยตลอด โดยจะเห็นได้ว่า ราคาข้าวสารเจ้า 5% ของไทย สูงกว่าราคาข้าวชนิดเดียวกันของอินเดีย ประมาณตันละ 20 เหรียญสหรัฐ
 
                             นายยรรยง กล่าวด้วยว่า การแถลงในภาพรวมแบบคลุมเครือว่า ข้าวในสต็อกรัฐบาล เป็นข้าวคุณภาพต่ำ ไม่ได้มาตรฐาน และเป็นสีเหลืองมากกว่าร้อยละ 70 นั้น น่าจะเป็นการทำเพื่อชี้นำ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว มีการทุจริต ทำให้ข้าวคุณภาพต่ำ มีการปลอมปนข้าวจำนวนมหาศาล แต่ไม่ให้รายละเอียดต่อประชาชนอย่างชัดเจน อาทิ เป็นข้าวที่ไม่ได้มาตรฐานในลักษณะใด เช่น มีการปลอมปน หรือมีสิ่งเจือปน มีสี หรือกลิ่น หรือลักษณะทางกายภาพอย่างไร มีสาเหตุจากการทุจริต หรือเป็นตามธรรมชาติ หรือสุดวิสัย เช่น น้ำท่วม เปียกฝน ไฟไหม้ กองล้ม หรือรมยา เป็นต้น นอกจากนี้ ข้อสรุปที่ว่า ข้าวขาดหายไปจากคลังประมาณ 1 แสนตันนั้น เพราะคณะอนุกรรมการตรวจสอบของ คสช.ไม่สามารถบิดเบือนข้อเท็จจริงเรื่องปริมาณข้าวได้ เนื่องจากสามารถตรวจนับจำนวน และน้ำหนักข้าวได้ในแต่ละโกดัง อีกทั้งข้าวที่ขาดหายไปจำนวนประมาณ 1 แสนตันนั้น ส่วนใหญ่มีการตรวจสอบพบ และดำเนินการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้ว