
บุรีรัมย์2-0แซงยึดจ่าฝูงจ่อแชมป์ฉลามแค่เจ๊า
ชลบุรีทำได้แค่บุกเจ๊า ชัยนาท 1-1 ส่อแชมป์หลุดมือหลัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกชนะ ทีโอที 2-0 แซงขึ้นนำจ่าฝูงลูกหนัง 'โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014'
ฟุตบอล “โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014” นัดรองสุดท้ายของฤดูกาล เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา เกมลุ้นแชมป์ไฮไลท์อยู่ที่สนามกีฬาเขาพลอง “นกใหญ่” ชัยนาท ทีมอันดับ 14 ที่ยังต้องหนีตกชั้นต้อนรับการมาเยือนของ “ฉลามชล” ชลบุรี ทีมนำจ่าฝูงที่หวัง 3 แต้มเพื่อลุ้นแชมป์ เกมครึ่งแรกสกอร์ยัง 0-0
ครึ่งหลังนาที 62 นูรูล ศรียานเก็ม ซัดเผาขนให้ “ฉลามชล” ออกนำ 1-0 แต่นาที 70 จิตปัญญา ทีสุด หลุดเข้าไปตีเจ๊าให้ “นกใหญ่” เป็น 1-1 แต่นาที 80 ชัยนาทต้องเอานักเตะอย่าง ชีออน พาวเวอร์ ลงเป็นผู้รักษาประตูจำเป็น หลังจาก กฤษกร เกิดผล นายประตูมือ 1 บาดเจ็บถูกเปลี่ยนตัวออก และพิทวัส จำนงค์ชอบ นายประตูมือ 2 เจ็บที่ศีรษะจนต้องขึ้นรถพยาบาลออกจากสนาม แต่เวลาที่เหลือ “ฉลามชล” ก็ยิงเพิ่มไม่ได้ จบเกมเสมอ 1-1 ชลบุรีมีเพิ่มแค่ 75 คะแนน
เกมลุ้นแชมป์อีกคู่ที่ทีโอที สเตเดี้ยม “ฮัลโหล” ทีโอที ทีมอันดับ 15 ที่ต้องหนีตกชั้นพบ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมรองจ่าฝูงที่มีทางเลือกเดียวคือ 3 แต้มเพื่อป้องกันแชมป์ เขี่ยบอลมาแค่ 9 นาที ธีราทร บุญมาทัน ผ่านบอลให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ยิงเผาขนที่เสาไกลเป็นประตูให้ทีมเยือนบุกนำ 1-0 ในครึ่งแรก
ครึ่งหลังนาที 67 นพพล ผลอุดม ไปทำฟาวล์ สุเชาว์ นุชนุ่ม โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม จากนั้นนาที 73 จากจังหวะลูกเตะมุม คาร์เมโล กอนซาเลซ ได้ซัดเหน่งๆให้ “เซราะกราว” หนี 2-0 และจบเกมด้วยสกอร์นี้ทำให้ “ปราสาทสายฟ้า” มี 76 แต้มแซงขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงทันที
ส่วนสถานการณ์หนีตกชั้น ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มีนบุรี “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน ทีมอันดับ 4 พบ “พลังเพลิง” ปตท.ระยอง ทีมอันดับ 17 เจ้าบ้านยิงนำก่อน 2-0 ในครึ่งแรกจาก ราโดเมียร์ ดาโลวิค นาที 6 โช ชิโมจิ นาที 17 ครึ่งหลังทีมเยือนยิงคืนได้ลูกเดียวจาก เยส เดสมาเรตส์ นาที 81 จบเกม บีอีซี เทโรฯ ชนะ 2-1 ทำให้ ปตท.ระยอง มี 39 แต้มเท่าเดิม ตามหลังอันดับ 16 อยู่ 4 คะแนน แม้นัดสุดท้ายจะชนะและมีโอากสที่แต้มจะเท่ากับ ทีโอที กับ สิงห์ท่าเรือ และเฮด ทู เฮด งูกินหาง แต่เมื่อนับจำนวนชนะ ปตท.ระยอง ชนะน้อยที่สุดอยู่ดี ตกชั้นเป็นทีมที่ 4 แน่นอนแล้ว
ที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต “โปลิศ” เพื่อนตำรวจ ทีมอันดับ 16 ในโซนตกชั้นพบ “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี ทีมอันดับ 6 เกมครึ่งแรกนาที 44 ทีมเยือนต้องเหลือ 10 คนเมื่อเสียจุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอลแล้ว บียอร์น ลินเดมันด์ ไม่พอใจเตะบอลทิ้งโดนใบเหลืองที่ 2 ก่อน อัตนัน บาราคัต ยิงจุดโทษให้ “โปลิศ” นำ 1-0
ครึ่งหลังนาที 57 ปกเกล้า อนันต์ ยิงเพิ่มให้เพื่อนตำรวจที่ได้เปรียบตัวผู้เล่นนำห่าง 2-0 ก่อน สุรชาติ สารีพิมพ์ ซัดหนี 3-0 ในนาที 82 ท้ายเกมนาที 89 วันเฉลิม ยิงยง ทำบอลเข้าประตูตัวเองเป็นลูกตีไข่แตกของสุพรรณบุรี 1-3 ก่อนจบเกม “โปลิศ” คว้าเพิ่มเป็น 43 แต้มแซงขึ้นไปอยู่อันดับ 14 มีลุ้นอยู่รอด
ที่สนามศรีนครลำดวน “กูปรี” ศรีสะเกษ ทีมอันดับ 13 ที่ยังต้องหนีตกชั้นพบ “วงจักรพิฆาต” อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 8 เกมคู่นี้สู้กันสนุก นาที 15 ศิวะพงษ์ เจริญศิลป์ ซัดให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกนาที 44 ชัยณรงค์ ทาทอง ยิงตีเจ๊า 1-1 ให้ทีมเยือน แต่นาทีถัดมา อลงกรณ์ ประทุมวงศ์ มายิงให้ “กูปรี” นำ 2-1
ครึ่งหลังนาที 63 ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร ตีเสมอให้ทีมเยือนเป็น 2-2 แต่หลังจากนั้นเจ้าบ้านมาได้อีก 2 ประตูจาก สันติราษฎร์ เวียงอินทร์ นาที 65 และแบรนด์ แมคกรัธ นาที 68 จบเกม “กูปรี” ชนะ 4-2 เก็บเพิ่มเป็น 46 แต้มรอดตกชั้นแน่นอนแล้ว
ที่ลีโอ สเตเดี้ยม “บีจี” บางกอกกล๊าส ทีมอันดับ 9 พบ “เจ้าท่า” สิงห์ท่าเรือ ทีมอันดับ 12 ที่ต้องหนีตกชั้นเพราะถูกตัด 9 แต้มหลังจบฤดูกาลจากเหตุแฟนบอลตีกัน นัดนี้ทั้งสองทีมยิงกันเร็ว นาทีที่ 3 เปรแดก ซิคิมิค ยิงให้ “เจ้าท่า” นำ 1-0 นาที 10 โกชิ โอคุโบะ ยิงตีเสมอ 1-1 ก่อนนาที 12 นันทโชต โพธิ์นา ซัดให้ทีมเยือนนำ 2-1 ในครึ่งแรก
ครึ่งหลังนาที 58 บลาเซ อิลิโจสกี ยิงตีเสมอให้ “บีจี” เป็น 2-2 แต่ช่วงทดเวลานาที 92 เปรแดก ซิคิมิค มายิงประตูชัยให้ “เจ้าท่า” บุกชนะ 3-2 เก็บเพิ่มเป็น 51 แต้ม แต่หากถูกตัด 9 แต้มจะเหลือ 42 คะแนนยังต้องลุ้นหนีตกชั้นต่อในนัดสุดท้าย
ส่วนผลคู่อื่น ที่สนามเทพหัสดิน “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี ทีมอันดับ 10 แพ้ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 ที่ต้องโดนลงโทษตัด 9 แต้มหลังจบฤดูกาลจากเหตุแฟนบอลตีกัน 0-2 โดยทีมเยือนได้ประตูจาก มิลาน บูบาโล นาที 44 สารัช อยู่เย็น นาที 56
ที่สนามศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 11 ชนะ “ทัพฟ้า” แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล ทีมรองบ๊วยที่ตกชั้นไปแล้ว 3-0 จากการยิงของ ไมค์ เทมวันเจรา นาที 11, 53 โรแมง กัสมี นาที 68
ที่สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล ทีมอันดับ 5 เสมอ “กว่างโซ้ง” เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 7 อย่างสนุก 2-2 เจ้าบ้านได้จาก เฮเบอร์ตี เฟอร์นันเดซ ซัดประตูที่ 26 ของตัวเองในนาที 55 และกฤษฎี ประกอบของ แผงหลังทีมเยือนทำเข้าประตูตัวเองนาที 90 ส่วนทีมเยือนได้จาก เคอิตะ ซูกิโมโต นาที 29 และศรัณย์ พรมแก้ว นาที 89
ที่สนามติณสูลานนท์ “วัวชน” สงขลา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 18 ที่ตกชั้นไปแล้วแพ้ “ปลาทูคะนอง” จีเอสอี สมุทรสงคราม ทีมบ๊วยที่ตกชั้นไปแล้วเช่นกัน 1-2 ทีมเยือนได้ 2 ประตูจาก ศักรินทร์ มิ่งสมร นาที 45 และกีร์ ฮูเบิร์ต นาที 78 ส่วนเจ้าบ้านได้จาก พิชิต เกสโร นาที 90
ท่าเรืออาจไม่ฟ้องหากรอดตกชั้น
จากกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณามารยาทวินัยและข้อประท้วง ตัดสินลงโทษ เอสซีจี เมืองทองฯ กับ สิงห์ท่าเรือ ด้วยการปรับเงินทีมละ 3 แสนบาท ตัดทีมละ 9 คะแนน และห้ามแฟนบอลเข้าสนามในนัดที่เหลือของฤดูกาลนี้ จากเหตุที่แฟนบอลทั้ง 2 ทืมก่อเหตุวิวาทหลังจบเกมศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 ที่สนามเอสซีจี เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ทั้ง 2 ทีม ได้ยื่นอุทธรณ์แต่ไม่ผ่าน ทำให้ สิงห์ท่าเรือ ที่ตกมาอยู่ในโซนตกชั้นหลังถูกตัด 9 คะแนน เตรียมยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอความเป็นธรรม
ล่าสุด "โบว์ลิ่ง" ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง ผู้จัดการทีมสิงห์ท่าเรือ เปิดเผยว่าได้ปรึกษาผู้ใหญ่ของทีมแล้ว แต่ยังไม่มีการสรุปว่าจะดำเนินการฟ้องร้องตามที่วางเอาไว้หรือไม่ โดยทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ “หมอทรง” นพ.ทรง วงศ์วานิช ประธานสโมสร ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ โดยจะมีการพูดคุยภายในอีกครั้งและมีความเป็นไปได้ว่าจะดำเนินการฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม หรืออาจเป็นไปได้ที่จะไม่ฟ้องร้องหากสุดท้ายทีมได้เล่นอยู่ในลีกสูงสุดต่อไป ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเรารับได้กับบทลงโทษ เพราะเรายืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับบทลงโทษที่ออกมาถือว่าไม่ยุติธรรมสำหรับเรา”



