ข่าว

สอนประวัติศาสตร์ชาตินิยมอย่างไรให้เหมาะ

สอนประวัติศาสตร์ชาตินิยมอย่างไรให้เหมาะ

29 ต.ค. 2557

สอนประวัติศาสตร์ชาตินิยมอย่างไรให้เหมาะ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

                วิชาประวัติศาสตร์ในโรงเรียนกับในมหาวิทยาลัยแตกต่างกันอย่างสุดขั้วมานานแล้ว โดยในโรงเรียนมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เยาวชนตระหนักในความเป็นชาติ รักชาติ รักบรรพบุรุษ จึงมักตีความไม่เกินกรอบแบบจารีตแออกเป็นแนวขวาจะน้อยหรือมากแล้วแต่ยุคสมัย แต่ในมหาวิทยาลัยเน้นในด้านหาความจริงเป็นหลัก การตีความหักล้างความคิดเดิมและการตีแผ่มุมมองใหม่ๆ จึงเกิดอยู่เรื่อยๆ ตามเสรีภาพทางวิชาการ อย่างไรก็ตามมักจะออกแนวซ้ายนิดๆ หรือสุดขั้ว ตามผู้สอนซึ่งเป็นกลุ่มกุมชะตากรรมประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยยุคนี้

                การพยายามบังคับจากรัฐให้โรงเรียนสอนประวัติศาสตร์ให้เป็นแบบชาตินิยมมากขึ้นนั้น เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ว่า รัฐต้องการให้เยาวชนถูกหล่อหลอมความคิดจนสอดคล้องกับการบริหารงานของรัฐยุคนี้ แต่ก็เป็นที่คาดการณ์ได้เช่นกันถึงเสียงต่อต้านของฝ่ายที่เชื่อว่า ประวัติศาสตร์ชาตินิยมไม่ค่อยยุดโยงกับข้อเท็จจริง ทั้งด้านปรากฏการณ์และเหตุผลเบื้องหลังปรากฏการณ์นั้น หรือมุ่งรับใช้สิ่งอื่นใดนอกจากความจริง พวกเขามองว่า ประวัติศาสตร์ชาตินิยมเป็นสิ่งเลวร้ายไปเลย ตั้งแต่เรื่องรายละเอียดเช่นคนไทยมาจากไหน ไปจนถึงเรื่องที่อาจกระทบโครงสร้างความคิดหลักของสังคมให้ง่อนแง่นทุกระบบ เช่นเรื่องวีรกรรมของผู้นำ

                ยุคโลกาภิวัตน์ที่เหตุผลความเป็นวิทยาศาสตร์และความคิดประชาธิปไตยเป็นกระแสหลักของโลกและสังคมไทย การสอนประวัติศาสตร์แบบไม่ให้คิดตาม เน้นแต่ฤทธีปาฏิหาริย์หากหาคำตอบไม่ได้ หรือมองว่า ทุกฝ่ายยกเว้นฉันเองก็เลวไปหมด จ้องแต่จะทำลายชาติแบบไม่มีเหตุผลนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะนักเรียนยุคนี้มีสมองที่จะคิดหาคำตอบทุกเรื่อง นั่นเป็นผลจากการที่เราเปิดกว้างทางความคิดมานานแล้ว จะกลับไปอยู่ในกะลานั้นไม่ได้ ถ้าปิดกั้นความคิดเด็ก เขาจะสงสัยเรื่อยไป และจะเอียงไปในทางต่อต้านจนอาจกลายเป็นคัดง้างหัวชนฝาในทุกเรื่อง

                ประวัติศาสตร์ชาตินิยมต้องบอกความจริงในอดีตแก่เด็ก แต่ตอนท้ายต้องสอนเด็กว่าความจริงนั้นเรามาปรับใช้ในยุคที่ไม่ต้องการรบกับใคร ต้องการแต่ความร่วมมือกันอย่างไร เรายังยกย่องวีรกรรมผู้นำสยามและปู่ย่าตายายเราที่เสียสละเลือดเนื้อเพื่อแผ่นดินนี้ ขณะเดียวกันเราก็อาจกล่าวถึงความผิดพลาดในอดีตที่ท่านเองก็เคยทำไว้ และในฐานะลูกหลานเราจะพยายามไม่ให้มันเกิดอีก ประวัติศาสตร์ชาตินิยมยุคใหม่ต้องไม่สอนว่าของของเพื่อนบ้านที่สมัยหนึ่งเคยเป็นของเรานั้น เป็นสิ่งที่เราเจ็บช้ำ จะเอาคืน ต้องไม่สอนว่าเราถูกเพื่อนบ้านข่มเหงบ้างโกงบ้างแล้วบ่มเพาะชิงชังลูกหลานอริราชศัตรู เราต้องสอนให้เห็นว่า นั่นคือภาพในอดีตที่ถึงจะเคยเกิดขึ้น แต่ทุกวันนี้พวกนั้นล้มหายไปหมดแล้ว อยู่ก็แต่ลูกหลานในประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาเซียนหรือโลกที่ตั้งใจแสวงหาสันติธรรมเป็นหลัก มีความตั้งใจในการแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นร่วมกันอย่างสันติ คนไทยและชาติไทยเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลกที่ไม่ต้องการสงครามถ้าไม่จำเป็นถึงที่สุดเราต้องสอนลูกหลานเราให้รักเพื่อนบ้าน เข้าใจขนบวัฒนธรรมที่แตกต่าง ยอมรับมันและหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ชาติไทยจะยิ่งใหญ่ไม่ใช่เพราะเหยียบย่ำล้างแค้นชาติอื่น แต่เพราะคนไทยมีสำนึกรักสันติและพร้อมอยู่ร่วมโลกนี้กับทุกชาติอย่างสมานฉันท์และเท่าเทียม

                ถ้าเราสอนให้ลูกหลานเรารักชาติอย่างสร้างสรรค์ไม่ได้ เราก็จะไม่ได้กุลบุตรกุลธิดาที่มีจิตวิญญาณแห่งความรักความปรารถนาดี เราจะได้แต่เด็กที่เคียดแค้นชิงชังคลั่งชาติ จ้องแต่จะสร้างความขัดแย้งเพื่อผลประโยชน์ของตัวในนามของความรักที่ผิดๆ