
วิจัยสวีเดนพบกินนมอาจไม่ช่วยเสริมกระดูก
ผลวิจัยชาวสวีเดนกว่า 1 แสนคน พบคนดื่มนมมากมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่ากลุ่มอื่น ทั้งไม่ลดเสี่ยงกระดูกหักในผู้หญิง
วันพุธ(29 ต.ค.)ผลการศึกษาตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์อังกฤษ พบว่าชาวสวีเดนที่ดื่มนมวัวมาก กลับเสียชีวิตเร็วกว่า ทั้งยังพบข้อมูลที่น่าประหลาดใจว่า ผู้หญิงดื่มนมมากกลับมีภาวะกระดูกหักสูงกว่า ขัดแย้งกับคำแนะนำที่ให้ดื่มนมรับแคลเซียมเสริมความแข็งแร็งกระดูกและฟัน
ทีมวิจัยเก็บข้อมูลจากสตรีอายุ 39-67 ปีจำนวน 6.1 หมื่นคนโดยสังเกตสุขภาพนาน 20 ปี และข้อมูลจากชายกว่า 4.5 หมื่นคนอายุ 45-79 ปี สังเกตสุขภาพนาน 11 ปี อาสาสมัครเหล่านี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารการกิน รูปแบบการใช้ชีวิต น้ำหนัก การสูบบุหรี่ ความถี่ในการออกกำลังกาย ระดับการศึกษาและสถานภาพสมรส ซึ่งพบว่า ผู้ที่ดื่มนมวันละ 3 แก้วขึ้นไป ( 680 มิลลิลิตร ) มีแนวโน้มเสียชีวิตเร็วกว่าผู้ที่ดื่มนมไม่เกินหนึ่งแก้วต่อวัน
ในกลุ่มผู้หญิง พบแนวโน้มเสียชีวิตเร็วกว่าเกือบสองเท่า โดยเฉพาะจากโรคหัวใจ .อีกทั้งมีความเสี่ยงกระดูกสะโพกหักสูงกว่า 60 % และเสี่ยงกระดูกส่วนอื่นหักสูงกว่า 15 % เมื่อเทียบกับคนที่ดื่มนมน้อยกว่าวันละแก้ว ในกลุ่มผู้ชายที่ดื่มนมตั้งแต่ 3 แก้วเป็นเวลากว่า 10 ปี ไม่พบอัตรากระดูกหักที่แตกต่างกันเหมือนในกลุ่มสตรี
แคลเซียมมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างกระดูก แต่นักวิจัยระบุว่าไขมันในนม อาจทำลายผลดีของแคลเซียม เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและการติดเชื้อ ขณะเดียวกัน ผลวิจัยพบว่าผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ อาทิ เนยแข็งและโยเกิร์ต กลับลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและเสริมสุขภาพกระดูก ซึ่งคาดว่าเหตุผลมาจากกาแลคโตส ที่ไม่มีในนมหมัก กาแลกโตสเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่ง ที่ผลทดสอบกับสัตว์พบว่าเร่งกระบวนการเสื่อมวัยและอายุขัย
อย่างไรก็ดี นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอัพพ์ซาลา ย้ำว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะสรุปหรือเสนอแนะเรื่องการบริโภคนม จนกว่าจะศึกษาและมีหลักฐานที่น้ำหนักมากพอ
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนติงจุดอ่อนของงานวิจัย อาทิ ต้องดูว่าได้ให้น้ำหนักกับปัจจัยอื่น อาทิ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องอื่มแอลกอฮอล และน้ำหนักตัว มากพอหรือไม่ แต่ก็เห็นพ้องกันว่า ควรต่อยอดสอบสวนให้ชัดเจนถึงบทบาทของนมต่ออัตราการเสียชีวิต เนื่องจากการบริโภคอาหารจากสัตว์ จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามการพัฒนาเศรษฐกิจ



