
ปรีดิยาธรเผยปูทางสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
ปูทางสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เร่งวางโครงสร้างพื้นฐาน-ปั้นคนรองรับ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจร่วมกับทีวีดิจิทัลช่อง "NOW26" เปิดเวทีเสวนาหัวข้อ "ยุทธศาสตร์ประเทศ บนฐานเศรษฐกิจใหม่ : Digital Economy VS Land Like Strategy" ระดมความคิดเห็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยครั้งใหม่ด้วย "เศรษฐกิจดิจิทัล" และยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแลนด์ลิงค์
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ปาฐกถาพิเศษ "New Growth Engines : New Thailand" ว่า เศรษฐกิจไทยในอนาคตควรมีแรงขับเคลื่อนใหม่ๆ มาเพิ่มเติมจากสิ่งที่มีอยู่เดิม เป็นการเดินควบคู่กันไป ซึ่งแรงขับเคลื่อนใหม่คือ เทคโนโลยี หรือดิจิทัลอีโคโนมี ซึ่งปัจจุบันดิจิทัลเข้าไปอยู่ในทุกวงการ และกำลังขยายมากขึ้นในทุกกิจกรรมของชีวิต ปัจจุบันคนไทยเก่งๆ มีจำนวนมาก แต่ต้องมีการสนับสนุนให้รวมตัวและพัฒนาเพิ่ม จากการศึกษาการพัฒนาของประเทศอื่น จะทำเป็นแผนปูทางให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ขณะที่ประเทศไทยเป็นรูปแบบของการพัฒนากันเอง ดังนั้น ภาครัฐจึงต้องเริ่มดำเนินการให้มากขึ้น และต้องมีศูนย์รวมอีโคโนมีระดับชาติและแจกนโยบายลงไปในทุกกลุ่ม
"ขณะนี้กำลังร่างกฎหมาย เพื่อให้มีอำนาจส่งผ่านนโยบายไปยังภาคเอกชนหรือมหาวิทยาลัย ให้เตรียมพร้อมอบรมบุคลากรขึ้นมารองรับเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2 เดือน หรือสิ้นปีนี้จะได้เห็นเป็นรูปเป็นร่างและเริ่มเดินหน้าตามแผนได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2558" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
ด้านนายสมชาย หาญหิรัญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในหัวข้อ "National Digital Economy อนาคตใหม่ เศรษฐกิจไทย" ว่า ดิจิทัลอีโคโนมีมีมานานแล้ว แต่ไม่ได้ใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งส่วนที่จะใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้องวางระบบให้ดี เพื่อให้การทำงานมีความชัดเจนขึ้น โดยดิจิทัลเป็นตัวต่อยอดธุรกิจ หรือชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นได้ จึงมีความจำเป็นที่ภาครัฐต้องส่งเสริมให้มากขึ้น และต้องเข้าถึงง่ายใช้สะดวก เชื่อมไปยังโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ได้จริง หากมีการเพิ่มจำนวนผู้ใช้มากขึ้น ก็จะเร่งให้เทคโนโลยีก้าวหน้าเร็วขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลต้องสร้างคนมารองรับ มีการทำวิจัยที่เอกชนจะนำไปต่อยอดได้
ขณะที่นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ที่ปรึกษาสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า ต้องนำดิจิทัลอีโคโนมีมาใช้เพิ่มคุณค่าทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ต้องยกระดับวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ และไม่ใช่มีกระทรวงไอซีทีเท่านั้นเป็นเจ้าภาพ แต่กระทรวงอื่นต้องมีแผนด้วยว่านำไปดำเนินการอย่างไร โดยแผนงานของเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งชาติ ประกอบด้วย 6 เรื่อง ที่ต้องดำเนินการภายใน 3 ปี ซึ่งเรื่องแรกที่ต้องทำใน 6 เดือน จะใช้งบจากโครงการแท็บเล็ตและฟรีไวไฟ นำร่องทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เชื่อมโยงกัน โดยเนื้อหาจะเริ่มต้นที่ครูก่อน จากนั้นสนับสนุนให้เด็กเริ่มค้นหาเข้าถึงอินเทอร์เน็ต พร้อมขยายไปสู่ชุมชน ก็น่าจะเป็นการสร้างคนรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลได้ในอนาคต
ด้านนายวัตสัน ถิรภะทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน บริษัทซิสโก้ ซิสเต็มส์ จำกัด มองว่า ภาครัฐต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดขึ้น โดยปูพื้นฐานให้ประชาชนเข้าถึงไอทีได้มากขึ้น ซึ่งหากพื้นฐานพร้อมก็จะได้เห็นผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้ามาแข่งขันกันมากขึ้น เพราะภาคเอกชนเตรียมความพร้อมมานานแล้ว แต่ปัญหาคือขาดความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม้ดิจิทัลไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับภาคเอกชน แต่ต่อไปต้องปรับตัวให้เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและต่อยอดธุรกิจให้ได้ ต้องมองนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้น และต้องสร้างบุคลากรมารองรับเพิ่ม
นายสนธิญา หนูจีนเส้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรกนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า การใช้ดิจิทัลมาเสริมช่วยให้เศรษฐกิจโตเร็วขึ้น แต่ต้องมองทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคม การพัฒนาคุณภาพชีวิต ต้องเป็นสิ่งที่ประชาชนรู้จักใช้เทคโนโลยี ซึ่งต้องพึ่งระบบการศึกษาเป็นหลัก แต่ประเทศไทยยังไม่ค่อยพร้อม ส่วนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เช่น บรอดแบนด์เพื่อให้คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตนั้น ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รัฐบาลต้องผลักดันนโยบายให้มีความต่อเนื่อง



