
บทสรุป 'เอล กลาสิโก' ยกแรก
01 พ.ย. 2557
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : บทสรุป 'เอล กลาสิโก' ยกแรก
ศึกใหญ่ของสเปน หรือ "เอล กลาสิโก" ยกแรกจบลงด้วยชัยชนะของ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ที่แม้ว่าถูก "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ออกนำก่อนแต่สุดท้ายก็กลับมาแซงชนะได้ 3-1 ทำให้การลุ้นแชมป์ลาลีกามีสีสันขึ้นมาอีกมาก และหลังจบ 90 นาทีที่ซานติอาโก เบอร์นาบิว แล้วมีเรื่องราวอีกหลายอย่างให้ต้องพูดถึงกัน
เรื่องแรกที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการวัดฝีเท้ากันของ คริสเตียโน โรนัลโด กับ ลีโอเนล เมสซี 2 นักเตะที่แย่งรางวัลบัลลงดอร์กันมาตลอด มาฤดูกาลนี้ เมสซี ดูน่าสนใจเพราะแม้ว่าจะยิงไม่เยอะเหมือนก่อน แต่เข้ามามีส่วนร่วมกับเกม และผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูได้มากขึ้น เหมือนกับว่า หลุยส์ เอ็นริเก อยากจะให้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นหัวใจสำคัญของทีมอย่างแท้จริง
ผลที่ออกมาคือนอกจากเมสซี จะเล่นได้ดีแล้ว ยังทำให้ เนย์มาร์ มาบทบาทในการทำประตูมากขึ้น และลดบทบาทของ ซาบี เอร์นันเดซ ที่กำลังโรยราลงไป งานของ เมสซี จึงดูหนักขึ้น ที่ผ่านมาถึงว่าทำได้ดี แต่ในเกมกับรีล มาดริด รูปแบบเปลี่ยนไปมีสิ่งผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นความผิดพลาดที่มีผลกับเกมมาก เพราะหากว่ายิงบอลที่ หลุยส์ ซัวเรซ ใส่พานมาให้เป็นประตที่ 2 ของทีมได้แล้ว รูปแบบของเกมคงเปลี่ยนไปมาก และอาจจะเข้าทาง บาร์เซโลนา มากกว่านี้
อย่างไรก็ตามเห็นกันชัดในเกมกับรีล มาดริด ว่า หากจะเอาเมสซีไปยืนในตำแหน่งกองหน้าหมายเลข 9 คงไม่เหมาะ และเป็นเรื่องที่ หลุยส์ เอ็นริเก ต้องคิดแก้กันต่อไป
ขณะที่ โรนัลโด ยังได้เล่นในตำแหน่งถนัดของตัวเอง และยังโชว์ฟอร์มได้ดี ถือว่ายังทำผลงานได้อย่างที่เคยเป็นมา
นอกจาก 2 ซูเปอร์สตาร์ทั้งคู่แล้ว อีกปัจจัยสำคัญคือตัวประกอบของทีม และรีล มาดริด เหนือกว่าชัดเจน แม้ว่า บาร์เซโลนา จะส่ง หลุยส์ ซัวเรซ ลงมาเล่นในเกมนี้ แต่ก็เห็นชัดว่าหัวหอกอุรุกวัยยังไม่ฟิตเต็มที่ จุดเด่นเรื่องการผ่านบอลยังดีเหมือนเดิม แต่การพาบอลไปด้วยตัวเอง ความฟิตยังไม่ถึง
ฝั่ง รีล มาดริด แม้ว่าจะไม่มี แกเรธ เบล ที่เจ็บ แต่กลายเป็นว่าดาวรุ่งอย่าง อิสโก ที่ลงสนามมาแทนนั้นเล่นได้ดีเกินคาด ทำผลงานได้ดีทั้งเกมรุกและรับ เรียกได้ว่าหยิบฟอร์มสมัยที่เป็นตัวหลักของ มาลากา กลับมาในเกมสำคัญ
อิสโก เพิ่งได้เป็นตัวจริงเพียงแค่ 6 นัดจากจำนวน 15 นัดที่ทีมลงสนามในฤดูกาลนี้ แต่การเล่นเกม เอล กลาสิโก กลับทำได้เด่นกว่าดาวดังของทีมอย่าง ฮาเมส โรดริเกซ และโทนี โครส ว่าไปแล้ว อิสโก มีดีกว่าการเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง
เรื่องเกมรับเหลือเชื่อที่ก่อนหน้านี้ บาร์เซโลนา ยังไม่เสียประตูในลาลีกา แต่เกมนี้ต้องเสียถึง 3 ประตู ขณะที่ รีล มาดริด แม้ว่าจะเสียประตูก่อน แต่ที่ไม่เสียเพิ่มอีกหลายๆ ครั้งก็ต้องขอบคุณ อิเคร์ กาซิยาส นายทวารตัวเก๋าของทีม
กาซิยาส ถูกวิจารณ์หนักว่ากำลังอยู่ในช่วงขาลง และแม้กระทั่งในทีม "กระทิงดุ" สเปน ก็ถูกปลดจากตำแหน่งมือ 1 ของทีมไปแล้ว แต่ คาร์โล อันเชล็อตติ ยังคงมั่นใจในฝีมือและให้ลงสนามเป็นนายทวารมือ 1 ของทีมต่อไป
นายทวารจอมเก๋ารายนี้ตอบแทนคืนกุนซือด้วยการช่วยเซฟจังหวะสำคัญๆ เอาไว้ได้หลายครั้ง และที่สำคัญที่สุดคือการยิงเหน่งๆ ของ เมสซี ในช่วงครึ่งแรก ส่งผลให้ รีล มาดริด ไม่ต้องเสีย 2-3 ประตูจากโอกาสที่ บาร์เซโลนา มี
ว่าไปแล้วสำหรับเกมเอล กลาสิโก ที่ผ่านมา อิเคร์ กาซิยาส มีความสำคัญไม่แพ้ โรนัลโด เหมือนกัน
สำหรับเรื่องแผงกองหลัง เป็นการทดสอบแนวรับของทั้งสองทีมได้เป็นอย่างดี และเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า บาร์เซโลนา ไม่ได้ปรับปรุงแนวรับของตัวเองได้ดีพอ ฮาเวียร์ มาสเชราโน ขาดลูกหนังเพราะไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีที่สุดของตัวเอง ขณะที่ เกราร์ด ปีเก มีความผิดพลาดบ่อยครั้ง
การเสริมทัพในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ก็ดูจะไม่ช่วยอะไรเท่าไรแม้ว่าจะทุ่มเงินไป 31 ล้านปอนด์ก็ตาม การมาของ เฌเรมี มาติเยอ เป็นแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขณะที่ โธมัส แฟร์มาเลน ก็ยังลงสนามช่วยทีมไม่ได้สักที
จากเกมนัดนี้แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ เอล กลาสิโก ครั้งแรกของฤดูกาลนี้ แต่ก็สามารถมองได้ถึงอนาคตได้เหมือนกัน ทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ดูจะมีความลงตัว และมีความต่อเนื่อง หลังจากที่ยิงไปแล้ว 38 ประตู และเสียไปเพียงแค่ 6 ประตู นับตั้งแต่ที่แพ้ แอตเลติโก มาดริด
อันเชล็อตติ ทำให้ทีมฟื้นขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ โดยไม่ใช่เพียงแค่เกมลาลีกาเท่านั้น แต่ในเกมยุโรปก็เป็นฟอร์มที่แข็งแกร่งเช่นกัน และในทีมก็ไม่ได้มีเพียงแค่ 11 ตัวจริงเท่านั้น ยังมีนักเตะที่สามารถลงมาทดแทนกันได้ยามฉุกเฉินไม่ว่าจะเป็นตัว อิสโก เอง รวมทั้ง อาเซียร์ อยาร์ราเมนดี, ซามี เคดิรา พวกนี้พร้อมลงมาเป็นตัวจริงได้ทุกเวลา
ขณะที่ หลุยส์ เอ็นริเก ว่าไปแล้วยังอยู่ในช่วงการสร้างเนื้อสร้างตัว หลังจากที่ บาร์ซา อยู่ในขาลงมาตั้งแต่ยุคจอง ตาตา มาร์ติโน เกม เอล กลาสิโก จึงเป็นการทดสอบบาร์ซาในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังได้เห็นจุดอ่อนต่างๆ ให้กลับไปปรับปรุง
เอล กลาสิโก ยกนี้ รีล มาดริด ใช้ศักยภาพของตัวเองได้เต็มที่ ส่วน บาร์เซโลนา คงต้องแก้ตัวใหม่ในยกที่ 2



