ข่าว

‘ฮุน เซน’ต้อนรับ‘บิ๊กตู่’หารือทวิภาคี

‘ฮุน เซน’ต้อนรับ‘บิ๊กตู่’หารือทวิภาคี

30 ต.ค. 2557

‘ฮุน เซน’ต้อนรับ‘บิ๊กตู่’หารือทวิภาคี โอกาสเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ภริยานายกฯเยี่ยมชมศูนย์การสอนภาษาไทยที่ ม.พนมเปญ

                30ต.ค.2557 สมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ให้การต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ ณ วิมานสันติภาพและหารือทวิภาคี ในการ เยือนราชอาณาจักรกัมพูชา อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม 2557
 

“ประยุทธ"ถก"ฮุนเซน"ปัญหาแรงงานต่างด้าว
    
                เมื่อเวลา 15.10น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ซึ่งประกอบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ น.ส.กอบกาญจน์ สุริยสัตย์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เข้าพบและหารือข้อราชการเต็มคณะกับสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

                ผู้นำทั้งสองได้ร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ความสัมพันธ์สองประเทศในระยะต่อไป เพื่อรักษาบรรยากาศความสัมพันธ์อันดีในปัจจุบันให้ยั่งยืน เน้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและบริเวณชายแดน โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณการต้อนรับอันอบอุ่นและยินดีที่ได้พบ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาอีกครั้ง โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยนำประเด็นต่าง ๆ ที่หารือนายกรัฐมนตรีกัมพูชาระหว่างการประชุมอาเซมที่มิลาน ประเทศอิตาลีไปดำเนินการต่อ เชื่อว่าการหารือในวันนี้จะได้ข้อสรุปเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาต่อไป

                นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณที่รัฐบาลกัมพูชาแสดงความเข้าใจ และสนับสนุนรัฐบาลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีมาก ทั้งสองประเทศมีผลประโยชน์และอนาคตร่วมกัน ความร่วมมือที่ใกล้ชิดจะเป็นพลังผลักดันความรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ไทยประสงค์เห็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับกัมพูชาที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการขยายการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่ชายแดน จึงให้ความสำคัญกับความร่วมมือเพื่อการพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ชายแดนและความเชื่อมโยงระหว่างกัน ซึ่งจะเอื้อต่อการไปมาหาสู่ระดับประชาชาชน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไทยมุ่งส่งเสริมสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและพื้นที่แนวชายแดน จึงเสนอให้แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายก้าวข้ามความรู้สึกอคติต่างๆ และเพิ่มเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน เพื่อเป็นพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับความสัมพันธ์ในอนาคต

                ผู้นำทั้งสองประเทศ ยังเห็นพ้องขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เสนอให้จัดการประชุม Annual Leaders’ Retreat และใช้กลไกการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านการพัฒนาพื้นที่ชายแดนและการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม (JCBD) ไทย-กัมพูชาเป็นกลไกหลัก โดยไทยพร้อมจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JCBD ครั้งที่ 2 และนายกรัฐมนตรีเสนอให้จัดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า เพื่อให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้หารือถึงความคืบหน้าแนวทางการผลักดัน และแก้ไขอุปสรรคของความร่วมมือในการพัฒนาในพื้นที่ชายแดนต่อไป

                สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองประเทศได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือเพื่อการพัฒนาพื้นที่ชายแดน ซึ่งรัฐบาลไทยมีนโยบายผลักดันการพัฒนาในพื้นที่ดังกล่าวและเห็นชอบให้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจเพิเศษในส่วนที่ติดกับกัมพูชาที่จังหวัดสระแก้วและจังหวัดตราด โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้ตั้ง working group ระหว่างไทย-กัมพูชา ภายใต้กลไก JCBD เพื่อเร่งรัดการดำเนินการให้สอดคล้องกันทั้งสองฝ่าย รวมถึงจัดตั้งศูนย์รับซื้อผลิตผลการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดนและพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษต่างๆ ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยเร่งดำเนินการแล้ว และกำลังศึกษาแนวทางการดำเนินงาน เร่งรัดให้หารือหารือคณะทำงานฝ่ายกัมพูชาต่อไป

                ส่วนความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน นายกรัฐมนตรียืนยันสนับสนุนภาคธุรกิจไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกัมพูชาเป็นจุดหมายสำคัญของนักธุรกิจไทยมาโดยตลอด ทั้งในแง่การเป็นตลาดสินค้าของไทย แหล่งลงทุน ฐานการผลิต แหล่งแรงงาน ตลอดจนการเป็นจุดเชื่อมทางบกไปยังภาคใต้ของเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ไทยขอให้กัมพูชาเร่งขจัดอุปสรรคด้านกฎหมายที่ส่งผลต่อการค้าการลงทุนข้ามแดน พร้อมผลักดันให้เริ่มกระบวนการเจรจาจัดทำอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน เพื่อดึงดูดนักลงทุนไทยให้มากขึ้น
    
                นายกรัฐมนตรีไทยพร้อมสนับสนุนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดน พร้อมร่วมมือกัมพูชาดำเนินโครงการพัฒนาชุมชน การสาธารณสุข การพัฒนาอาชีพและทักษาะฝีมือแรงงาน แก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ที่ริเริ่มไว้ในจังหวัดชายแดนฝั่งกัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ของกัมพูชาให้การตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ไทยเห็นความสำคัญของการพัฒนาสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดน และจะสานต่อความร่วมมือในการฝึกอบรมและสนับสนุนบุคลากรด้านสาธารณสุขให้แก่กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง

                ส่วนความร่วมมือด้านแรงงาน นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณกัมพูชาที่ส่งทีมเคลื่อนที่มาพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวกัมพูชาในไทย ซึ่งจะช่วยปรับสถานะแรงงานกัมพูชาให้ถูกกฎหมายและได้รับการคุ้มครอง ปัจจุบันแรงงานกัมพูชาจดทะเบียนแล้วกว่า 6 แสนคน จึงขอความร่วมมือฝ่ายกัมพูชาเพิ่มจำนวนทีมเคลื่อนที่มาพิสูจน์สัญชาติในไทย พร้อมขอความร่วมมือกัมพูชาส่งเสริมการจ้างแรงงานกัมพูชาผ่านช่องทางเพื่อลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายสำหรับแรงงาน และขอบคุณที่กัมพูชาลดค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางสำหรับแรงงาน เปิดศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ 4 แห่งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวประเภทไปเช้า-เย็นกลับและแรงงานตามฤดูกาล ไทยกำลังแก้ไขกฎหมายให้ผู้ถือบัตรผ่านแดนสามารถทำงานได้ พร้อมเสนอให้ปรับบัตรผ่านแดนเป็นบัตรผ่านแดนสมาร์ดการ์ดเพื่อความสะดวกและประโยชน์ของทั้งฝ่าย ซึ่งทางกัมพูชาพร้อมให้ความร่วมมือ

                สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม ผู้นำทั้งสองประเทศหารือเกี่ยวกับการเปิดจุดผ่านแดนถาวรที่บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท ซึ่งฝ่ายไทยอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้และการออกแบบรายละเอียดโครงการพัฒนาจุดผ่านและถนนเชื่อมต่อไปยังถนนหมายเลข 5 ซึ่งใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ และขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้เตรียมแผนสร้างถนนเชื่อมต่อมายังจุดดังกล่าว รัฐบาลทั้งสองจะเร่งรัดให้ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมาธิการว่าด้วยการเปิดจุดผ่านแดนหนองเอี่อน-สตึงบทโดยเร็ว ส่วนการจัดตั้งศูนย์รับซื้อผลิตผลทางการเกษตร นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลโดยจะหารือระดับเจ้าหน้าที่ต่อไป
    
                ด้านสมเด็จฯฮุน เซน กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาต่างๆ จะมีการผ่านการเจรจา เพื่อไม่ให้ปัญหาที่คั่งค้างเป็นอุปสรรคของความสัมพันธ์ โดยจะลดความไม่ลงรอยกัน เน้นความสัมพันธ์ความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว ทั้งนี้ขอให้ร่วมกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยร่วมมือกันสกัดกั้นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน


"ไทย-กัมพูชา"ลงนามบันทึกความเข้าใจ3ฉบับ

                เมื่อเวลา 16.30 น. ภายหลังการหารือทวิภาคี พล.อ.ประยุทธ์และสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ 3 ฉบับ คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและกัมพูชาว่าด้วยการขจัดการค้าเด็กและหญิงและการช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเชื่อมต่อเครือข่ายเส้นทางรถไฟ และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว

                ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเชื่อมต่อเครือข่ายเส้นทางรถไฟระหว่างสองประเทศ มีสาระสำคัญที่ทั้งสองประเทศจะสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์อาเซียนให้เอื้อต่อการขนส่งทางบกในภูมิภาค (ทั้งทางถนนและระบบราง) ให้มีประสิทธิภาพ บูรณาการความปลอดภัยและยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงทุกประเทศและประเทศคู่ค้าใกล้เคียง โดยไทยและกัมพูชาจะตั้งคณะกรรมการร่วมพัฒนาการเดินรถร่วมกัน ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะไม่เกี่ยวข้องกันประเด็นด้านเขตแดนใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะมุ่งเน้นเชื่อมต่อทางคมนาคมขนส่งของสองประเทศ หากมีปัญหาระหว่างการดำเนินการ ทั้งสองประเทศจะร่วมกันหาแนวทางที่เป็นข้อตกลงอย่างมิตร
 

 

ภริยานายกฯเยี่ยมชมศูนย์การสอนภาษาไทยที่ ม.พนมเปญ


                ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจที่กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา ระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปเยือนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30-31 ต.ค.นี้ นางบุน รานี ภริยา สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้นำนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมศูนย์การสอนภาษาไทย ณ มหาวิทยาลัยภูมินทร์พนมเปญ ​(Teaching Thai Language Center at Royal University of Phnom Penh) พร้อมรับฟังรายงานความเป็นมาของศูนย์การสอนภาษาไทย ระดับปริญญาตรี

                ทั้งนี้ ภริยานายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีที่ภาษาไทยเป็นที่นิยมของนักศึกษาและขอบคุณรัฐบาลกัมพูชาและผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ผลักดันให้เปิดภาควิชาภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาของประเทศในอาเซียนภาษาแรกที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยภูมินทร์พนมเปญ การเรียนรู้ภาษาไทยจะช่วยให้มีโอกาสในการศึกษาต่อและการทำงาน ขณะเดียวกันประเทศไทยให้ความสำคัญกับภาษาขแมร์ในสถาบันการศึกษาหลายแห่งทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ชายแดนที่ติดต่อกับกัมพูชา นอกจากนี้โครงดังกล่าวยังส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมและเพิ่มพูนความเข้าใจซึ่งกันและกัน อันนำไปสู่การพัฒนาเครือข่ายความสัมพันธ์หรือการทูตภาคประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
                       
                 ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังการเยี่ยมชมแล้วภริยานายกรัฐมนตรี มอบอุปกรณ์การเรียนการสอนให้แก่ศูนย์การสอนภาษาไทย โดยมีผู้แทนนักศึกษากล่าวขอบคุณภริยานายกรัฐมนตรีเป็นภาษาไทย จากนั้นภริยานายกรัฐมนตรี เดินทางไปพระราชวังเขมรินทร์ ​เพื่อร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี