
ทีมฝังศพเหยื่ออีโบลา..หากเราไม่ทำแล้วใครจะทำ
01 พ.ย. 2557
เวิลด์วาไรตี้ : ทีมฝังศพเหยื่ออีโบลา..หากเราไม่ทำแล้วใครจะทำ
มีข่าวดีอยู่บ้างเกี่ยวกับสถานการณ์ไข้เลือดออกอีโบลาเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ดูเหมือนจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ชะลอตัวลงบ้างแล้วในไลบีเรีย ประเทศศูนย์กลางระบาดที่มีผู้ป่วยและติดเชื้อมากกว่าใครในแอฟริกาตะวันตก แต่คงอีกนานกว่าวิกฤตินี้จะผ่านพ้น ซึ่งหมายความว่ากลุ่มคนที่เป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับโรคนี้ยังต้องเสี่ยงต่อไป ทั้งเจ้าหน้าที่ทางการ อาสาสมัครท้องถิ่นและจากต่างประเทศ และหนึ่งในภารกิจอันตรายที่สุดที่อาจมองข้ามไปก็คือ ทีมเก็บ-ฝังศพ
ที่เมืองเกคเคโด ทางตะวันออกของกินี ซึ่งถือเป็นจุดร้อนหนึ่ง เนื่องจากอยู่ห่างไม่กี่กิโลเมตรจากหมู่บ้านที่เป็นจุดเริ่มของอีโบลาระบาด ก่อนแพร่ลามอย่างรวดเร็วไปทั่วแอฟริกาตะวันตกจนมีผู้เสียชีวิตเกือบ 5,000 คนในปัจจุบัน ทีมงานของกาชาดยังมีงานเก็บและฝังศพอย่างปลอดภัยไม่ขาดสาย หลังองค์การอนามัยโลกเตือนหลายครั้งว่า การฝังตามประเพณี เป็นหนึ่งในอุปสรรคทำให้การควบคุมโรคทำได้ยาก
พื้นที่ฝังศพอยู่ในป่าชานเมือง ใต้ผืนดินบริเวณนั้นเวลานี้เต็มไปด้วยหลุมเหยื่อไวรัสมรณะจากการระบาดครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่วนใหญ่เป็นหลุมศพนิรนาม มีไม่กี่หลุมที่มีกางเขนไม้ปักอยู่ ทีมงาน 4 คนของกาชาดที่แบกน้ำหนักทั้งชุดป้องกันตั้งแต่ศีรษะถึงเท้าและน้ำหนักศพ ต้องเพ่งสมาธิกับงานที่ทำ
ทุกจังหวะต้องแม่นยำ และทำเวลาให้เร็วที่สุด เพราะเวลาที่เหยื่อเพิ่งเสียชีวิตจากอีโบลา คือช่วงที่ร่างกายมีไวรัสมากที่สุด และนั่นก็คือความเสี่ยงติดเชื้ออย่างที่สุด
"ผิดพลาดนิดเดียวก็หมายถึงชีวิต" แทมบา มิลลิมูโน หัวหน้าหน่วยรถพยาบาลกาชาดกินีกล่าว
พิธีกรรมหลังความตายกลายความโดดเดี่ยวในกินี การเผาศพตามประเพณีไม่มีอีกต่อไปในยามนี้ การฝังก็เป็นการฝังศพทางเทคนิค ไม่มีอารมณ์โศกเศร้า สมาชิกครอบครัวไม่เกี่ยว ไม่มีการสวดมนต์ส่งผู้ตาย ไม่มีน้ำตา
นายอิบราฮีม ทรอร์ หนึ่งในลูกทีมฝังศพเหยื่ออีโบลา กล่าวว่า การไม่มีพิธีศพให้ผู้ตาย เป็นเรื่องสุดสะเทือนใจสำหรับครอบครัว บางครั้ง เราจึงยอมให้ญาติสวดเพียงชั่วครู่ก่อนเก็บศพใส่ถุง เพื่อไม่ทำร้ายจิตใจกันเกินไป
ด้านองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ใช้วิธีถ่ายรูปผู้ป่วยที่เสียชีวิตในศูนย์รักษาในเมืองเดียวกันเก็บไว้ แม้มีความเสี่ยงสูง
เรเน เลเบล นักจิตวิทยาของแพทย์ไร้พรมแดน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะเปิดซิปถุงห่อศพไว้ กับใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสและประดับดอกไม้รอบศีรษะเหยื่อ เพื่อให้ครอบครัวได้เห็นเป็นครั้งสุดท้ายและทำใจได้
ในกินี มีผู้เสียชีวิต 926 คนจากผู้ป่วยทั้งหมด 1,553 คนนับถึง 25 ตุลาคม แต่แหล่งข่าวสหประชาชาติในกรุงโคนากรี เมืองหลวงของกินีระบุว่า จำนวนที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้ 10 เท่า เฉพาะที่เกคเคโดแห่งเดียว มีผู้เสียชีวิตจากอีโบลาสัปดาห์ละ 10-15 ราย และจำนวนยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทีมงานของทีมของมิลลิมูโน ซึ่งมีสมาชิก 5 คนในแต่ละทีม ถูกเรียกไปเก็บศพคนตายที่บ้านทุกวัน พวกเขาสวมชุดป้องกันพร้อมเครื่องฉีดสเปรย์ยาฆ่าเชื้อ เพราะลูกทีมจะต้องทำการฆ่าเชื้อบ้านที่มีศพอย่างละเอียด ศพเหยื่ออีโบลาจะต้องแช่น้ำคลอรีนก่อนบรรจถุงอย่างหนา
มิลิมูโน กล่าวว่า นี่เป็นงานเสี่ยงสูง คนทำงานต้องรักษาวินัยอย่างเคร่งครัด "แต่หากเราไม่ทำ แล้วใครจะทำ"
ทีมเก็บศพบางคนไม่กล้าบอกครอบครัวและเพื่อนบ้านถึงงานที่ทำอยู่ อคติและมายาคติเกี่ยวกับไวรัสมรณะในกินียังสูงมาก แม้อยู่กับภาวะระบาดมานานกว่า 10 เดือนแล้ว
เจ้าหน้าที่กาชาดคนหนึ่งกล่าวว่า ชาวบ้านทั่วไปมักคิดว่า คนงานฝังศพมีเชื้อติดอยู่ ส่วนครอบครัวคิดว่า ตนทำงานก่อสร้าง
ภาระทางจิตใจก็สาหัสไม่แพ้กัน หลายคนนอนไม่หลับและฝันร้าย อีกทั้งเผชิญความเครียดเมื่อเข้าไปในหมู่บ้านที่ไม่ต้อนรับ ชาวบ้านหลายคนยังชูมีดข่มขู่พวกเรา ปาก้อนหินใส่รถ ปิดถนน พวกเขาพูดกับเราว่า ที่นี่ไม่มีอีโบลา อย่านำความตายมาให้พวกเรา ทั้งหมดมาจากความเข้าใจผิดที่ว่า สเปรย์ฆ่าเชื้อทำให้เชื้อไวรัสดื้อยา ทั้งที่รณรงค์ให้ความรู้กันมานานหลายเดือนแล้ว
------------------------------------------
(ภาพ : EPA)



